ข่าว

 ปมรักหักสวาท..."ฆ่าฝังดิน"

ปมรักหักสวาท..."ฆ่าฝังดิน"

27 เม.ย. 2554

เงื่อนปมความรักของ "สาวดอยมูเซอ" วัย 16 กับ "หนุ่มใหญ่" วัย 43 ดีกรีนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกเทศมนตรี ผ่านความหวานชื่นตื่นใจกับสาวดอยหน้าตาดีมาเพียง 3 ปี ก็ต้องพานพบกับความยุ่งยากลำบากใจ จนอาจเป็นชนวนเหตุแห่งความตายปริศนาของสาวมูเซอรายนี้

ช่วงเย็นวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา น.ส.ธิดา โสภนเกิดศิริ อายุ 16 ปี สาวมูเซอหน้าตาดี ผิวพรรณขาวนวล ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเลขที่ 247 หมู่ 13 บ้านดอนปู่ไข่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อไปพบกับ นายจิตร ใจขันธ์ อายุ 43 ปี นายกเทศมนตรีตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย จนเวลาล่วงเลยมาเย็นย่ำผิดเวลา ทำให้ผู้ปกครองของเด็กสาวต่างพากันออกตามหาแต่ไร้ร่องรอย

 ความกังวลใจของผู้ปกครองไม่สามารถติดตามลูกสาวพบ อีกทั้งไม่สามารถติดต่อนายจิตรได้ ยิ่งเพิ่มความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองตลอดเวลา จนกระทั่งผ่านไปเกือบ 3 วัน ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย เดินทางมาพบกับผู้ปกครองของน.ส.ธิดา ซึ่งตำรวจนำกระเป๋าสะพายแบบหนังสีเทาเปื้อนคราบเลือดภายในมีทรัพย์สินสร้อยคอทองคำ 1 เส้น แหวนทองคำ 1 วง เครื่องสำอางและบัตรทองที่ระบุชื่อและที่อยู่ของน.ส.ธิดา โดยตำรวจแจ้งว่ามีพลเมืองดีพบกระเป๋าใบดังกล่าวถูกทิ้งไว้ละแวกบ่อทิ้งขยะของเทศบาลตำบลบ้านดู่

 การหายตัวไปของน.ส.ธิดา ผู้ปกครองได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้อย่างละเอียด โดยตำรวจได้แนะนำให้ผู้ปกครองเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความคนหาย แต่อีกมุมตามความเชื่อไสยศาสตร์ของผู้ปกครองน.ส.ธิดา ได้ไปพบคนทรงเจ้า ซึ่งได้อ้างว่าน.ส.ธิดา เสียชีวิตไปแล้วโดยศพถูกฝังดินภายในบ่อทิ้งขยะของเทศบาล

 ด้วยความเชื่อของผู้ปกครองน.ส.ธิดา จึงออกตามหายังสถานที่ตามคำบอกเล่าของเจ้าทรง โดยมีตำรวจร่วมค้นหาด้วย โดยพยายามค้นหาอยู่หลายชั่วโมง จนพบร่องรอยกลบฝังดินใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบกระเป๋าประมาณ 400 เมตร จึงช่วยกันขุดหลุมลึกประมาณ 2-3 เมตรซึ่งพื้นดินดังกล่าวลักษณะเป็นดินร่วนซุย จนกระทั่งพบศพหญิงสาววัยรุ่น ซึ่งผู้ปกครองยืนยันว่า ศพหญิงสาวที่พบคือ น.ส.ธิดา !!

 การหายตัวไปของสาวมูเซอรายนี้กลายเป็นคดีฆาตกรรมโหดเหี้ยม พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย สั่งการให้ พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.มงคล สัมภาวะผล ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.ท.วรพงศ์ มัจพันธุ์ รองผกก.สส. พร้อมชุดสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดี

 การสอบสวนคดีนี้ ผู้ปกครอง น.ส.ธิดา ได้ให้ข้อมูลแก่ชุดสืบสวนสอบสวนว่า การเสียชีวิตของลูกสาวครั้งนี้น่าจะเกิดจากความหึงหวง เพราะน.ส.ธิดา ค่อนข้างหน้าตาดีมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายจิตร แล้วค่อนข้างมั่นใจว่านายจิตร มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเป็นคนสุดท้ายที่โทรศัพท์หาลูกสาว

 ชุดสืบสวนสอบสวนออกหาข่าวทิศทางของคดีในทางลับ จนกระทั่งทราบว่า น.ส.ธิดา และนายจิตร รู้จักกันมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2550 ตั้งแต่ น.ส.ธิดา อายุเพียง 13 ปี เพราะมีบ้านพักอยู่ที่หมู่บ้านดอยปู่ไข่ และเคยได้รับว่าจ้างให้ไปทำความสะอาดบ้านนายจิตร จนกระทั่งมีการคบหาเรื่อยมา

 นอกจากนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนยังสอบปากคำจากพยานซึ่งมีความใกล้ชิดกับน.ส.ธิดา อ้างว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน ระยะหลังเดินทางไปที่ทำงานของนายจิตรหลายครั้ง และได้ยินเรื่องการขอเงินหลักแสนบาท จนทำให้นายจิตรไม่ค่อยพอใจ

  ขณะที่พยานใกล้ชิดของนายจิตรอ้างว่า ก่อนหน้านี้ประมาณวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา นายจิตรให้พยานนำรถแทรกเตอร์ให้ไปขุดดินโดยบอกว่าต้องการปลูกต้นไม้ จนกระทั่งวันที่ 20 เมษายน ได้รับคำบอกเล่าให้นำรถแทรกเตอร์ไปกลบหลุมที่ขุดเอาไว้

 ชุดสืบสวนจึงตัดสินใจขอตรวจค้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน กจ 3886 เชียงราย ซึ่งเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งของนายจิตร และรถแทรกเตอร์ ที่พยานนำไปขุดหลุมและกลบดิน มาตรวจสอบ โดยเฉพาะรถยนต์ประจำตำแหน่งของนายจิตร พบร่องรอยของคราบเลือดเปื้อนอยู่ภายในรถยนต์บางจุด จึงให้เจ้าหน้าที่วิทยาการมาเก็บหลักฐานไว้

 “คำบอกเล่าของผู้ปกครอง พยานแวดล้อม และหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทำให้ชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่านายจิตร น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมน.ส.ธิดา เพราะพยานหลักฐานบ่งบอกชี้ชัดไปที่นายจิตร ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลจังหวัดเชียงราย พิจารณาอนุมัติหมายจับนายจิตร ในข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ซึ่งได้อนุมัติหมายจับนายจิตรเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดตามหาตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป“ พ.ต.ท.วรพงศ์ มัจพันธุ์ รองผกก.สส.สภ.เมืองเชียงราย ระบุ.