
มาร์คชี้เขมรไม่คุยไทยหวังดึงมือที่3เอี่ยว
"นายกฯอภิสิทธิ์" ชี้ "เขมร"ปัดไม่ยอมคุยกับ"ไทย" เพราะหวังดึงประเทศที่สามเข้ามามีเอี่ยว เชื่อปมชายแดนไทย-เขมร ยังอยู่ในวิสัยที่คุยทวิสองฝ่ายได้ ผบ.ทอ.สั่งเกาะติดสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา หวั่นบานปลาย แจงเอฟ-16 บินเหนือชายแดนแค่ภารกิจบินปกติ
(25เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากตรวจเยี่ยมด่านแม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ถึงกรณีที่นายนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย และในฐานะประธานอาเซียน ไม่เดินทางมาพบกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ตามกำหนดที่นัดไว้ในเย็นวันนี้ ( 25 เม.ย.) ว่า นายกษิต ได้รายงานว่ายังไม่เรียบร้อย เพราะมีประเด็นที่ต้องรอดูในรายละเอียดอีกครั้ง แต่นายกษิตก็มีกำหนดจะเดินทางไปพบกับนายมารตี้ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ย้ำว่าไทยพยายามที่จะให้เหตุการณ์ต่างๆคลี่คลาย และเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่จำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย ซึ่งเราก็จะพยายามให้ข้อเท็จริงเหล่านี้ปรากฏเพื่อประเทศต่างๆ จะได้ไปบอกกัมพูชาว่าจะควรหยุดเคลื่อนไหวหรือยิงเข้ามา หรือบุกรุก ยอมรับว่าจากรายงานมีความพยายามที่จะเข้ามายึดพื้นที่บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม และสร้างความเสียหาย แต่กองทัพยืนยันว่ามีความพร้อมตลอด ไม่ใช่เฉพาะจุดที่มีปัญหาหาในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่มีการเตรียมการตลอดแนว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีรายงานว่ามีการนำปืนใหญ่ขึ้นไปไว้บนปราสาทพระวิหารนั้น นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของไทยได้จับตาและติดตามสถานการณ์ตลอด โดยให้กองทัพเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ขอย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไทย-กัมพูชายังอยู่ในวิสัยที่จะคุยกันเองได้ในระดับทวิภาคี ไม่จำเป็นต้องให้ประเทศที่ 3 เข้ามา แต่ก็เป็นความพยายามของกัมพูชาที่มีเป้าหมายอยากจะยกระดับปัญหาขึ้น ซึ่งเราพยายามทำความเข้าใจกับทุกประเทศว่าหากยอมรับแนวทางเหล่านี้ ต่อไปจะเกิดปัญหาวุ่นวายไม่จบ โดยใครอยากให้เรื่องไปอยู่ในเวทีสากล ก็จะมีการสร้างเรื่องขึ้นมา ดังนั้นไม่ควรยอมรับในส่วนนี้ เพราะจริง ๆ แล้วยังอยู่ในวิสัยที่ 2 ฝ่ายคุยกันได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าเป็นเพราะในช่วงเปลี่ยนผ่านจะหมดวาระรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีการคิดไปต่างๆนานา แต่รัฐบาลย้ำว่าเราต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนและให้ความสนับสนุนกองทีพอย่างเต็มที่ที่จะปฏิบัติภารกิจ
ส่วนที่ทหารบอกว่าในระดับเจ้าหน้าที่ไม่สามารถพูดคุยกันได้ นายกฯ กล่าวว่า เป็นความพยายามของกัมพูชาที่จะดึงประเทศอื่นมาร่วมปัญหาไทย-กัมพูชา ซึ่งเข้าใจว่ากัมพูชาจงใจพยายามที่จะไม่คุย เพื่อให้คนอื่นเข้ามา ซึ่งขอย้ำว่าไม่ได้ช่วยอะไร แม้มีประเทศอื่นเข้ามา สุดท้ายจะต้องคุยกันระหว่างไทย-กัมพูชา เพราะเป็นปัญหาในพื้นที่และ 2 ประเทศ และอยู่ในครอบครัวของอาเซียนด้วยกัน
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ จะได้พบกับสมเด็จฯฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็จะต้องคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และย้ำว่าไม่จำเป็นต้องให้ประเทศที่ 3 เข้ามา เพราะถ้าปล่อยให้ประเทศที่ 3 เข้ามาจะยุ่งยากมากขึ้น
ผบ.ทอ.สั่งเกาะติดสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา
พล.อ.ต. มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า วันนี้ (25 เม.ย.) ที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ได้มีการนำเครื่องบินเอฟ-16 จำนวน 4 ลำ ขึ้นฝึกบินตามวงรอบของการฝึก โดยได้ทำการฝึกบินในพื้นที่การฝึกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้มีการนำเครื่องบินฝึกตั้งแต่ช่วงเช้า และช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ ทั้งนี้การปฏิบัติการฝึกบินดังกล่าวกองทัพอากาศ ยืนยันว่าไม่ได้มีการนำเครื่องบินเอฟ-16 ทั้ง 4 ลำ เข้าไปล่วงล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด แต่การฝึกบินครั้งนี้อาจจะมีเสียงดังก็เนื่องจากมีการนำเครื่องบินขับไล่ฝึกบินหลายลำ
“วันนี้เป็นการฝึกบินตามปกติของกองบิน 1 จ.นครราชสีมา โดยใช้เครื่องบินเอฟ-16 จำนวน 4 ลำ ฝึกบินไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และย้ำว่าเครื่องบินทั้งหมดไม่ได้มีการบินเข้าไปล้ำเขตแดน หรือ ใกล้ชายแดนที่กำลังมีปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศกัมพูชาออกมากล่าวอ้างเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า กองทัพไทยมีการนำเครื่องบินรบบินรุกล้ำเข้าไปในประเทศกัมพูชาไม่เป็นความจริง เพราะกองทัพอากาศไม่ได้มีการนำเครื่องบินรบบินแต่อย่างใด ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีความเป็นจริงทั้งสิ้น” โฆษกกองทัพอากาศ กล่าว
พล.อ.ต.มณฑล กล่าวด้วยว่า พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การปะทะกันระหว่างกำลังทหารไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เตรียมการปฏิบัติได้ตลอดเวลาหากเกิดกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากจะใช้กำลังทางอากาศจะต้องขึ้นอยู่กับการสั่งการของรัฐบาลเท่านั้น แต่ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรกับเรื่องดังกล่าว ขณะนี้เพียงกองทัพอากาศเฝ้าติดตาม และเตรียมความพร้อมเท่านั้น



