
เขมรปะทะไทยอีกเป็นรอบที่7ฝั่งสุรินทร์
เขมรใช้อาวุธหนักจรวดบีเอ็ม 21 ถล่มเข้ามาอีกเป็นรอบที่ 7 ด้านปราสาทตาเมือน กระสุนล้ำเข้าตกที่บ้านโคกประทายบุรีรัรมย์ ชาวบ้านเตรียมอพยพหลังเขมรยิงอาวุธหนัก เลขาธิการกสม.จี้รับประกันเสียหายจากภัยสู้รบ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เม.ย. กัมพูชาใช้อาวุธหนักถล่มเข้ามาอีกด้านปราสาทตาเมือน โดยเฉพาะมีการยิงเครื่องยิงจรวด บีเอ็ม 21 กระสุนล้ำเข้าตกที่บ้านโคกประทาย อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัรมย์ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดต่อบ้านหนองคันนา บ้านหนองตาเมียง จ.สุรินทร์ ส่วนบริเวณปราสาทตาควาย มีการปะทะ โดยการใช้ปืนกล และอาวุธเล็ก
ชาวบ้านเตรียมอพยพหลังเขมรยิงอาวุธหนัก
นายอุดร คำนึงผล ผู้ใหญ่บ้าน ช้างหมอบ ม.14 กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.35 น. ทหารกัมพูชายิงปืนเป็นชุดเข้าหมู่บ้านหน้าด่าน ตามแนวตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะชาวบ้านช้างหมอบ ม.14 ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ชาวบ้านต้องวิ่งไปหลบกันที่บังเกอร์ที่สร้างขึ้นเองเป็นสะพานหมู่บ้านที่หลบได้ประมาณ 50 คน ชาวบ้านเพิ่งทำเสร็จเมื่อวานนี้ เพื่อเป็นที่หลบภัยชั่วคราว ชาวบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงก็ชุลมุน จูงวัวควายมารวมกันอยู่ ณ จุดจุดเดียว เตรียมพร้อมอพยพทันที เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป
เลขาธิการกสม.จี้รับประกันเสียหายจากภัยสู้รบ
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) น.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการกสม. กล่าวถึงกรณีที่มีการสู้รบกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า กสม. รู้สึกเป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยเฉพาะหัวหน้าครอบครัวและคนชรา ที่เป็นห่วงทรัพย์สินของตัวเองจึงไม่ยอมอพยพออกจากพื้นที่ หรือบางครอบครัวที่อพยพไปแล้วหัวหน้าครอบครัวก็กลับเข้าไปอีกเพื่อไปเฝ้าทรัพย์สิน ในเรื่องนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจนและหลักประกันในการดูแลทรัพย์สินของชาวบ้านในระหว่างที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย และหากเกิดความสูญเสียหรือเสียหาย รัฐจะต้องชดใช้เยียวยาและฟื้นฟู เพราะถือเป็นเรื่องของการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน รวมทั้งทำความเข้าใจ ให้คำมั่นต่อประชาชนที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างดี แต่หากรัฐไม่ให้คำมั่นที่ชัดเจนเชื่อว่า ประชาชนจะกลับเข้าไปอีก เพื่อดูแลทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง ผลผลิตทางการเกษตรอย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนได้รับอันตรายได้
น.พ.ชูชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในการสู้รบที่เกิดขึ้นปรากฏว่า บ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนกลับถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการด้านสิทธิมนุษชนและหลักมนุษยธรรมสากล ระบุว่า บ้านราษฎร์จะต้องไม่เป็นเป้าโจมตีด้านการทหาร ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องคุ้มครองพลเรือนคือ ชาวบ้าน โดยเฉพาะเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ โดยอพยพบุคคลเหล่านี้ไปสู่พื้นที่ปลอดภัย เพราะบุคคลเหล่านี้ถือเป็น “ ผู้พลัดถิ่นในประเทศ ” ที่รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น ความปลอดภัย การจัดสถานที่พักพิงชั่วคราว และการช่วยเหลือด้านปัจจัยสี่ รวมถึงรัฐบาลต้องประกันการฟื้นฟูเยียวยาหลังเหตุการณ์ด้วย



