ข่าว

ไปให้ถึงเยาวชนเรียนรู้จริงสัมผัสได้

ไปให้ถึงเยาวชนเรียนรู้จริงสัมผัสได้

27 เม.ย. 2554

@ โครงการพระราชดำริ ชายแดนภาคเหนือ @ โครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงที่ชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 ขุนแม่กวาง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่-สามวันมาแล้วที่เด็กๆ เยาวชนนับร้อยคนได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขา “ห้วยฮ่องไคร้” เพื่อเรียนรู้วิธีการฟื้นฟูธรรมชาติในหุบเขาที่ถูกถากถางตัดไม้ไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้แต่ดินและซาก ตอต้นไม้ เหลือทิ้งไว้แต่ความแห้งแล้งและไฟป่า ในแหล่งต้นน้ำสำคัญในภาคเหนือ ต้นสายน้ำเจ้าพระยา

 นานกว่า 29 ปี พื้นที่ 8,500 ไร่ ได้รับการศึกษา ทดลองวิจัย เพื่อหารูปแบบให้เหมาะสมตามแนวทางการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อให้ความชุมชื่นกลับคืนมาสู่ผืนดินในหุบเขาแห่งนี้

 ในปี 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้และพบว่า พื้นที่กว้างใหญ่ของป่าเต็งรังเสื่อมโทรมค่อนข้างมาก มีความลาดชันไม่สูงมากนัก ไม่มีราษฎรอาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริที่จะใช้ลุ่มน้ำนี้เป็นที่ศึกษาหารูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีสภาพดีขึ้น

 “ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” คือไม้ใช้สอย ไม้ผลและไม้เชื้อเพลิง เพื่อฟื้นฟูป่าให้กลับคืนมาคงความชุมชื้นไว้ในลุ่มต้นน้ำและไว้ใช้ประโยชน์พร้อมกันไปด้วย ปัจจุบันมีหมู่บ้านอยู่รอบศูนย์การศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อยู่จำนวน 18 หมู่บ้าน มีการพัฒนาด้านการเกษตร ปลูกป่าในรูปของวนเกษตร ปลูกข้าวและพืชไร่อื่นๆ ไม้ผล สมุนไพร พืชผักพื้นบ้าน ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชเพื่ออุตสาหกรรมพื้นบ้าน ตลอดจนเป็นแหล่งสะสมพันธุกรรมพืช ทั้งไม้พื้นบ้านและไม้ที่นำเข้าจากแหล่งอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมเป็นพื้นที่กว่า 600ไร่

 พื้นที่ป่าโปร่งใช้กิจกรรมเลี้ยงสัตว์เสริมเพิ่มคุณค่าของป่า ผลิตอาหารและเพิ่มประสิทธิภาพป่า การสัตว์เลี้ยงส่วนใหญคือ วัวนม แพะ ไก่ เป็ด ห่าน หมู รวมกว่า 70 ไร่ และอีก 400 ไร่ ในพื้นที่อ่างกักเก็บน้ำนั้น ก็ใช้ในการเลี้ยงปลา อาหารโปรตีน

 เท่านั้นยังไม่พอพื้นที่อีก 800 ไร่ ได้จัดให้เป็นแนวกันไฟป่า ด้วยการปลูกเสริมป่า ทุ่งหญ้าไว้ให้เป็นอาหารสัตว์ ปลูกไม้ผลให้เป็นอาหารสัตว์ป่า ปลูกไม้ไผ่ ไม้ผลในร่ม พริกไทย หวาย และมะก่อหลวง แมคคาเดเมียผสมอยู่ในป่า

 โครงการพัฒนานี้อยู่ในป่าเขา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมานานและอยู่ในป่าเขาลึก ติดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ยากที่จะมาถึงได้ ดังนั้น พล.อ.ชาย คำวงษาผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองทัพบกจึงพยายามจัดโครงการให้เยาวชนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ถึงพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงปฏิบัติมาช้านาน และผลที่เกิดขึ้นอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

 “โครงการฝึกอบรมเยาวชนอาสาสมัคร โครงการพระราชดำริ” จึงเกิดขึ้นเป้าหมายเพื่อให้เข้าใจและรู้ถึงความตรากตรำในการดำเนินการช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยให้อยู่ดีกินดี แก้ไขปัญหาและพัฒนาการทำมาหากินของชุมชนที่อยู่ห่างไกล

 หลักสำคัญก็คือความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทั้งในความคิดและด้านเทคนิควิชาการมีความสมเหตุสมผล แก้ปัญหาได้จริง และสำคัญที่สุดคือ “ยั่งยืน”

 พล.อ.ชาย คำวงษา กล่าวว่า หวังว่าเยาวชนที่ร่วมโครงการจะมีจิตสำนึก เรียนรู้เข้าใจในหลักการแนวคิดทฤษฎีในโครงการพระราชดำริ เยาวชนเหล่านี้เมื่อได้สัมผัสแล้วจะขยายผลความสำเร็จในโครงการพระราชดำรินี้ไปสู่โรงเรียน ชุมชนและหมู่บ้านให้ทราบถึงแนวทางการดำเนินงานของโครงการและสามารถใช้ประโยชน์จากงานของโครงการพระราชดำริในพื้นที่ต่างๆ ได้

พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
 "ทำจากง่ายไปยาก ทำจากเล็กไปใหญ่ ไม่ต้องใช้งบประมาณก็สำเร็จ"
 การสร้างฝายต้นน้ำ เรื่องเล็กๆ แต่สำคัญ ไม่ต้องใช้งบประมาณ มีแต่ร่วมแรงร่วมใจ และวัสดุในท้องถิ่น หินดิน ไม้ ไม้ไผ่ ก็รักษาต้นน้ำ ให้ผืนดินกลับมาชุ่มชื้น ขณะนี้กองทัพบกได้ขยายวิธีการนี้สร้างเขื่อนฝายนี้ไปทั่วทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานที่ชัยภูมิ และภาคใต้ ที่คนไม่ค่อยรู้ว่าแห้งแล้งขาดแคลนน้ำมากในช่วงต้นปีของทุกปี โดยเฉพาะในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกแห่งสามารถแก้ไขปัญหาน้ำได้อย่างดี”