
ยอมรับผลเลือกตั้ง
วาระการเลือกตั้งคืบคลานเข้ามาทุกขณะ ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจเต็มในการยุบสภา บอกกล่าวไว้ว่า เป็นสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ก็น่าจะไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคม
และเลือกตั้งก็ไม่น่าเกินวันที่ 3 กรกฎาคม เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ถ้ายุบสภาให้เลือกตั้งภายใน 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน และดูเหมือนสัญญาณจะค่อยชัดขึ้นว่า ทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามกรอบนั้น วุฒิสภาก็ผ่านกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไปแล้วเมื่อการประชุมวันจันทร์ที่ผ่านมา และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ตามการตั้งข้อสังเกตของสมาชิกรัฐสภา
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกรัฐบาล ออกมาตอกย้ำอีกครั้งว่า นายอภิสิทธิ์ จะนำพระราชกฤษฎีกายุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายก่อนวันที่ 6 พฤษภาคม และจะจัดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางช่อง 11 ในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันสุดท้าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการเลือกตั้งเกี่ยวกับการใช้สื่อของรัฐ นั้นคือสัญญาณชัดเจนถึงการเมืองเดินเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้ง แม้นักสังเกตการณ์บางคนจะเห็นว่า ควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนอยู่ในช่วงของการสู้รบกับกัมพูชา และยังไม่เห็นช่องทางว่าจะเกิดความสงบลงในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ เพราะกัมพูชาเอง ยังไม่ยอมเปิดเวทีเจรจา
เมื่อการเมืองเดินไปสู่การเลือกตั้ง จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมืองที่กระโดดลงสู่สนามเลือกตั้ง หวังคว้าชัยชนะได้เสียงข้างมากเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ยอมรับในผลการเลือกตั้งที่ออกมา โดยนายโคทม อารียา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายลงนามจรรยาบรรณการเลือกตั้งคือ 1.ให้ทุกฝ่ายเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง กฎระเบียบ กกต. 2.ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการซื้อเสียง ไม่ใช้กลไกรัฐรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหรือเพื่อได้มาซึ่งคะแนนเสียง 3.หาเสียงด้วยสันติวิธี ไม่ข่มขู่คุกคามและไม่รบกวนการหาเสียงของพรรคอื่นๆ 4.ไม่ใช้ถ้อยคำและภาษาที่รุนแรง ไม่ข่มขู่หรือปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง และ 5.ต้องยอมรับผลการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์ ยุติธรรม
แน่นอนว่า การเมือง การเลือกตั้งย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง แต่อันโตนิโอ กรัมชี นักคิดชาวอิตาเลียน เสนอคำตอบการเปลี่ยนแปลงสังคม ที่น่าสนใจว่า การเปลี่ยนแปลงด้านความคิดและวัฒนธรรมใหม่ให้แก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ มากกว่าการมุ่งยึดอำนาจรัฐโดยตรง แต่ทุกวันนี้พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ยังคงเดินหน้าเพียงเพื่อการให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ หรือยึดอำนาจรัฐมาไว้ในมือเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงความคิด และสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่ดีงามให้เกิดขึ้น



