
แฉฮุนมาเนตเสริมทหาร700นายที่สุรินทร์
แหล่งข่าวแฉเขมรขนอาวุธหนัก BM 21 ระดมพลขนอาวุธยุท โปกรณ์หนักเสริมกำลังชายแดนพระวิหารและช่องสะงำ แถมโยก รปภ. 70 - รพศ. 911 เขาพระวิหาร เสริมกำลังที่ สุรินทร์ 700 นาย ด้าน คปศ. แนะทหารไทยอย่าตั้งรับอย่างเดียว
(27เม.ย.) แหล่งข่าวระดับสูง กล่าวว่า ทางทหารเขมรได้ทางการทหารเขมรได้ขนอสวุธยุทโธปกรณ์หนักประกอบด้วย รถ BM21 จำนวน 6 คัน ปืนใหญ่ปรส.จำนวน6กระบอก ปืนใหญ่ปรส.120 จำนวน 7กระบอก ขนกองกำลังจากกองพลที่3 ผ่านเวียรสะเปียน จำนวน 3 คัน มีกองกำลังคันละประมาณ 50-70 นาย เสริมกำลังตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยตรึงตามแนวยชายแดน ระยะยาวตั้งแต่อำเภออัลลองเวง อำเภอตระเปียงปราสาท จังหวัดอุดรมีชัย ถึงสระแอม จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา
ทหารที่ทางฝั่งกัมพูชาเสริมพร้อมอาวุธส่วนมารับการฝึกฝนจากประเทศเวียดนาม พร้อมมีวางกำลังเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพยาวตลอดแนวชายแดนไทยด้านอำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยาวถึงอำเภอน้ำขุ่น และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับศึกต่อกรกับการปะทะระหว่างกองกำลังไทยกับกำลังทหารกัมพูชา ที่ยังมีเหตุการณ์ปะทะร้อนระอุตามแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ลุกลามเปิดแนวขยายถึงจังหวัดศรีสะเกษ ด้านภูมะเขือ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขณะเดียวกันทางการประเทศกัมพูชายังประกาศออกเสียงตามสถานีวิทยุชุมชน อาทิ สถานีวิทยุบ้านสระแอม จังหวัดพระวิหาร ด้วยการป่าวประกาศให้ร้ายประเทศไทย หาว่าไทยใช้กำลังทหารบุกรุกประเทศตน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าประเทศกัมพูชาอย่างมาก กลับมารังแกประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า พร้อมมีการประกาศเชิญชวนชายฉกรรฐ์สมัครเป็นกองกำลังทหารประจำการเพื่อจับอาวุธสู้กับทหารไทย
พร้อมกันนี้ทางกองทัพกัมพูชา มีการเรียกระดมพลอดีตนายทหาร ทหารที่ได้ลาออกจากการเป็นทหารให้ไปรับใช้ชาติด้วยการแลกเป็นค้าตอบแทนในลักษณะปลูกบ้านให้ครอบครัวและจัดสรรที่ดินทำกินให้ครอบครัวละ 10-15 ไร่ เป็นสวัสดิการแก่นายทหาร ทหารที่กลับไปรับใช้ชาติ
แหล่งข่าวยังกล่าวอ้างว่าขณะนี้เองในการใช้กองกำลังทหารเขมรปะทะกับกองกำลังทหารไทยเพื่อสั่งสมพรรษาอันแก่กล้าในสมรภูมิการสู้รบให้กับบุตรชายของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาสมเด็จ ฮุนเซน คือ พล.ท.ฮุน มาเนต ซึ่งมีอายุประมาณ 33 - 35 ปีที่เป็นนายทหารหนุ่ม เพื่อรองรับการขึ้นเป็นนายพลขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหาบกของเขมร ด้วยวัยที่มีอายุน้อยขึ้นดูแลกองทัพ จึงสร้างพรรษาให้เกิดการยอมรับในแวดวงการทหาร เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ททหารเขมรต้องปะทะประลองกำลังกับกองกำลังทหารไทยตลอดแนวชายแดนอีสานใต้
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำ กล่าวว่า มองว่าขณะนี้เองการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ยังคงมีไปเรื่อยๆ ยังไม่สิ้นสุดง่ายๆ เพราะขณะนี้เกินการเยียวยาด้านการเจรจาระหว่างกองทัพต่อกองทัพแล้ว ต้องมีการเจรจาระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล แต่ตนมองมีวิธีหนึ่งที่เป็นทางออกที่ดีในขณะนี้ให้มีการเจรจาในระดับทวิภาคีแบบท้องถิ่น ด้วยการเป็นเมืองคู่มิตรจังหวัดต่อจังหวัดด้วยพ่อเมืองคือผู้ว่าราชการต่อผู้ว่าราชการนายอำเภอกับนายอำเภอผู้นำชุมชนในแต่ละท้องถิ่นที่มีพรมแดนติดต่อกัน ตลอดจนนักธุรกิจกับนักธุรกิจด้วยกัน อาทิเมืองศรีสะเกษคู่จังหวัดพระวิหาร จังหวัดอุรมีชัย จังหวัดสุรินทร์คู่จังหวัดอุดรมีชัย มีการสานสัมพันธ์ด้านการค้า การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เช่นการแสดงวงดนตรีแบบแลกเปลี่ยนกัน การไปมาหาสู่กันด้วยการเล่นกีฬาประเพณีข้ามพรมแดนแลกเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพสร้างสัมพันธ์ที่ดีตลอดมา
แฉฮุนมาเนตเสริมทหาร700นายที่สุรินทร์
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยด้วยว่า พล.ท.ฮุน มาเนต ได้มีคำสั่งเรียกตัวทหารสังกัด หน่วยรบพิเศษ รพศ. 911 และ กองพลรักษาความปลอดภัย รปภ. 70 ที่ประจำอยู่ชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จำนวนรวม 700 นายไปสนับสนุนแนวรบด้าน จ.สุรินทร์ หลังจากได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการเปิดฉากปะทะกับไทยมาตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. 54 ที่ผ่านมา โดยมียอดทหารกัมพูชาเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 300 นาย จากการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ และ 1 ในนั้นมีนายทหารที่มีตำแหน่งเป็นถึง ผบ.พันน้อยสนับสนุนที่ 4 ซึ่งเป็นน้องชายของ พล.ท.ซุม โซซิ๊ด โฆษกกระทรวงกลาโหม กัมพูชา เป็นเหตุให้ต้องออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาเมื่อช่วงแรกของการปะทะ ที่ จ.สุรินทร์
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า นอกจาก รพศ. 911 กับ รปภ. 70 จากเขาพระวิหารแล้ว เมื่อวานนี้ ยังได้มีคำสั่งให้ทหารประจำจังหวัด (ปทจ.) ปรีเวง ที่ขึ้นตรงกับ กองทัพภูมิภาคที่ 5 จำนวน 1 กองพันเข้าไปเสริมภารกิจที่ จ.สุรินทร์ด้วยเช่นเดียวกัน
ด้านนายอรุณศักดิ์ โอชารส เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทย กับ ทหารกัมพูชา ที่ จ.สุรินทร์ ขณะนี้ส่วนตัวขอเสนอว่า หากทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้าใส่ทหารไทย หรือบ้านเรือนราษฎร ขอสนับสนุนให้ทหารไทยใช้มาตรการเด็ดขาดโต้ตอบ และผลักดันให้ทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหาร รวมทั้งภูมะเขือให้หมด ค่อยมาเจรจากันทีหลัง
สำหรับสถานการณ์ชายแดนด้าน จ. สุรินทร์ นายอรุณศักดิ์ กล่าวว่า เขมรใช้ลูกไม้เก่าคือกลางวันจะจอดรถบรรทุกเครื่องยิงจรวด 40 ลำกล้อง หรือ BM 21 ไว้ห่างจากชายแดน พอตกช่วงเย็นก็จะวิ่งเข้ามาประชิดชายแดนแล้วยิงเข้ามาฝั่งไทย พอเราตอบโต้ก็จะวิ่งถอยห่างจากรัศมีปืนใหญ่ของเรา ซึ่งเป็นยุทธวิธีการยิงทางไกลข่มก่อน แล้วใช้รูปแบบจรยุทธ์ตามในช่วงกลางคืน ซึ่งถ้าทหารไทยยังใช้รูปแบบการตั้งรับอย่างนี้จะเสียเปรียบขึ้นไปเรื่อยๆ ตนจึงเสนอว่าทหารไทยควรจะจับตาความเคลื่อนไหวของ BM 21 อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะช่วงเย็นหากเห็นวิ่งเข้ามาใกล้ชายแดนต้องสอยก่อนเลย ไม่ต้องรอให้เขายิงก่อน ไม่อย่างนั้นสักวันเขาอาจจะยึดพื้นที่เราได้สำเร็จแน่
“รูปแบบการรบ ที่เขมรใช้ในพื้นที่ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ขณะนี้ พล.ท.ฮุน มาเนต เรียนมาจากโรงเรียนนายร้อย ประเทศอเมริกา ซึ่งยิงเข้ามาถึง อ.กาบเชิง ถือว่ายิงเข้ามาลึกมาก ถ้าเราตั้งรับอย่างเดียวมีแต่จะสูญเสีย ” นายอรุณศักดิ์ กล่าว



