
โชคร้ายจริงๆ
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนจาก กกต.ว่าการประกาศนโยบายอย่างที่ขึ้นเป็นคำขวัญในก่อนหน้านี้ว่า "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" แต่วันก่อนที่จะมีการประกาศนโยบายพรรคเพื่อไทย มีการเปลี่ยนคำขวัญใหม่เป็น "ขอคิดใหม่ ทำใหม่เพื่อคนไทยทุกคน...อีกครั้ง" โดย ทักษิณ ชินวัตร
ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองหลายต่อหลายคนในบ้านเราที่ถูกสั่งเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี รวมทั้งทักษิณ ที่เคลื่อนไหวนอกประเทศ ทำให้คำสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปีเกิดความสับสน
ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายพิเศษอะไรมากมาย
หรือหาก กกต.จะให้ชัดเจนก็น่าจะตั้งเรื่องแล้วถกกันอย่างจริงจังว่าเอายังไงกันแน่
ไอ้ที่ว่าห้ามนั้นมันมีขอบเขตมากแค่ไหน
เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะเอากันให้ตาย แต่มันเป็นหลักการที่บ้านเมืองต้องยึด ต้องปฏิบัติเพื่อให้เกิดเป็นบรรทัดฐาน
แล้วก็ไม่น่าจะเรียกว่า "ทางสายกลาง" อย่างที่ อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ว่าเอาไว้
เพราะทางสายกลางที่ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์นั้น ถึงขั้นว่านำเสนอนโยบาย หรือให้การแนะนำนั้นสามารถทำได้
ซึ่งก็น่าจะหมายความว่า ที่ทักษิณเสนอนโยบายให้พรรคเพื่อไทยนั้น...ไม่มีปัญหา
ถามว่าถ้าทำได้ขนาดนั้น มันก็จะต่างกันตรงไหนกับการมีตำแหน่งทางการเมือง ?
น่าจะดีกว่าเสียอีกที่ไม่ต้องไปรายงานต่อ ป.ป.ช.ว่ามีทรัพย์สินเท่าไหร่
ไม่ต้องมีองค์กรไหนมาตรวจสอบ ตราบใดที่ไม่ได้ทำผิดอาญาของบ้านเมือง เพราะส่วนใหญ่จะใช้สั่งด้วยวาจา
คงไม่ต้องถามว่าคนเหล่านั้น "สั่ง" นักการเมืองได้ไหม "สั่ง" ให้พรรคการเมืองได้ไหม สั่งให้คนนั้นไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งได้ไหม ?
กกต.เคยสังเกตอาการของแต่ละพรรคการเมืองบ้างหรือเปล่าว่า การขับเคลื่อนพรรคไปในแต่ละครั้งนั้น ใครคือคนกำหนดทิศว่าจะไปทางนั้นทางนี้
ถ้าเรามีความละอายต่อบาป เราก็อาจไม่ต้องมีกฎหมายอะไรมาควบคุมระดับของ "กิเลส" แต่ในวันนี้ ถามว่ากฎหมายที่มีมันครอบคลุม ควบคุม "กิเลส" ได้หรือไม่
ข้อเสียอย่างเดียวของกฎหมายก็คือ มันไม่สามารถจัดการอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวของมันเองได้
และข้อเสียของคนที่ตรากฎหมายออกมาบังคับใช้ก็คือ ต่างก็คิดว่าคนที่ใช้กฎหมายจะตรงไปตรงมา จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่
โชคร้ายของคนไทยก็คือ ไม่รู้ว่าจะอยู่กับเรื่องอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน !
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



