ข่าว

อภิสิทธิ์เยี่ยมทหารพรานเหยื่อปะทะเขมร

อภิสิทธิ์เยี่ยมทหารพรานเหยื่อปะทะเขมร

25 เม.ย. 2554

"นายกฯอภิสิทธิ์" ยัน "กัมพูชา" ทำให้สถานการณ์ลุกลามอยู่ฝ่ายเดียว ระบุไทยต้องการให้คืนภาวะปกติ เผยกำหนดพื้นที่ให้ผู้สังเกตการณ์โดยไม่ลงไปในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ดอดเยี่ยม 2 อาสาสมัครทหารพรานที่รพ.พระมงกุฏฯ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับทหารเขมร

 (25เม.ย.) เมื่อเวลา 17.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก หลังเดินทางกลับจากแม่ฮ่องสอนถึงกรณีที่นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ฐานะประธานอาเซียนเลื่อนเดินทางมาประเทศไทยและกัมพูชา ว่า คงไม่ส่งผลกระทบเพราะยังมีการติดต่อกันอยู่ตลอด แต่คงกังวลเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ คงได้พบกันอยู่แล้วในวันที่ 28 เม.ย. แต่ยอมรับว่าปัญหาการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชายังมีอยู่

 “แต่ขอย้ำว่าฝ่ายไทยไม่ได้เริ่มก่อน เราพยายามทำให้ข้อเท็จจริงปรากฎออกไปว่ามีความพยายามยกระดับเรื่องนี้ไปสู่เวทีนานาชาติ ดังนั้น หากทุกฝ่ายเข้าใจข้อเท็จจริงจะไม่กลายเป็นเครื่องมือและปัญหาต่างๆจะจบ”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าทำอย่างไรจะทำให้นานาชาติเข้าใจและร่วมกดดันกัมพูชาเข้าสู่โต๊ะเจรจา นายกฯ กล่าวว่า ต้องเดินหน้าทำความเข้าใจซึ่งขณะนี้ทำมาตลอด ตนได้พูดคุยกับนายกษิต เพื่อพูดคุยกับประเทศต่างๆโดยเฉพาะมิตรประเทศที่ห่วงใย อย่างน้อยที่สุดในครอบครัวอาเซียนด้วยกันต้องมาช่วยกันเพื่อให้ตรงนี้จบ

 เมื่อถามว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้กัมพูชาจะยกระดับปัญหาเข้าสู่อาเซียนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อาเซียนคงเข้ามาดูแลในระดับหนึ่งในแง่ให้ทั้งสองฝ่ายคุยกัน คิดว่าถ้าอาเซียนย้ำให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันจะเป็นเรื่องดี ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยยอมรับผู้สังเกตการณ์เข้ามาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหานี้แล้ว เพราะในส่วนรายละเอียดมีการปรับจนน่าจะยอมรับกันได้ เหลือเพียงถ้อยคำเล็กน้อยเท่านั้น และยืนยันไม่มีเรื่องที่จะเดินทางเข้ามา กัมพูชาเองไม่ได้กำหนดพื้นที่ให้ผู้สังเกตการณ์เข้ามา

 เมื่อถามว่าการกำหนดพื้นที่ให้ผู้สังเกตการณ์เข้ามาทำในลักษณะใด นายกฯ กล่าวว่า ได้แยกออกจากพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในส่วนทีโออาร์น่าจะจบในเร็วๆนี้ ช่วงเช้าตนได้ตรวจสอบเหลือเพียงถ้อยคำและรายละเอียด ซึ่งจะไม่มีข้อกังวลในเรื่องทหารในพื้นที่ โดยกระทรวงกลาโหมได้ดูในรายละเอียดแล้ว

 เมื่อถามว่าได้เสนอให้ไปตรวจดูพื้นที่ที่มีการโจมตีล่าสุดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนหลักฐานที่กัมพูชาโจมตีเราก่อนนั้นสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกองกำลังด้วย ส่วนที่ดูเหมือนแนวปะทะจะขยายวงกว้างออกไปตามแนวชายแดนมากยิ่งขึ้น นายกฯ กล่าวว่า เราเตรียมพร้อม แต่ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีประโยชน์ต่อฝ่ายกัมพูชา เพราะถ้ามาก็ต้องถูกตอบโต้ เราต้องปกป้องอธิปไตยของไทย

 “ ส่วนการพยายามทำให้เกิดภาพว่ามันเป็นปัญหาลุกลามใหญ่โตนั้น เป็นการดำเนินการของกัมพูชาฝ่ายเดียว ไทยไม่ต้องการทำให้เกิดปัญหาความรุนแรง และต้องการให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปกติ เนื่องจากต้องเห็นแก่ประชาชนตลอดแนวชายแดนทั้งสองประเทศ กัมพูชาควรคิดถึงสิ่งนี้ด้วย ”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าโอกาสพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน น่าจะได้ข้อยุติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กว่าจะถึงวันนั้นคงมีพัฒนาการไปอีก หวังว่าจะไปในทางที่ดี

ดอดเยี่ยม2อาสาสมัครทหารพรานที่รพ.พระมงกุฏฯ

 จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปยังศูนย์รับผู้ป่วยราชการสนาม โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เพื่อเยี่ยม 2 อาสาสมัครทหาร คือ อส.ทพ.จักรี ลอยหา และอส.ทพ.บุญญาฤทธิ์ บัวงาม ที่เข้ารับรักษาอาการบาดเจ็บจากเหตุปะทะกับทหารกัมพูชาที่ชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบกระเช้าดอกไม้และเงินเยียวยา พร้อมกับสนทนากับอส.ทพ.ทั้ง 2 นาย ที่พ้นขีดอันตรายแล้ว โดยนายกฯได้ใช้เวลาการเข้าเยี่ยม 15 นาทีก็เดินทางกลับ