ข่าว

พาณิชย์ชี้ราคาไข่ไก่เริ่มลดลง"ไตรรงค์"ชงแก้ปุ๋ยแพงชดเชยให้ชาวนาโดยตรง

พาณิชย์ชี้ราคาไข่ไก่เริ่มลดลง"ไตรรงค์"ชงแก้ปุ๋ยแพงชดเชยให้ชาวนาโดยตรง

26 เม.ย. 2554

พาณิชย์ชี้คุมราคาไข่ไก่-ธงฟ้าได้ผล ราคาในตลาดเริ่มอ่อนตัวลง เตือนขายเกินเจอจำคุก 7 ปี ด้านไตรรงค์เตรียมเสนอแก้ปุ๋ยแพง จ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกรโดยตรงสูตร 46-0-0 เร่งเสนอ ครม.ก่อนยุบสภา

 นายวิชัย โภชนะกิจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากกรมได้ออกประกาศราคาแนะนำกำหนดให้ตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มฟองละ 3.10 บาท และไข่ไก่ธงฟ้าทยอยเข้าสู่ตลาดทั่วประเทศ 5 แสนฟอง ส่งผลให้ขณะนี้ราคาไข่ไก่ในท้องตลาดค่อยๆ อ่อนตัวลง ซึ่งจากการตรวจสอบในช่วงแรกพบว่ามีการขายเกินราคาบ้าง แต่ก็ได้ตักเตือนไปในครั้งแรกที่ทำผิด และหากมีการพบขายเกินราคาเมื่อมีการออกตรวจซ้ำ ก็จะดำเนินการทางกฎหมายมีโทษ จำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท

 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่านายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลการแก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง เตรียมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ ครม.พิจารณา ด้วยวิธีจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรโดยตรง ในสูตร 46-0-0 ซึ่งเป็นสูตรที่เกษตรกรนิยมใช้ เท่ากับราคาส่วนต่างที่ปรับขึ้นจริง เพื่อเป็นการลดภาระต้นทุนช่วยเกษตรกร โดยจะเร่งเสนอเข้า ครม.ภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าภายในสัปดาห์หน้า ก่อนมีการยุบสภา

 ทั้งนี้ วิธีการดังกล่าว หากปุ๋ยเคมีปรับขึ้นตันละ 3,000 บาท ชาวนาครัวเรือนใดใช้ปุ๋ย 2 ตัน จะได้รับเงินชดเชย 6,000 บาท แต่หากน้อยกว่านั้นจะรับชดเชยลดหลั่นลงไป โดยราคาปุ๋ยปรับขึ้นเฉลี่ยตันละ 3,000-4,000 บาท ซึ่งแผนการชดเชยปุ๋ยจะพิจารณาให้เฉพาะการเพาะปลูกข้าว เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2554 เท่านั้น โดยประเมินว่าจะมีการใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 1.7 ล้านตัน และรัฐบาลจะจ่ายชดเชยราคาตามจริง และปริมาณการใช้จริงแก่ชาวนา ที่ขึ้นทะเบียนผ่านโครงการประกันรายได้เกษตรกร 3.7 ล้านครัวเรือน หรือมีผู้ได้รับประโยชน์เกี่ยวเนื่องเกือบ 20 ล้านคน สำหรับวิธีการจ่ายชดเชยอาจพิจารณาเลือกจ่ายผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

 นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า ขณะนี้ราคาสินค้ายังไม่แพงมาก และสินค้าบางรายการไม่ได้ปรับขึ้นราคา แต่จะมีการลดปริมาณลง อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลไม่ควรดูเฉพาะราคาสินค้าว่าแพงหรือไม่ แต่ต้องดูเหตุผลอื่นประกอบด้วย ที่สำคัญต้องการให้รัฐบาลเข้าไปดูแลกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลมืด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า อาทิ สุรา บันเทิง สื่อสาร หนัง ที่มีทั้งการทุจริตคอรัปชั่น หรือการจ่ายใต้โต๊ะ ซึ่งมองว่ามีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก

 "คาดว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเลือกตั้ง จะส่งผลให้กลุ่มสินค้าบางกลุ่มมีมูลค่าการซื้อขายจำนวนมาก เช่น สุรา การทุ่มเงินด้านการประชาสัมพันธ์ อีกทั้งกลุ่มสินค้าอื่นก็จะสร้างเม็ดเงินการซื้อขายกันเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะกระจายการซื้อขายทั่วประเทศ" นายสมชาย กล่าว