ข่าว

รายงานสิทธิมนุษยชน ตัวใครตัวมัน(ตอนจบ)

รายงานสิทธิมนุษยชน ตัวใครตัวมัน(ตอนจบ)

26 เม.ย. 2554

ต้นเดือนตุลาคมนี้ รัฐบาลไทยต้องเสนอรายงานสภาพสิทธิมนุษยชนของไทยเป็นครั้งแรกที่กรุงเจนีวา ถือว่าเป็นแนวปฏิบัติใหม่ภายใต้กรอบสภาสิทธิมนุษยชนองค์การสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) ที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกเสนอรายงานสภาพสิทธิฯ ของตัวเอง มีการตรวจสอบปร

  การยกร่างรายงานสิทธิฯ ของไทยเป็นไปอย่างมีระบบ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานาน ต้องชมความใจกว้างรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ได้เปิดโอกาสให้มีประชาพิจารณ์ทั้งสี่ภาค วันก่อนได้ทำไปแล้วที่เชียงใหม่ ประชาชนให้ความสนใจดี ส่วนที่เหลืออีกสามภาคจะเสร็จสิ้นภายในเดือนหน้า เพื่อนำเอาข้อคิดเห็นเพิ่มเติม มาผนวกเข้ากับรายงานสุดท้ายที่จะเสนต่อสภาสิทธิฯ 

 เหล่านักวิชาการและภาคประชาสังคมด้านสิทธิมนุษยชน มีความกระตือรือร้นมาก มีการเสนอรายงานการประเมินสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มของตน ทำให้รายงานสิทธิฯ ครั้งนี้ของไทยมีลักษณะพิเศษ คือเป็นรายงานของประชาชนคนไทย ไม่ใช่ของรัฐบาล ถึงแม้ว่าฐบาลจะเป็นฝ่ายนำเสนอ (ประเด็นนี้ ผู้แทนไทยต้องตระหนักไว้มากๆ)

 ฉะนั้นเวลาเสนอเรื่องสิทธิมนุษยชน ต้องเอาความจริงมาพูดมารายงาน ถึงแม้จะเจ็บปวดสาหัสแค่ไหน (ก็ดูตอนที่สภาผู้แทนราษฎรถกเรื่องที่เกิดขึ้นตรงสี่แยกราชประสงค์ไว้เป็นตัวอย่าง) ประเทศไทยไม่ต้องกลัวความจริง ที่ว่าคนอื่นรู้แล้วจะอับอายขายหน้าประเทศ ไม่ว่าจะเรื่องอย่างโน้นอย่างนี้ ตอนนี้คนทั่วโลกรู้ดี เข้าใจ เข้าถึง ประเทศอย่างดีทุกเรื่อง ขอย้ำว่าทุกเรื่อง ไม่มีความลับอีกต่อไป ไม่เชื่อลองอ่านวิกิลีกส์ ดูยูทูบ เห็นทะลุปรุโปร่ง

 ฉะนั้นเราควรใช้วิกฤติที่ประเทศผ่านพ้นมาให้เป็นโอกาสในการเริ่มศักราชใหม่ของประเทศ ในการเสนอรายงานสิทธิมนุษยชนของไทยอย่างสมบูรณ์ โดยเสนอปัญหาที่เราประสบและพยายามแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับรายงานความคืบหน้าและสิ่งที่ต้องทำเพื่อแก้ไขเฉพาะหน้าและระยะยาว ไม่ต้องมาแก้ตัวแบบน้ำข้น เพื่อใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะกรณีใด รวมทั้งกรณีหมิ่นฯ ที่สื่อมวลชนทั่วโลกชอบเขียนนัก ฝ่ายไทยบอกไปตรงๆ ว่าประเทศไทยเป็นแบบนี้

 ประเทศไทยถูกโจมตีมากเรื่องสิทธิเสรีภาพสื่อเพราะเรื่องปิดเว็บไซต์ น่าเสียดายมาก เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บไม่เข้าใจวิวัฒนาการของสื่อออนไลน์ที่ยิ่งปิดยิ่งเยอะ ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยที่ออกมาสับสน ราวกับว่าไทยเป็นรัฐเผด็จการ ใครพูดถึงสถาบันกษัตริย์อาจติดคุกติดตะราง อะไรทำนองนั้น ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องทำความเข้าใจให้กับสังคมข้างนอก อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะข่าวสาร ข้อมูลที่เห็นมา มีที่มาที่ไป และมีความหมาย วิธีจัดการข้อมูลที่ดี นอกเหนือจากการเซ็นเซอร์หรือปิดอย่างนั้นมีครับ ต้องลองศึกษาดู มิฉะนั้นประเทศไทยก็จะถูกภาพลักษณ์นี้หลอกหลอนต่อไป