
ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ช่วยชุมชนสุราษฎร์ฯ
สุราษฎร์ธานี ยังเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบน้ำท่วมใหญ่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ดูน้ำท่วมและช่วยฟื้นฟูชุมชน
วันที่ 25 เม.ย.สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี เกือบทุกพื้นที่กว่า 90 % น้ำลดปกติเริ่มคลี่คลายมากแล้ว โดยอยู่ในช่วงการฟื้นฟู นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูทั้งในส่วนของสาธารณูปโภค สถานที่ราชการ ถนนหนทาง โดยสถานที่ราชการทุกแห่งบริการประชาชนได้แล้ว ส่วนถนนสัญจรไปมาได้แล้วเกือบทุกแห่ง แม้ว่าจะยังไม่สะดวกมากนักก็ตาม
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งบนเกาะและแหล่งท่องเที่ยวบนบก ยืนยันได้ว่าสามารถท่องเที่ยวได้ปกติ
ล่าสุดเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดยนางวิยะดา สิมะเสถียร รองเลขาธิการสำนักผู้ตรวจการแผ่นและคณะอีก 11 คน ช่วยกันทำความสะอาดหอสมุดชุมชนบ้านธารทิพย์และโรงเรียนเจริญเวช ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังสูงกว่า 2 เมตร นานร่วม 1 สัปดาห์ ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎร โรงเรียนและห้องสมุด ได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูเนื่องจากชาวบ้านต้องฟื้นฟูบ้านตนเองก่อน จึงค่อยดำเนินการฟื้นฟูชุมชน
โดยครั้งนี้มีชาวบ้านกว่า 100 คน ได้มาร่วมด้วยช่วยกันทำความสะอาดครั้งใหญ่ ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดภาคเรียนในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึง แต่ความเสียหายก็มีมาก โต๊ะเรียน ตู้ หนังสือ ได้รับความเสียหายหมด มีเพียงอาคารที่ยังใช้ได้ ส่วนอื่นเป็นขยะมากกว่า เพราะโดนอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุด ที่ไม่เคยพบมาก่อน
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากมาช่วยฟื้นฟูแล้ว ยังได้นำหม้อหุงข้าวและถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด แจกจ่ายให้ราษฎรในพื้นที่ด้วย เนื่องจากปัจจุบันชาวบ้านยังขาดแคลนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหมด จึงได้นำหม้อหุงข้าวมามอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการหุงหาอาหารรับประทาน นอกจากนั้นการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังได้สำรวจพื้นที่น้ำท่วม เพื่อร่วมหาทางให้การช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่บ้านหน้าถ้ำ ม. 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากดินโคลนถล่ม เมื่อช่วงอุทกภัยหนักปลายเดือน มีนาคม 54 ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้การให้การช่วยเหลือยังล่าช้า มีเพียงองค์การบริหารส่วนตำบลให้การช่วยเหลือ ปรับปรุงเส้นทาง แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้หมด ยังมีชาวบ้านร่วม 80 ครัวเรือน ที่ยังได้รับผลกระทบ การสัญจรถูกปิดยังต้องเดินเท้าเพื่อออกมาหาอาหาร จึงอยากให้หน่วยงานอื่นๆ เร่งช่วยให้การสนับสนุนเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้าน
โดยในครั้งนี้ นางวิยะดา สิมะเสถียร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและรับเรื่องร้องทุกข์ ก่อนประสานให้ทางหน่วยงานในพื้นที่ได้ให้การช่วยเหลือต่อไป ซึ่งเบื้องต้นได้รับการตอบรับจากหลายหน่วยงานที่พร้อมให้การสนับสนุน แต่เนื่องจากในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ฯ รวมถึงอำเภอกาญจนดิษฐ์ ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทำให้การช่วยเหลือยังไม่ทั่วถึง
แต่จากการสอบถามทางจังหวัดทราบว่าได้รับเรื่องแล้วแต่ยังต้องเร่งให้การช่วยเหลือจุดอื่นที่ได้รับอุทกภัยมากเช่นกันก่อน แล้วจะดำเนินการให้การช่วยเหลือจุดดังกล่าวต่อไป ซึ่งทางสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นตัวประสานเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน
ด้านนายสนิท ศรีวิหค นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ ที่ลงพื้นที่ดูความเดือดร้อนของชาวบ้านในช่วงอุทกภัยครั้งนี้ บอกว่าครั้งนี้อำเภอกาญจนดิษฐ์ เสียหายมากในหลายพื้นที่เป็นวงกว้างโดนทั้งน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ซึ่งนอกจากพื้นที่บ้านหน้าถ้ำแล้ว ในส่วนของตำบลอื่นๆ อย่างเช่น ต.คลองสระ ซึ่งมีหลายหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ สะพานขนาดใหญ่ถูกน้ำพังเสียหายหลายเส้น ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากและเป็นวงกว้าง ซึ่งทางการก็เร่งให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องทยอยให้การช่วยเหลือ สำหรับอุทกภัยครั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบปะผู้สูงอายุในพื้นที่ ถือว่าครั้งนี้เป็นอุทกภัยหนักสุดในรอบหลายปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสภาพในพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ราบในหุบเขา มีราษฎรเขาไปปลูกยางพาราหาเลี้ยงครอบครัว อยู่กว่า 130 ครัวเรือน แต่ที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ประมาณเกือบ 80 ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากดินที่ถล่มลงมาทับถนน 3 ช่วงด้วยกัน ทำให้ไม่สามารถสัญจรออกมาหาอาหารได้ ต้องเดินเท้าอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าอุแท ได้ให้ช่วยเหลือเบื้องต้นสามารถเปิดทางได้บางส่วนแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเปิดทางได้หมดจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลืออีกแรง



