ข่าว

ธปท.ติง"ประชานิยม"ป่วนฐานะการคลัง

ธปท.ติง"ประชานิยม"ป่วนฐานะการคลัง

27 เม.ย. 2554

ผู้ว่าการ ธปท.เตือนการเมืองชูประชานิยมมาก ห่วงกระทบฐานะการคลังในอนาคต ชี้หากมีปัญหาแก้ยากต้องใช้เวลานาน จับตาทุนเคลื่อนย้ายใกล้ชิด ดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวน

 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ระดับหนี้สาธารณะของไทยจะยังไม่มีปัญหา แต่การที่พรรคการเมืองเน้นการนำนโยบายด้านประชานิยมมาใช้กันค่อนข้างมาก ก็มีความน่าเป็นห่วงฐานะการคลังของรัฐในอนาคต ซึ่งประเทศที่มีปัญหาจากประเทศที่มีปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากฐานะหนี้ของประเทศและฐานะความมั่นคงทางการคลัง และเมื่อดำเนินนโยบายผิดพลาด การแก้ไขปัญหากว่าจะให้กลับมาเหมือนเดิมก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ดังนั้นการสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ลงทุนจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

 สำหรับนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำนั้น ถือเป็นนโยบายที่ดี แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ทั้งในเรื่องการเพิ่มความชำนาญ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งการทำควบคู่ทั้ง 2 ด้าน คือ เพิ่มรายได้ผู้มีรายได้น้อยและการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ก็จะไม่เป็นการสร้างแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อที่สูงเกินไป แต่หากค่าแรงเพิ่ม แต่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่เพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นการสร้างแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อได้

 นายประสาร กล่าวปาฐกถาในงาน “SMEs โอกาสและความเสี่ยงในยุคเอเชียภิวัฒน์” ว่า ธปท.ยังติดตามดูสถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด โดย ธปท.ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด และมีนโยบายรวมถึงมาตรการรูปแบบต่างๆ ในการดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวนมากเกินไป สะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น เพียงแต่การแทรกแซงของ ธปท.ก็มีข้อจำกัด ดังนั้น ธปท.จะไม่ทำอะไรที่เป็นการฝืนกลไกตลาด เพราะเงินทุนที่ไหลเข้าส่วนหนึ่งเกิดจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

 “การเข้ามาของเงินร้อน หากจะแยกให้ชัดเจนคงยาก ซึ่งเราก็พยายามดูอยู่ แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไร เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ เพียงแต่ต้องคอยติดตาม แต่หากเป็นเรื่องของการปรับตัวอันเนื่องมากจากปัจจัยพื้นฐาน อย่างนี้เราจะไม่เข้าไปฝืน แต่จะใช้วิธีดูแลในระยะสั้นไม่ให้ผันผวนมากเกินไป เพื่อให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้” นายประสารกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม นอกจากเงินไหลเข้ามามากแล้ว ก็อาจมีความเสี่ยงในเรื่องการไหลออกด้วยเช่นกัน