ข่าว

ช่องสะงำเงียบวังเวงหลังถูกปิดตาย5วันแล้ว

ช่องสะงำเงียบวังเวงหลังถูกปิดตาย5วันแล้ว

26 เม.ย. 2554

การค้าขายที่ช่องสะงำเงียบเหงา หลังถูกปิดตายมานานกว่า 5 วันแล้ว เอ็นจีโอชี้ควรนำเรื่องปกป้องคุ้มครองเด็กเข้าวาระแผนอพยพประชาชนด้วย

 เมื่อเวลา11.27 น. วันที่ 26 เม.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายหลังจากที่หน่วยความมั่นคงสั่งปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ จากเหตุการณ์ปะทะของกองกำลังทหารเขมร ทหารไทย ที่ตำบลตาเมียง อ.ดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลทางเจ้าหน้าทหารจากกองกำลังสุรนารี  ตั้งด่านตรวจสกัด รถรยนต์ ประชาชน ผู้สัญจรไปมา บนเส้นทางละลม แซรไปร์ บริเวณบ้านนาตำบล หมู่ที่ 1 บ้านนาตำบล ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตั้งเป็นจุดตรวจสกัดสิ่งของผิดกฎหมาย ตรวจความเรียบร้อย สังเกตุการณ์ความเคลื่อนไหวของผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง

 ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ กุญแจผ่านด่านถูกล็อคปิดตาย มีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบเหงา พ่อค้า แม่ค้าทั้งฝั่งไทย ฝั่งกัมพูชา ปิดร้านหนีความขัดแย้งจากการปะทะ รอเหตุการณ์สงบ และมีการเจรจาเพื่อหยุดการสู้รบ ประเมินสถานการณ์ความปลอดภัย เพื่อกลับมาปิดตลาดการค้าการขาย การท่องเที่ยว ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 ส่วนที่ตลาดกัมพูชาด่านช่องสะงำ ยังสามารถมองเห็นจากฝั่งไทยมีประชาชนในพรมแดนมีการเดินในตลาดจำนวนน้อยมาก เพราะมีผู้คนบางส่วนขาดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ต้องเก็บข้าวของอพยพไปอยู่บ้านญาติ ๆ ที่ห่างไกลชายแดนออกไป ด้วยความเปราะบางในสภาพจิตใจที่ประชาชนชาวเขมรเคยมีประสบการณ์การอพยพตั้งแต่สงคราม 2518-2540 ส่งผลเกิดการสู้รบล้างเผ่าพันธุ์ผู้คนล้มตายเป็นเบือมีการอพยพพึ่งใบบุญประเทศไทย และประเทศที่สามที่ผ่านมาความปลอดภัยเฉกเช่นเดียวกัน

 ขณะเดียวกันก็ยังมีเจ้าหน้าที่ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ยังคงปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยของตนเองแต่ไม่มีผู้คนเข้าออก ณ จุดผ่านแดนแต่ประการใด

เอ็นจีโอชี้ควรนำเรื่องปกป้องคุ้มครองเด็กเข้าวาระแผนอพยพประชาชนด้วย

 นายอุบล    สวัสดิ์ผล  เจ้าหน้าที่โครงการปกป้องคุ้มครองเด็ก องค์การแพลนประเทศไทย พื้นที่ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  จากกรณีข่าวที่ว่ากองทัพกัมพูชานำเด็กและสตรีขึ้นมาอยู่บนปราสาทพระวิหาร เพื่อใช้เป็นโล่ห์มนุษย์ป้องกันการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยนั้น  ในฐานะที่ตนทำงานด้านปกป้องคุ้มครองเด็ก มองว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กประเทศไหน ก็ควรได้รับการปกป้องคุ้มครอง  ไม่ควรที่จะนำเด็กเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องสงคราม หรือเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในปฏิบัติการทางทหาร และการเมืองเป็นอันขาด   
        
 สำหรับกรณีของฝ่ายไทย  นายอุบล กล่าวว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาจากกรณีการปะทะกันเมื่อต้นเดือน ก.พ. 54 ที่ผ่านมาจากการประชุมร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่ประชุมเห็นตรงกันว่านอกจากที่ทางการจะคุยเรื่องแผนอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ หากเกิดกรณีภัยพิบัติหรือเหตุปะทะแล้วควรจะนำวาระเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแผนการอพยพด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาพบเห็นกรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กหลายเรื่อง เช่น กรณีเด็กพลัดหลงจากพ่อแม่ เพราะพ่อคิดว่าลูกไปแม่  แม่ก็คิดว่าไปกับพ่อบางคนต้องใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะหากันเจอ  นอกจากนี้ยังมีเรื่องสุขภาวะต่าง ๆที่จะป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อโรคจากการอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก  รวมทั้งเรื่องที่หลับที่นอนสำหรับทารกแรกเกิดและเด็กเล็กควรจะมีที่เฉพาะให้แม่และเด็กแยกอยู่ต่างหากด้วย