ข่าว

กษิตเสนอรัฐสภาช่วยกดดันฮุนเซนเจรจา

กษิตเสนอรัฐสภาช่วยกดดันฮุนเซนเจรจา

27 เม.ย. 2554

"กษิต"ทวิตข้อความเขมรพยายามดึงปัญหาสู่เวทีโลก ยันไทยยังเป็นมิตรเขมรชี้เจรจาช่วยแก้ขัดแย้ง เสนอรัฐสภาทำหนังสือถึงสภาอาเซียน-เขมรกดดันฮุนเซนเจรจาเชิญทูตสหรัฐฯแจงเหตุการณ์ปะทะเขมร

(27เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.15 น. นายกษิต ภิรมย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทวิตข้อความผ่าน เว็บไซต์  twitter.com .ในชื่อ @kasitpirom  โดยมีข้อความว่า  "ผมขอชี้แจงปัญหาไทยกัมพูชาที่เกิดขึ้นดังนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามของฝ่ายกัมพูชาที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ประชาคมโลก ผมมั่นใจไทยไม่ได้เป็นคนรุกรานและไม่มีเหตุผลที่จะรุกรานกัมพูชา เนื่องจากไทยได้ให้ความช่วยเหลือกัมพูชามาโดยตลอด ประเทศไทยมีความพอใจกับกระบวนการทวิภาคีหรือคุยกันแค่ 2 ประเทศ"

 "ซึ่งการประชุม JBC เรื่องเขตแดนก็พึ่งเสร็จสิ้นไป การดำเนินการต่างๆต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ ตอบโต้ทางทหารอย่างเต็มที่เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทย รัฐบาลจะชี้แจงสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทั่วโลกเข้าใจในทุกระดับ รวมถึงทบทวนความช่วยเหลือด้านต่างๆแก่กัมพูชา สุดท้ายผมของวิงวอนให้คนไทยมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อจะส่งสัญญาณให้กัมพูชาได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ต้องการการสู้รบ และคนไทยเราต้องเป็นเอกภาพเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน"

นายกษิต ทวิตข้อความอีกว่า ผมขอชี้แจงปัญหาไทยกัมพูชาที่เกิดขึ้นดังนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามของฝ่ายกัมพูชาที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ประชาคมโลก   ผมมั่นใจไทยไม่ได้เป็นคนรุกรานและไม่มีเหตุผลที่จะรุกรานกัมพูชา เนื่องจากไทยให้ความช่วยเหลือกัมพูชามาโดยตลอด ประเทศไทยมีความพอใจกับกระบวนการทวิภาคีหรือคุยแค่ 2 ประเทศ ซึ่งการประชุม JBC เรื่องเขตแดนก็พึ่งเสร็จสิ้นไป  

การดำเนินการต่าง ๆ ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ ตอบโต้ทางทหารอย่างเต็มที่เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทย   รัฐบาลจะชี้แจงสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทั่วโลกเข้าใจในทุกระดับ รวมถึงทบทวนความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ แก่กัมพูชา สุดท้ายผมของวิงวอนให้คนไทยมีความสามััคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อจะส่งสัญญาณให้กัมพูชาได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ต้องการการสู้รบ

กษิตเสนอรัฐสภาช่วยกดดันฮุนเซนเจรจา

   ในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาญัตติด่วนฯ ปรากฎว่าส.ส.ต่างลุกขึ้นอภิปรายปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชาอย่างกว้างขวาง โดยต่างห่วงใยปัญหาที่เกิดขึ้น และเกรงว่าจะรุกลามกลายเป็นสงคราม และเห็นด้วยที่จะเจรจา  ซึ่งนายกษิต  ชี้แจงว่า  ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปประชุมระดับรัฐมนตรีสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่อินโดนีเซีย โดยจะใช้เวทีนี้ชี้แจงกับฑูตถาวรประจำอาเซียน ซึ่งนโยบายของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเราให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ซึ่งชายแดนเราไม่มีปัญหากับประเทศอื่นนอกจากกัมพูชางเรื่องนี้เกิดจากรัฐบาลกลางกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธแล้วมามีผลกระทบต่อประเทศไทย ต้องยอมรับว่าปัญหาไทย - เขมรเป็นปัญหาประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมในเรื่องเกี่ยวกับคำแถลงการณ์ร่วม( joint communigue ) ซึ่งรัฐบาลชุดก่อน ๆ ไม่ได้ทำให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จึงดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้ไปกลั่นแกล้งกัมพูชาซึ่งไม่ใช่แต่เราต้องทำตามรัฐธรรมนูญ

   ในเรื่องความร่วมมือ ประเทศไทยได้ขายสินค้าให้กับกัมพูชาในสัดส่วนร้อยละ 90   เราให้ความช่วยเหลือกัมพูชามากที่สุดในประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน ส่วนโรงพยาบาลตามแนวชายแดนก็รักษาคนกัมพูชาโดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย ขณะที่ภาคเอกชนก็เดินทางไปลงทุนในประเทศกัมพูชามาก จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่เป็นมิตรกับประเทศกัมพูชา เพราะยิ่งเขาเจริญมากเท่าไหร่ก็ดีกับเราเท่านั้น ให้ความร่วมมือกับกัมพูชาอย่างเต็มที่ ทั้งเงินให้เปล่า เงินกู้เพื่อก่อสร้างถนน แต่ความคาใจบริเวณชายแดนทำให้เกิดการปะทะ ซึ่งเราต้องใช้นโนบายอดทนอดกลั้น ชี้แจงมิตรประเทศเราไม่มีผลได้ผลเสียต่อสงครามและต้องการสร้างประชาคมอาเซียนให้เป็นปึกแผ่น ซึ่งปัญหาที่มีอยู่ต้องแก้ไขด้วยการการเจรจาสองฝ่ายเท่านั้น

เสนอรัฐสภาทำหนังสือถึงสภาอาเซียน-เขมรกดดันฮุนเซนเจรจา

 นายกษิต ชี้แจงเพิ่มเติมว่า   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายเขมรได้รุกล้ำอธิปไตยของไทย บริเวณปราสาทตาเหมือนธม และปราสาทตาควาย โดยเป็นความพยายามที่ต้องการขยายผล จากเหตุการณ์ปะทะเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา  ซึ่งไทยไม่มีเหตุผลที่จะเป็นฝ่ายรุกล้ำเขมรก่อน เพราะไทยอยู่ในฐานะผู้ลงทุน และให้ความช่วยเหลือกัมพูชา ทั่งนี้เหตุการณ์ปะทะตลอด 4 วันที่ผ่านมา ทางฝ่ายไทยได้พยายามติดต่อขอเจรจากับทางเขมรมาโดยตลอด เพื่อลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่สู้รบ แต่ก็ได้รับการปฎิเสธ  ดังนั้นอยากขอเสนอให้รัฐสภาของไทย ทำหนังสือไปยังรัฐสภากัมพูชา และรัฐสภาของประชาคมอาเซียน เพื่อเป็นตัวแทนในนามของปวงชนชาวไทย ในการส่งเสียงให้ประชาคมโลก โน้มนาวให้สมเด็จฮุนเซนกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะทุกอย่างมีกระบวนการแก้ไข

 “ยืนยันว่าไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยไม่มีการบิดเบือนทำอย่างตรงไปตรงมาและขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพ เพราะยังไงถ้าสู้กันจริง ๆ เขมรก็ไม่มีทางชนะ ที่ผ่านมาเราได้ทำทุกทางแล้วเพื่อให้มีการเจรจา โดยเฉพาะการพุดคุยกับทางอินโดนีเซีย เพื่อขอให้เขมรกลับเข้าสู่โจ๊ะเจรจา เช่นเดียวกับการแสวงหามิตรประเทศ เพื่อให้เกิดสันติภาพในแนวชายแดน ” รมว.ต่างประเทศ

เชิญทูตสหรัฐฯแจงเหตุการณ์ปะทะเขมร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกษิตได้เชิญนางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีปัญหาการปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา

 ภายหลังการชี้แจง น.ส.อาจารี ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการกองประมวลและวิเคราะห์ข่าว เปิดเผยว่า นายกษิตได้ย้ำท่าทีไทยว่าไม่ได้เป็นฝ่ายโจมตีก่อน เพราะไม่มีเหตุผลต้องทำ ที่ผ่านมาไทยได้ให้ความช่วยเหลือกัมพูชา โดยเฉพาะความร่วมมือส่งเสริมการค้า ที่สำคัญการหาประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจบีซี) ไทย - กัมพูชา ล่าสุดที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นไปได้ด้วยดี ในส่วนของผู้สังเกตการณ์ก็มีประเด็นคืบหน้า และไทยไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำให้กระบวนการพูดจากับกัมพูชาล่าช้า จึงขอให้สหรัฐฯ ช่วยโน้มน้าวให้ฝ่ายกัมพูชาเจรจาพูดคุยกับฝ่ายไทย ขณะที่แถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไทยเห็นด้วยที่เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันตามกลไกที่มีอยู่

 น.ส.อาจารี กล่าวว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาแสดงความเข้าใจและรับว่าจะแจ้งเรื่องนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับทราบ ซึ่งทางสหรัฐได้เชิญเอกอัครราชทูตไทย ณ   วอชิงตัน ไปชี้แจงเช่นกัน อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นวันนี้ ( 26 เม.ย.) เวลา 17.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญ เอคอัครราชทูตอินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ออสเตเลีย และอุปทูตแคนาดา มารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย