
กษิตเล็งคุย"มาร์ตี้"ที่จาการ์ต้า28เม.ย.นี้
"กษิต" เล็งคุย "มาร์ตี้" ระหว่างประชุมรัฐมนตรีด้านสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่กรุงจาการ์ต้า 28 เม.ย.นี้
(25เม.ย.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางลงพื้นที่จ.สุรินทร์ โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากกองกำลังสุรนารี จากนั้นได้ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่ศูนย์อพยพประชาชนบ้านโคกกลาง ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เนื่องจากต้องการมาสัมผัสด้วยตัวเองและดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลในการชี้แจงกับต่างประเทศ และทราบว่าฝ่ายกัมพูชาได้เพิ่มกำลังในพื้นที่ชายแดน มีหน่วยรบพิเศษ และยังขยับเข้ามาทั้งที่ฝ่ายไทยได้เตือนให้หยุดยิง แต่ก็ไม่หยุด เมื่อขอเจรจาทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติก็ไม่ตอบมาเป็นเดือน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการเชิญคณะทูตมารับฟังคำชี้แจง โดยจะแบ่งเป็นชุดๆ อาทิ ประเทศสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่าอะไรคือเงื่อนไขที่ทำให้หยุดยิงไม่ได้ นายกษิต กล่าวว่า อยู่ที่เขาอยากใช้ประเด็นนี้ไปฟ้องยูเอ็นหรือไม่ ต้องฝากสื่อมวลชนไปถามสมเด็จฮุน เซน ที่เราต้องการมากตอนนี้คือให้นายพลจิน จันปัว แม่ทัพของกัมพูชาคุยกับแม่ทัพกองกำลังสุรนารี โดยได้พยายามทาบทามมา 3 วันก็ยังมียิงเข้ามาอีก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีมิตรจิตมิตรใจและไม่อยากเจรจาทั้งที่ในอดีตเรื่องอย่างนี้หากคุยก็ยุติแล้ว แต่ขณะนี้ทุกคนพูดหมดว่าให้ยิงอย่างเดียวและฟังคำสั่งจากพนมเปญ ทั้งที่กลไกการหารือมีอยู่ ถ้ามีเจตนาดี มันก็แก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว
"มันก็อดตีความไม่ได้ว่าเป็นการหาเรื่องหาเหตุหรือเปล่า ยิงนกสองตัวทั้งเรียกร้องเสียงสนับสนุนจากชาวกัมพูชาและร้องแรกในเวทีระหว่างประเทศ ที่ผ่านมามีแต่สร้างปัญหาเป็นเงื่อนไขมาตลอด อดคิดไม่ได้ว่ามันจะโยงกับการเมืองภายในของไทยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีเรื่องที่เหมือนแทรกแซงอยู่แล้ว แต่เราก็พยามลืมกันไป" นายกษิต กล่าว
นายกษิต กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ทำให้เห็นทุกข์ของชาวบ้าน ซึ่งไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในยุคของการสร้างประชาคมอาเซียน รัฐบาลก็ตอบชาวบ้านไม่ได้ว่าทำไมจึงเกิด และไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จะยุติ เพราะเรื่องไม่ได้อยู่ในมือเรา 100 เปอร์เซนต์ แต่ขึ้นกับอีกฝ่ายว่าเขาจะตบมือกับเราหรือไม่ด้วย จะรบกันไปทำไมเพราะสงครามไม่ได้แก้ปัญหา ไม่มีทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของใคร รังแต่จะทำให้เกิดความคับแค้นเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ประเทศไทยก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะทำลายความสัมพันธ์และทำลายอาเซียน
นายกษิต กล่าวด้วยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเคยคุยกันว่า การที่ต้องไปสหประชาชาติเป็นเรื่องน่าขายหน้า หากไม่ตระหนักแล้วยังหาเรื่องรบกัน ภาระอยู่ที่ใคร มันไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม ขอวิงวอนให้ท่านฮุน เซนและรัฐบาลกัมพูชาเห็นแก่ประโยชน์ประชาชนสองประเทศ ช่วยกันทำนุบำรุงและพัฒนาประชาคมอาเซียนด้วย ขืนเราทะเลาะกันอยู่อย่างนี้มันก็ไปไม่ได้ ไม่มีใครมีสิทธิพาอาเซียนเข้ารกเข้าพง และทำลายความเป็นปึกแผ่นของอาเซียนที่สั่งสมกันมา 44 ปี เราไม่ควรไปสร้างภาระหรือทำให้อาเซียนและมิตรประเทศเสียเวลาโดยใช่เหตุ" นายกษิต กล่าว
นายกษิต ยังกล่าวถึงการยกเลิกการเดินทางเยือนไทยและกัมพูชาของนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียเพื่อหารือเรื่องทีโออาร์คณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียว่า เป็นเพราะยังติดในเรื่องถ้อยคำนิดหน่อยที่ฝ่ายไทยอยากให้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมในเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มกันทางการทูต ซึ่งเราอยากให้เขามาอยู่ภายใต้สถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ขณะนี้กำลังหารือกับฝ่ายกฎหมายของอินโดนีเซียอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันนี้ แล้วจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยตนจะถือโอกาสที่ไปร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 28 เมษายนนี้ พบกับนายมาร์ตี้ เมื่อเรายืนยันว่าเห็นชอบกับทีโออาร์ก็จะมีการยื่นหนังสือแลกเปลี่ยน จากนั้นก็สามารถดำเนินการตามกระบวนการได้ เท่ากับเลื่อนออกไปเพียง 2-3 วันเท่านั้น



