
ปม "ดูพระ"...โค่นเซียน"กุ่ย ท่าพระจันทร์ "
การใฝ่เรียนรู้ศึกษาเรื่องพระเครื่องจนเกิดความชำนาญ ทำให้เซียนพระเครื่องชื่อดัง "กุ่ย ท่าพระจันทร์ " ถูกลวงมาสังหารโหดบริเวณหน้าโบสถ์วัดวิศิษฏ์บุญญาวาส โดยพยานหลักฐานทั้งหมดทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าปมสังหารครั้งนี้มาจากการวิจารณ์พระเครื่อง!!
ช่วงเย็นของวันที่ 21 เมษายน พุทธศาสนิกชนที่เข้ามาทำบุญภายในวัดวิศิษฏ์บุญญาวาส ตั้งอยู่ริมถนนพาณิชย์ราชดำเนิน แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ต้องอกสั่นขวัญหายวิ่งหลบลูกกระสุนกันจ้าละหวั่น เมื่อคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์รัวกระสุนถึง 6 นัด แต่ถูกเป้าหมายชายวัยกลางคนเพียงนัดเดียวที่อกซ้าย เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.ศส.บช.น. พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.น.7 พ.ต.อ.สุรสิทธิ์ สุทธิ?พันธ์ ผกก.สน.ศาลาแดง พ.ต.ต.นพรุจ จิตมั่น สว.สส.สน.ศาลาแดง พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดเป็นลิ่มๆ
ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่าเหยื่อคนนี้คือ นายเลิศชัย เลิศวัฒนารมย์ อายุ 55 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 108/29 ต.?บางกาง อ.เมือง จ.นนทบุรี หรือในแวดวงพระเครื่องรู้จักกันในนาม “กุ่ย ท่าพระจันทร์" หรือ "เซียนกุ่ย" เป็นเซียนพระที่ดูพระเครื่องหลวงปู่โต๊ะได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งมีความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งนิยมสะสมพระเครื่องเป็นงานอดิเรก
จากการสอบปากคำคนใกล้ชิดของเซียนกุ่ย 2 คน ผู้ร่วมเดินทางมากับเซียนกุ่ย ด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วิช สีบรอนซ์ ทะเบียน สฎ 6868 กรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลว่า "เซียนกุ่ย" ชักชวนให้มาที่วัดวิศิษฏ์บุญญาวาส เพราะมีลูกค้าติดต่อให้มาเช่าพระบูชาองค์หนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบราคา แต่เซียนกุ่ยไม่มีความรู้ความชำนาญเรื่องพระบูชา จึงชักชวนให้มาเป็นเพื่อนแล้วช่วยกันดูก่อนตัดสินใจเช่า
"เซียนกุ่ยโทรศัพท์มือถือสอบถามทางที่มาวัดแห่งนี้กับลูกค้ามาตลอดทาง เมื่อมาถึงวัดแต่ยังไม่ถึงเวลานัดหมาย ก็แยกย้ายกันไปทำบุญตามจุดต่างๆ ภายในวัด โดย "เซียนกุ่ย" เดินไปเลือกซื้อหญ้าให้วัวและควายกิน พอเสร็จก็มายืนรอที่หน้าโบสถ์ มีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบแล้วมีผู้ชายคนหนึ่งเปิดกระจกรถยนต์ลงแล้วถามว่ามาดูพระบูชาที่นัดไว้ใช่หรือเปล่า จึงตอบว่าใช่ ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมาว่าให้รอเดี๋ยว เดี๋ยวปู่เอาพระบูชามาให้ดู แล้วก็ปิดกระจกขับรถยนต์ออกไป เพียงไม่นานก็มีรถจักรยานยนต์ขับเข้ามาโดยเห็นเป็นผู้ชายสองคน โดยคนซ้อนท้ายชักปืนออกมายิงเซียนกุ่ยหลายนัดแล้วลงมาปลดกระเป๋าสะพายของเซียนกุ่ย ภายในกระเป๋ามีพระเครื่องหลายองค์ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ แล้วมีเงินสดอีก 5 แสนบาทก่อนขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากวัด" คนใกล้ชิดเซียนกุ่ย ระบุ
คนใกล้ชิดเซียนกุ่ยยังให้ข้อมูลอีกว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เซียนกุ่ยเดินทางไปต่างจังหวัด ช่วงนั้นมีผู้หญิงโทรมาหาที่บ้านหลายครั้ง พยายามสอบถามข้อมูลติดต่อเซียนกุ่ยหลายครั้ง จนสุดท้ายได้ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของเซียนกุ่ยไป และมาทราบทีหลังว่าผู้หญิงสาวคนนี้ต้องการให้เซียนกุ่ยช่วยดูพระบูชา แต่ส่วนใหญ่เซียนกุ่ยมักให้ไปหาที่แผงท่าพระจันทร์ แต่ครั้งนี้ผู้หญิงโทรศัพท์มือถือมาคะยั้นคะยอทำให้ที่เซียนกุ่ยมีความชอบเรื่องพระเครื่องตัดสินใจนัดหมายไปดูพระบูชาเพื่อเช่า โดยชักชวนเพื่อนอีกสองคนที่มีความชำนาญพระบูชาเก่า และพระบูชาใหม่ ไปเป็นเพื่อนช่วยดู
ด้านชุดสืบสวนได้ข้อมูลเชิงลึกว่า ก่อนหน้านี้เซียนกุ่ยมีปัญหาเกี่ยวกับการปล่อยพระเครื่องกับบุคคลสองคน (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ได้พยายามขอเงินคืนประมาณ 6.5 หมื่นบาท หลังจากที่มีการการันตีพระเครื่องที่มีความเห็นอาจไม่ตรงกัน เพราะแต่ละคนคิดว่าพระเครื่องที่ตนเองมีเป็นของแท้ แต่ขณะที่เซียนบางคนกลับระบุว่าเป็นของปลอม
"เซียนกุ่ยเป็นเซียนพระเครื่องระดับต้นๆ ของเมืองไทย มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่อง โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นเซียนพระหลวงปู่โต๊ะ ก่อนหน้านี้การสืบสวนสอบสวนทราบว่า เซียนกุ่ยมีปัญหากับบุคคลสองคนในกลุ่มเดียวกันอยู่ในแวดวงการพระเครื่อง เรื่องทวงเงินมีจริงแต่ลักษณะการทวงค่อนข้างรุนแรง เรื่องที่เกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละคนที่มีความชำนาญแตกต่างกันแล้วมีความเห็นไม่ตรงกัน ตอนนี้ชุดสืบสวนสอบสวนพยายามรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานแวดล้อม นำมาประมวลเพื่อเชื่อมโยงไปสู่คนร้าย ซึ่งปมเหตุเรื่องนี้น่าจะเกิดจากหักผลประโยชน์ในแวดวงพระเครื่อง" พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ระบุ



