
เฟซบุ๊กกับการหาเสียงในสิงคโปร์ (1)
กลองศึกเลือกตั้งเริ่มดังสนั่นในแดนสิงโตทะเลสิงคโปร์ เมื่อนายลี เซียน หลง ได้ชิงตัดหน้าไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มประกาศยุบสภาก่อนกำหนด แถมยังใส่เกียร์ห้าเร่งรีบกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ โดยอาศัยจังหวะที่คะแนนนิยมของรัฐบาลยังค่อนข้างดีจากเศรษฐกิจที่ยัง
ถึงแม้ว่าพรรคกิจประชาชน (พีเอพี) ของนายลีจะรวบที่นั่งในรัฐสภาเกือบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์มาตลอด โดยการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายนั้น รัฐบาลได้ยอมเจียดที่นั่งให้แก่พรรคฝ่ายค้านถึง 2 ที่นั่งจากทั้งหมด 84 ที่นั่ง แต่การเลือกตั้งวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ก็มีอะไรพิเศษผิดแปลกออกไปจากครั้งก่อนๆ จนทำให้ผู้สมัครพรรคพีเอพีต้องทุ่มเวลาหาเสียงมากขึ้นหากไม่อยากถูกตราหน้าว่าเพลงเดียวตกม้าตายเพราะความประมาท
ในเมื่อกฎระเบียบการเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนช้างล้ำหน้าแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลได้ยอมคลายกฎเหล็กที่เคยห้ามหาเสียงการเมืองผ่านทางอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสื่อสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ บล็อกและเว็บไซต์ ทำให้พรรคฝ่ายค้านที่เคยถูกปิดพื้นที่ในสื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ได้ช่องรีบใช้สื่อใหม่เป็นเครื่องมือในการส่งสารถึงผู้มีสิทธิออกเสียง 2.35 ล้านคนทันที ขณะที่ชาวเน็ตต่างดี๊ด๊าเข้าไปแสดงความเห็นในสื่อออนไลน์อย่างคึกคัก
เช่นเดียวกับพรรคพีเอพี ซึ่งแม้จะยังคงเน้นโฆษณาหาเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อวิทยุโทรทัศน์ แต่ก็ได้เพิ่มช่องทางในการนำเสนอนโยบายและเปิดตัวผู้สมัครหน้าใหม่ผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมอื่นๆ โดยขณะนี้มีวิดีโอกว่า 200 ชุดบนเว็บไซต์ หลายชุดได้เผยโฉมมาก่อนหน้าหลายเดือนแล้ว
ขณะเดียวกัน บรรดารัฐมนตรีแต่ละคนก็โพสต์รูปที่ถ่ายร่วมกับครอบครัว หรือลูกๆ ลงในเฟซบุ๊กของตัวเอง โดยหนึ่งในนักการเมืองที่เคลื่อนไหวคึกคักในเฟซบุ๊กมากที่สุดก็คือนายจอร์จ เอี๋ยว รัฐมนตรีต่างประเทศ ปรากฏว่ามีคนคลิกว่าถูกใจถึงกว่า 18,500 คน เมื่อวันที่ 21 เมษายน
ที่ไม่น่าเชื่อเลยก็คือนายลี เซียน หลง เป็นคนเดียวที่ยังไม่ยอมใช้สื่อสังคมนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่มีเวลาหรือไม่เห็นความสำคัญ หรือกลัวได้ผลกลับตาลปัตรจากที่คิดไว้ เหมือนกับผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรคพีเอพีหลายคนที่เปิดตัวทางเฟซบุ๊กหวังจะปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ แต่กลับกลายเป็นเปิดช่องให้ชาวเน็ตใช้โจมตีหรือเสียดสีวิพากษ์ไม่มีชิ้นดี ดังกรณีของ น.ส.ถิง เพ่ยหลิง ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการวัย 27 ปี ที่ถูกชาวเน็ตโจมตีตั้งแต่น้ำเสียงของเธอไปจนถึงรูปของเธอที่คล้องกระเป๋าหรูของดีไซเนอร์ชื่อดังที่เธอโพสต์ในเฟซบุ๊ก
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



