ข่าว

หมอยันอาการ'หลวงพ่อคูณ'เริ่มดีขึ้น

หมอยันอาการ'หลวงพ่อคูณ'เริ่มดีขึ้น

26 เม.ย. 2554

แพทย์ ระบุ อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณดีขึ้น แพทย์วัดไข้พบปกติ การตรวจหาเชื้อ ยังไม่พบเชื้อใดๆ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ก็ยังไม่พบ คาดอีก 3 วัน กลับวัดได้

(26เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยพักรักษาอาการอาพาธ ที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในเช้าวันนี้(26เม.ย.) หลวงพ่อคูณ ตื่นจากการจำวัด เวลา 06.15 น. ใบหน้าเริ่มสดใสอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีอาการอ่อนเพลีย ตามประสาผู้สูงอายุ เมื่อเสร็จจากการทำธุระส่วนตัว ลูกศิษย์ได้จัดภัตตาหารนำมาถวาย โดยมีข้าวสวย ปลานิลทอด ผักต้ม แกงเต้าหู้หมูสับ ผัดผักรวม หมูทอด และน้ำพริกปลาป่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า มะม่วง และลูกพลับ จากการสังเกต หลวงพ่อคูณ สามารถฉันภัตตาหารได้มากขึ้น แต่ยังถือว่าน้อยกว่าปกติ ส่วนอาการไอ อาเจียนเริ่มน้อยลง เมื่อเสร็จจากการฉัน หลวงพ่อคูณ ได้ฉันยาเม็ดรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ และยาควบคุมความดันโลหิต ยาลดเสมหะ ซึ่งมีการผสมวิตามินเสริมลงในน้ำเกลือที่ให้ทางเส้นเลือดด้วย   

  จากนั้น นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้เข้าตรวจรักษาอาการอาพาธ พร้อมเปิดเผยว่า ผลการตรวจร่างกายอุณภูมิร่างกาย 36.2 องศาเซลเซียส ชีพจรเต้น 78 ครั้ง/นาที ความดัน 101/62 มิลลิเมตรปรอท หายใจ 24 ครั้ง/นาที และ ระดับน้ำตาลในเลือด 241 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับอาการอาพาธโดยรวมดีขึ้นจากเดิมการตอบสนองทางสนมอง ความรู้สึกตัวดีขึ้น ไม่มีไข้ ผลการเพาะเชื้อยังไม่พบการติดเชื้อใดๆ รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ ก็ยังไม่พบแต่อย่างใด อาการของหัวใจก็ยังไม่พบความผิดปกติ ส่วนระบบสมองด้านการรับรู้ตอบสนองเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อวานนี้ ที่หลวงพ่อฯ อาจสับสนหลงลืมสถานที่ แต่วันนี้หลวงพ่อฯสามารถจดจำสถานที่ และบุคคลใกล้ชิดได้อย่างชัดเจน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ขณะนี้เรายังคงฉีดยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำอยู่ เนื่องจากเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

 ส่วนกำหนดการกลับวัด แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ แต่อย่างน้อย 3 วัน เนื่องจากเราต้องเฝ้าสังเกตอาการและวางแผนถวายการรักษาแบบวันต่อวัน สำหรับปัญหาที่หลวงพ่อ มีน้ำหนักตัวลดลง ไม่สามารถฉันท์อาหารได้ตามปกติ เราต้องหาสาเหตุและแก้ไขให้ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันหลวงพ่อคูณ มีอายุย่าง 89 พรรษาแล้ว พร้อมมีโรคประจำตัวหลายโรค โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ ที่เคยทำบายพาส และมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมทั้งเรื่องสมองที่เคยผ่าตัดเส้นเลือดในสมองตีบ อีกทั้งยังมีปัญหาของเบาหวานร่วมด้วย สภาพร่างกายของผู้ที่ชรา จะอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันโรคค่อนข้างต่ำ ประกอบกับระยะหลังหลวงพ่อ รับกิจนิมนต์บ่อยครั้ง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

 แต่วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมกำหนดภารกิจของหลวงพ่อคูณอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดอาการอาพาธอย่างจริงจัง ให้หลวงพ่อคูณอยู่กับเราได้นานที่สุด ที่ห้องประชุมชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา เวลา 15.00 น. ซึ่งตนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำหนดภารกิจของหลวงพ่อคูณให้ชัดเจน