ข่าว

"เทือก"ลั่นกองทัพไม่เจรจาหากเขมรไม่หยุดยิง

"เทือก"ลั่นกองทัพไม่เจรจาหากเขมรไม่หยุดยิง

27 เม.ย. 2554

“สุเทพ"หนุนกองทัพหากเขมรไม่หยุดยิงก็ไม่เจรจา ลั่น เจรจาไม่ใช่ยอมแพ้ หรือยอมรับผลปะทะทำ “ บิ๊กเขมรดับ”อ้างเรื่องธรรมดาของการสู้รบ ยังไม่ลดความสัมพันธ์ ย้ำ เรื่องประเทศพูดง่าย ๆ ไม่ได้ ปัด “เวียดนาม”ช่วยเขมรถล่มไทย ชี้อย่ามองนักธุรกิจชายแดนในแง่ร้าย

(27เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาที่ยังเกิดขึ้นที่จ.สุรินทร์ว่า สถานการณ์เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ยังยืนยันจุดยืนเจรจาเพราะเป็นเพื่อนกันหาทางพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อยุติ โดยไม่ต้องให้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายเสียเลือดเนื้อ ไม่ต้องให้ประชาชนบริเวณชายแดนต้องเดือดร้อน เมื่อวานช่วงเช้าเหมือนมีแนวโน้มที่ดีและคิดว่าจะมีการเจรจาในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ 2 ประเทศ  แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปช่วงค่ำ เพราะกัมพูชายังยิงเข้ามาในประเทศไทยอีก  จำเป็นต้องตอบโต้เพื่อหยุดยั้งการรุกล้ำอธิปไตย ทำให้การเจรจาต้องหยุดชะงักลง แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยเองยังไม่ได้ปิดกั้นการเจรจา มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการเจรจาขึ้นได้เมื่อไหร่ เราก็จะดำเนินการต่อไป
         
 ผู้สื่อข่าวถามว่า   เงื่อนไขที่ไทยจะนำไปเจรจากับกัมพูชามีอะไรบ้าง เพราะล่าสุดก็กลับมีข่าวออกมาว่าเราพ่ายแพ้และยอมศิโรราบกับเขาแล้ว   รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าวว่า   เรื่องของบ้านเมืองจะให้เอามาพูดจากันในลักษณะว่ายอมศิโรราบ อย่างโน้นอย่างนี้คงไม่ใช่ เงื่อนไขเดียวที่เรากำหนดคือให้มีสันติภาพ ให้มีความสงบ นั่นก็คือการหยุดยิงและมาเจรจากัน
         
 “การเรียกร้องให้หยุดยิงและเจรจา ไม่ได้หมายความว่าเราไปยอมสิโรราบ แต่การรบไม่มีใครได้ประโยชน์ รบกันอย่างไรไม่มีวันที่จะได้เขตแดนของเราไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว หากเจรจา ขีดเส้นเขตแดนกันให้ชัดเจน ให้คณะกรรมการปักปันเขตแดนของ 2 ประเทศทำงานให้เสร็จสิ้นก็น่าจะดีกว่า และอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ค้าขายกัน ร่วมมือกัน ประชาชนทั้ง 2 ประเทศก็จะได้ประโยชน์” นายสุเทพ กล่าว
          
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่า จากการสู้รบกันครั้งนี้ทำให้นายทหารระดับผู้ใหญ่ของทางกัมพูชาเสียชีวิตด้วย   นายสุเทพ กล่าวว่า ได้รับทราบแล้ว ว่ามีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บัญชาการกองพลเสียชีวิต การสู้รบก็แบบนี้ต้องมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เราถึงไม่อยากให้มีการสู้รบกันกับเพื่อนบ้าน
         
 ในการประชุมครม.วานนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ รมว.กลาโหม ได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนตั้งแต่ต้น และยืนยันถึงความพร้อมของกองทัพไทย  ในการที่จะปกป้องอธิปไตยและได้แจ้งว่า ในระดับกองทัพได้พยายามให้คนที่เคยพูดกันในระดับต่าง ๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกัน  แต่ที่สุดของที่สุดก็รู้ว่าทั้งหมดนั้น อยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯฮุนเซน ส่วนที่มีข่าวว่าทางประเทศเวียดนาม   ส่งทหารมาช่วยกัมพูชาต่อสู้กับประเทศไทยนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง อย่าไปตื่นเต้นตกใจ
         
 ผู้สื่อข่าวถามถึงการประกาศเขตภัยพิบัติในจ.สุรินทร์   รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง     กล่าวว่า    เป็นการประกาศเพียง 3 อำเภอที่อยู่ในบริเวณสู้รบกันเท่านั้น คือ อ.กาบเชิง อ.พนมดงรัก และอ.ปราสาท ไม่ใช่การประกาศทั้งจังหวัด  ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการประกาศ  ได้ทันทีหากเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชน  ทั้งนี้มีทั้งประชาชนที่บาดเจ็บและบ้านเรือน เรือกสวน ไร่นา เพราะทางกัมพูชายิงปืนใหญ่เข้ามา ยิงจรวดหลายลำกล้องเข้ามาก็อาจถูกบ้านเรือนประชาชนได้
         
 ส่วนคืนที่ผ่านมามีการยิงกันไปมาก็ต้องมีความเสียหายทั้ง 2 ฝ่าย ตนยืนยันได้ว่าเราไม่เสียเปรียบแน่นอน แม้สถานการณ์จะยังไม่ยุติ แต่รัฐบาลก็ยังไม่คิดจะประกาศกฎอัยการศึกเพิ่ม จากที่ปกติมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางพื้นที่อยู่แล้วเพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นในพื้นที่สู้รบ อย่างไรก็ตามยังตอบไม่ได้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร   แต่อยากให้สถานการณ์หดตัวลงและนำไปสู่การหยุดยิงในที่สุด  
         
 “เรื่องของการขอร้องสื่อเกี่ยวกับการเสนอข่าว   โดยเฉพาะที่เป็นการชี้เป้าหรือที่ตั้งของกองทัพนั้น เป็นเรื่องของฝ่ายทหาร ต้องยอมรับว่าในบ้านเราให้สิทธิเสรีภาพกับสื่อมวลชนเต็มที่   ซึ่งอย่างการปะทะกันครั้งก่อน สื่อเราก็ไปถ่ายรูปเลยว่ากระสุนเขามาตกตรงนั้น ตรงนี้ ห่างจากที่ตั้งเราเท่านั้น เท่านี้ ซึ่งก็เท่ากับเป็นการบอกพิกัดให้กับฝ่ายตรงข้ามเลยว่าเขาเล็งไม่ถูก ก็จะทำให้เราเสียหาย ซึ่งฝ่ายทหารเขาก็คงดำเนินการ ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการบังคับกัน แต่เป็นการร้องขอกันว่าเพื่อประโยชน์ของฝ่ายเราเอง เราก็ต้องระมัดระวังในการนำเสนอข่าว” นายสุทพ กล่าว
         
 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาจะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ หากกัมพูชายังไม่หยุดยิง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า  เราก็พยายามหาช่องทางเจรจา    
 
 เมื่อถามว่ามาตรการที่จะออกมาจากครม.ซึ่งเดิมทีบอกว่าอาจจะมีการทบทวนมาตรการต่าง ๆ ที่มีต่อกัมพูชา แต่ในที่ประชุมครม.เมื่อวานก็ยังไม่มีอะไรออกมา โดยเฉพาะการลดความสัมพันธ์ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องระหว่างประเทศคงไม่ต้องวูบวาบตัดสินกันทุกนาที เร่งดีกรีกันให้เต็มที่ มันก็ต้องดูกันไปตามขั้นตอนและตามสถานการณ์ ไม่ใช่ยิงกันวัน สองวันแล้วประกาศสงครามกันเลย กรณีนี้ให้ถือเสียว่าเป็นกรณีพิพาทชายแดน กระทบกระทั่งกันที่ชายแดนปกติ อย่ายกระดับเหตุการณ์ให้มันใหญ่โตไปกว่านี้ แต่ถ้าเห็นว่าได้พยายามอย่างที่สุดแล้วไม่สามารถจะดำเนินการโดยแนวทางที่ราบรื่นได้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ต้องพิจารณาต่อไปตามสถานการณ์ในวันข้างหน้า
         
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ความรุนแรงของเหตุการณ์แค่ไหน ถึงจะมีการแสดงท่าทีตอบโต้ เพราะอย่างครั้งที่แล้วที่มีการสู้รบกัน เราก็ยังส่งทูตกลับ นายสุเทพกล่าวว่า ก็ครั้งนี้เราเห็นว่ายังไม่ถึงเวลานั้น เมื่อถามอีกว่าจะมีเงื่อนไขอะไรที่จะทำให้ไทยลดความสัมพันธ์กับกัมพูชาได้บ้าง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า คงตอบง่าย ๆ อย่างนี้ไม่ได้ ต้องดูในภาพรวม ๆ กัน
         
 ส่วนท่าทีของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศที่ระบุว่า กำลังจะหมดความอดทนนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เป็นความรู้สึกของหลาย ๆ ฝ่ายที่รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะทำยาก ความพยายามของเราไม่ได้รับการสนองตอบ แต่เมื่อเป็นเรื่องของบ้านเมืองเราก็ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง   ส่วนที่มีข่าวว่าวันนี้นายกฯจะลงพื้นที่จ.สุรินทร์ จะไปพื้นที่ใดบ้าง รองนายกฯ กล่าวว่า ตนคงบอกไม่ได้ว่านายกฯไปจุดใดบ้าง เพราะไม่อยากให้เป็นเป้ากระสุน ขอบคุณที่ถาม
         
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่รมว.กลาโหมบอกในที่ประชุมครม.ว่า หากเขาแรงมา เราก็แรงไปนั้น ความแรงที่จะส่งไป จะแรงแค่ไหน   รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง     กล่าวว่า คงตอบลำบาก แต่เอาเป็นว่าเมื่อทางฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีไทย เราก็ต้องตอบโต้ที่มีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้เขาฉุกคิดได้ว่า ถ้าทำอย่างนี้เขาเสียหายมากกว่านะ
         
 ผู้สื่อข่าวถามว่า อาเซียนจะเข้าใจเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะทำหน้าที่ในการอธิบายให้กับเพื่อนสมาชิกในประเทศอาเซียนด้วยกันหรือทางสหประชาชาติให้เข้าใจ
         
 มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าทำไมกัมพูชาจึงมีการเปิดฉากโจมตีไทยอย่างรุนแรง เป็นเพราะเขาต้องการโปรโมทลูกชายเขาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็มีการคาดเดากันไปเรื่อย แต่เหตุผลจริง ๆ ไม่มีใครทราบ ขอวิจารณ์เฉพาะสถานการณ์เท่านั้น อยากให้เหลือช่องทางที่จะมีความเข้าใจที่ดีต่อกันได้บ้างในวันข้างหน้า
         
 ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นักธุรกิจชายแดนออกมาพูด อยากให้ยุติเพราะการค้าขายบริเวณชายแดนเสียหายจำนวนมากพร้อมเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 4 ข้อซึ่งมองกันว่าเป็นความเห็นแก่ตัวของภาคธุรกิจที่นึกถึงแต่ธุรกิจอย่างเดียว รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะความจริงรัฐบาลก็ตั้งใจที่จะไม่พยายามทำอะไรที่จะให้เกิดผลกระทบกับการค้าขาย การใช้ชีวิตปกติของคนชายแดนอยู่แล้ว   
         
 ส่วนนักธุรกิจเหล่านี้ควรคิดถึงปัญหาของประเทศก่อนธุรกิจอยู่แล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปมองกันในแง่ร้าย หากยังค้าขายได้ก็ต้องทำขายไม่ได้ก็เลิกรัฐบาลจะดูตามสถานการณ์

 เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีการพูดคุยกับนักธุรกิจเป็นราย ๆ ไปหรือไม่ว่าต้องนึกถึงประเทศก่อน รองนายกฯ กล่าวว่า ยัง ไม่เป็นไร เราเป็นรัฐบาลก็ต้องฟังความเห็นของทุกฝ่ายไปก่อน