
จุดเปลี่ยน 2
ในช่วงสัปดาห์ที่เป็นช่วงฉลองเทศกาลสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่ไทย คนไทยทั่วประเทศต้องตกอยู่ในอาการตระหนกตกใจ วิตกกังวล เครียดกับสถาณการณ์บ้านเมืองที่เข้าขั้น จลาจล ผู้คนเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน คอยติดตามสถานการณ์บ้านเมืองแบบใจจดใจจ่อพร้อมกับสวดมนต์ภาวนาให้บ้านเม
การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่ใช้ อารมณ์ ใช้ความรุนแรง สะท้อนอาการ “ผิดปกติ” ของสังคม ความแตกแยกที่ หยั่งรากลึก ครั้งนี้ของสังคมไทยเป็น ปรากฏการณ์ ของ ลมหายใจเฮือกสุดท้าย ทางการเมือง ที่ความไม่พอดี ความไม่สมดุล ทางการเมือง แสดงอาการพิษไข้ จนถึงขั้น กระอักเลือด
การทำให้อาการพิษไข้นั้นหายไปของรัฐบาล เชื่อว่าเป็นเพียงการใช้ยาขนานแรงที่มีผลในการสยบพิษไข้ชั่วคราว แต่พิษไข้ที่รุนแรงกว่าเดิมจะปะทุขึ้นมาอีก หาก “ยา” ที่ใช้ไม่ไปรักษาอาการที่ต้นเหตุ
อาจารย์ยักษ์อยากจะย้ำว่า วิกฤติการการเมือง ที่เกิดขึ้นในรอบนี้บ่งบอก ถึง จุดเปลี่ยน ของสังคมไทยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดเปลี่ยนที่ต้องเปลี่ยนแบบ ถึงรากถึงโคลน ต้องเอาให้ชัดว่า สังคมจะไปทางไหน แล้วก็ทำให้ไปทั้งต้น ทั้งราก ไม่ใช่ต้นไปทาง รากไปทาง ใบไปอีกทาง มิเช่นนั้นต้นไม้ประเทศไทย ต้นนี้ก็ถึงครา พินาศ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา และฝ่ายปฏิบัติการ คือ ข้าราชการ ต้องไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลประกาศใช้นโยบาย เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญานำ ในการนำพาประเทศให้รอดวิกฤติ เราก็ต้องชัดเจนว่า เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องของชนบท เกษตร แต่เป็น “หลัก” ในการดำรงชีวิตของคนทั้งสังคม และประเทศชาติ และต้องตีให้แตกว่า ในแต่ละภาคส่วน
“หลักเศรษฐกิจพอเพียง” นั้นนำไปใช้ในรูปธรรมที่แตกต่างกันอย่างไร เศรษฐกิจพอเพียง ของภาคชนบท ย่อมมีรูปธรรมที่แตกต่างจากเศรษฐกิจพอเพียงของภาคเมือง ภาคราชการก็ย่อมมีรูปธรรมที่แตกต่างจากเอกชน แต่ทุกภาคส่วนของสังคม “เดิน” ไปสู่คุณค่า ความเชื่อ และหลักคิด ทางเดียวกันนั่นคือ คุณธรรม ความรู้ ความพอดี มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน
อาจารย์ยักษ์ในฐานะชาวนาที่อยู่ภาคเกษตรก็ได้ทำให้ดูแล้ว เศรษฐกิจพอเพียง ในรูปธรรมของชนบทนั้นทำอย่างไร เริ่มต้นด้วย หลักการพึ่งตนเอง สร้างพื้นฐานการดำรงชีวิตให้พอเพียงด้วยการอาศัยทรัพยากรที่อยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์โดยเฉพาะดิน รวมทั้งดูแลปกป้องพระแม่ธรณีอย่างเห็นคุณค่า เมื่อมีพอแล้วก็รู้จักแบ่งปัน เชื่อใน ฤทธิ์ของทาน มีพอแล้ว แบ่งปันแล้ว เหลือสุดท้ายเราจึงขายและสร้าง คุณค่าเพิ่ม จากของที่เหลือ วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ได้ให้บทพิสูจน์แก่คนทั้งโลกว่า “ยิ่งอยากได้ ยิ่งโลภก็ยิ่งจน”
โลกกำลังจนอาหาร จนน้ำ จนอากาศ เพราะโลกเปลี่ยนของมีค่าทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กับ สิ่งสมมติที่มนุษย์เรียกว่า “เงิน” บางทีความเข้าใจถึงแก่นแท้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอาจช่วยให้สังคมไทยทั้งมวลที่ผ่าน “ลมหายใจเฮือกสุดท้าย” ตื่นขึ้นมายอมเอาเงิน แลกกับสิ่งมีค่าแท้จริงของเราคือ น้ำ อาหารและอากาศ กลับคืนมา
หาไม่เช่นนั้น จุดเปลี่ยนครั้งนี้ ก็เป็นจุดเปลี่ยนสู่เส้นทางความวิบัติ ความตาย เป็นแน่แท้
"อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู"



