ข่าว

"มิ่งขวัญ-ป๋าเหนาะ" :หัวอกเดียวกัน

"มิ่งขวัญ-ป๋าเหนาะ" :หัวอกเดียวกัน

27 เม.ย. 2554

กระแสข่าว "ทักษิณ ชินวัตร" สั่งตัดเชือกไม่ส่งสมาชิก "กลุ่มหัวแข็ง" ที่คิดตั้งพรรคแข่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าถือเป็นการเล่นบทหนักไม่ง้อสมาชิกพรรคในยามที่ "พรรคเพื่อไทย" กำลังเกิดความระส่ำระสาย เนื่องจากเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในพรรคอย่างหนัก

 การเล่นบทเด็ดขาดของ "ทักษิณ" ครั้งนี้เริ่มมีเค้าลางมาตั้งแต่การโฟนอินระหว่างการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ที่ออกมาเตือนกลุ่มเชียร์ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ดูเหมือนเชียร์จนออกนอกหน้า

 บรรยากาศที่ประชุมพรรคครั้งนั้นไม่ต้องอธิบายก็คงรู้ว่าการตำหนิของ "ทักษิณ" เจตนาที่แท้จริงคือต้องการสื่อสารไปถึง "มิ่งขวัญ" โดยตรง
  และคนอย่าง "มิ่งขวัญ" มีหรือจะดูไม่ออก และโดยอุปนิสัย "มิ่งขวัญ" ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ โดยเฉพาะมี "กลุ่มกองเชียร์" ที่เปิดหน้าเชียร์ชัดเจนย่อมทำให้ "มิ่งขวัญ" เดินหน้าหาเป้าหมายโดยลืมดูกำลังพลในมือตัวเอง

 ประกอบกับเดินสายไปที่ไหนมักมีเสียงแซวเหมาะนั่งเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" คนเราไม่ใช่พระอิฐพระปูนบางครั้งก็ต้องมีบ้างอาการฮึกเหิมลำพองใจกันได้

 การออกหน้าของ "สุพล ฟองงาม" อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่สนับสนุน "มิ่งขวัญ" ชิงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ในนามพรรคเพื่อไทย ถือมีส่วนสำคัญที่ทำให้ "มิ่งขวัญ" เดินหน้าเล่นบท "ผู้นำ" อย่างมั่นใจ

 "การเมืองวันนี้ต้องมีแคนดิเดตที่ชัดเจน พรรคเพื่อไทยจะลงสนามเลือกตั้ง ต้องมีหัวได้แล้ว ภาพการหารือกันของคน 3 คน คือคุณเสนาะ พล.อ.ชวลิต และคุณมิ่งขวัญ ทำให้เห็นว่าต่อไปพรรคจะไม่มีคำว่า "ไม่มีหัว" หรือ "ผีหัวขาด" คุณมิ่งขวัญก็แต่งตัวพร้อมแล้วอาจจะมีคนไม่ชอบบ้าง 5-10 คนก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร แต่สุดท้ายทุกอย่างจะต้องลงตัว" สุพล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างเดินทางไปร่วมงานวันเกิด "ป๋าเหนาะ"  พร้อม "มิ่งขวัญ" เมื่อต้นเดือนเมษายน

 หลายคนในพรรคเพื่อไทยมองว่า "มิ่งขวัญ" ยังฝันค้างอยู่กับเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ที่ "ทักษิณ" เคยมอบให้ระหว่างการทำหน้าที่ "หัวหน้า" ทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 แต่จากนั้น "ทักษิณ" ก็ได้โฟนอินดับฝันกลางที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 5 เมษายน "หนังเรื่องแรกจบแล้ว หนังเรื่อง 2 ยังไม่เริ่ม ฉะนั้นอย่าเชียร์กันเลอะเทอะ จนพรรคเสียหาย"

 จากการโฟนอินของ "ทักษิณ" เมื่อวันที่ 5 เมษายนทำให้กระแส "มิ่งขวัญ" ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในนาม "พรรคเพื่อไทย" เริ่มแผ่วลง จนมีชื่อของ "ปู" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ขึ้นมาอยู่ในกระแสแทน

 แต่ "ทักษิณ" ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครเป็น "นายกรัฐมนตรี" แต่เป็นที่แน่นอนว่า "หัวหน้าพรรค" ยังเป็น "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ดังนั้นคนชิงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นส.ส.คนไหนก็ได้อยู่ที่เจ้าของพรรคตัวจริงเป็นคนเลือก

 จากสุ่มเสียงของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีต่อ "มิ่งขวัญ" ทำนองผลักไสมา ถ้าออกไปก็อย่าทำให้พรรคเสียชื่อ หรือฝากเป็นบทเพลง  "มายาชีวิต" ทำนองว่า "เตรียมใจไว้ก่อน ทุกข์ย้อนกลับเยือน ไม่มีใดเหมือน มีแต่เฉือนใจ สุขอย่างลมลม ถมทุกข์ภายใน ซ่อนเก็บเอาไว้ ใจช้ำจำทน บางคนยิ้มชื่น ทั้งฝืนใจตน ดั่งน่าสุขล้น ทนขื่นขมใจ..."

 สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้ "มิ่งขวัญ" ต้องกลับมานั่งขบคิดอย่างหนักถ้าต้องถอยกลับเข้าพรรคอีกครั้ง

 ข่าวพรรคเพื่อไทยตัดสิทธิ "ชวลิต วิชยสุทธิ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และลูกชาย ที่จะลงสมัครในนามส.ส.เขต เพราะไม่ร่วมงานประกาศนโยบายของพรรค และไม่ร่วมประชุมพรรคเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

 และอีกคนที่อาจถูกตัดสิทธิด้วย คือ "สุพล ฟองงาม" ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้วางตัวให้อยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ

 ที่สำคัญทั้ง "มิ่งขวัญ" และ "สุพล" ก็ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานประกาศนโยบายพรรคเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งที่พรรคได้ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือแจ้งกับสมาชิกทุกคนแล้ว

 ส่วน "มิ่งขวัญ" ทางพรรคยังไม่ได้ตัดสิทธิ เพราะต้องการรอดูท่าทีของ "มิ่งขวัญ" อีกครั้งว่าต้องการอยู่กับพรรคต่อไปหรือย้ายไปตั้งพรรคใหม่ร่วมกับ "บิ๊กจิ๋ว" และ "ป๋าเหนาะ" ตามกระแสข่าว

 เพราะก่อนหน้านี้ "ผู้ใหญ่" ในพรรครู้ข่าวมาว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา "สุพล" และ "ชวลิต วิชยสุทธิ์" ได้เดินทางเข้าพบ "ป๋าเหนาะ" และเกิดข่าวลือการตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือย้ายมารวมอยู่ที่ "พรรคประชาราช" ของป๋าเหนาะ

 โดยจะมีส.ส.เพื่อไทยติดท้ายมาอยู่ด้วยประมาณ 20 คน เพราะกลัวพรรคถูกยุบกรณี "จตุพร พรหมพันธุ์" ส.ส.สัดส่วน ปราศรัยหมิ่นสถาบัน ส่วนค่าใช้จ่ายยกเครดิตให้ "มิ่งขวัญ" เป็นผู้จัดหา เพราะว่ามีเครือข่ายให้การสนับสนุนเต็มที่

 ซึ่งครั้งนี้มีเป้าหมายดึง "บิ๊กจิ๋ว" มาร่วมทำงานด้วย แต่ส่วนใหญ่มองว่า "บิ๊กจิ๋ว" อาจให้การช่วยเหลือแบบไม่เปิดตัวเป็นทางการ

 ความชัดเจนเรื่องการตั้งพรรคใหม่ร่วมกันระหว่าง "บิ๊กจิ๋ว-ป๋าเหนาะ และ มิ่งขวัญ" ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากมีปัญหาด้านเทคนิคโดยเฉพาะตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค-ประธานที่ปรึกษาพรรค"

 ตราบใดมือประสานด้านหาทุนเข้าพรรคกับเจ้าของพรรคยังตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องความเชื่อใจ เพราะอดีตที่ผ่านมาทั้ง "ป๋าเหนาะ" และ "มิ่งขวัญ" เคยเจ็บช้ำน้ำใจจากนายคนเดียวกันมาแล้วทั้งคู่

สมถวิล เทพสวัสดิ์