
ปธ.อาเซียนยกเลิกการเยื่อนไทยวันนี้
ประธานอาเซียนยกเลิกแผนเยื่อน "ไทย - กัมพูชา" วันนี้ อ้างทำทีโออาร์สังเกตุการณ์ยังไม่เสร็จ ด้าน"ประวิตร" ลั่น ไทยไม่เคยละเมิดอธิปไตยใคร โต้กลับกองทัพไม่มีอาวุธเคมีใช้ ระบุ อยากประชุม จีบีซี เร็วๆ เพื่อเปิดเวที เจรจากัมพูชา พร้อมร่วมทุกสถานที่แต่ต้องเป็นก
(25เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเดิมที่กระทรวงการต่างประเทศ เคยเปิดเผยว่า วันนี้ (25 เม.ย.) นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รมว.ต่างประเทศของอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนจะเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา จากนั้นจะเดินทางมายังประเทศไทย โดยมีกำหนดการรับประทานอาหารค่ำร่วมกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย ที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ โดยการมาครั้งนี้ก็เพื่อหารือถึงการจัดทำรายละเอียดทีโออาร์ในการส่งผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้ามาในพื้นที่ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาที่บริเวณชายแดนในจ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปะทะครั้งล่าสุดที่จ.สุรินทร์
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งว่ากำหนดการทั้งหมดนั้นถูกยกเลิก เนื่องจากการจัดทำร่างทีโออาร์ยังไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าการยกเลิกครั้งนี้อาจเป็นผลมาจากการที่ทหารกัมพูชายังมีการยิงโจมตีฝ่ายไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จึงต้องการรอให้สถานการณ์ปะทะสงบลงก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(25 เม.ย.) เมื่อเวลา 06.30 น. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ออกเดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินไทย จากท่าอากาศสุวรรณภูมิ ไปยัง จ.อุบลราชธานี และต่อไปยังจ.สุรินทร์ โดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อตรวจเยี่ยมสถานการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา โดยนายกษิต ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ ที่โรงเรียนพนมดงรักวิทยา อ.พนมดงรัก ก่อนจะเดินทางต่อไปยังศูนย์อพยพชั่วคราว โรงเรียนบ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก โดยนายกษิต จะกลับมาถึงกรุงเทพฯในเวลา 18.30 น.ของวันนี้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชาว่า ยังมีการปะทะกันอยู่เล็กน้อยแต่ไม่ได้มีความรุนแรงอะไร ซึ่งแม้ขณะนี้เราไม่ได้เจรจากับทางกัมพูชา แต่คงไม่เป็นไรเพราะประเทศอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนกำลังเข้ามาดำเนินการเพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศได้พูดจากัน ทั้งนี้ไทยและกัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน ต้องเจรจา แว่าความต้องการของทั้ง 2 ประเทศคืออะไร
“ผมยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยละเมิดอธิปไตยของใคร ในขณะเดียวกันเราต้องดูแลรักษาอธิปไตยของเราไม่ให้มีความเสียหายเกิดขึ้น โดยทหารทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาประเทศชาติ ดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย เรามีความพร้อมที่จะพูดคุยกับกัมพูชาในทุกเรื่อง เพราะเราไม่ประสงค์ที่จะให้มีการสู้รบกันอย่างนี้ตลอดไป” พล.อ.ประวิตร ระบุ
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าตามกำหนดการเดิมจะต้องมีการประชุม จีบีซี ในเดือนมิ.ย. ที่จะถึงนี้ แต่ขณะนี้เราอยากให้จัดการประชุมให้เร็วขึ้นเพี่อที่จะได้พูดจากัน ซึ่งเดิมกัมพูชาต้องเป็นเจ้าภาพ แต่หากไม่พร้อมเราก็พร้อมจัดที่กรุงเทพฯ หรือจัดที่อื่น ๆ เราก็พร้อม จะให้ไปที่ไหนเราก็ไป แม้แต่จะประชุมอาร์บีซี ตนก็สามารถสั่งการให้แม่ทัพดำเนินการประชุมได้ตลอดเวลา
ส่วนหากกัมพูชาเสนอให้จัดการประชุมจีบีซีที่ปริเทศอินโดนีเซียนั้นทางกองทัพมีความพร้อมแล้วหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดจากันว่าจะประชุมที่ไหน แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องระหว่าง 2 ประเทศ จะไปประชุมที่อินโดนีเซีย หรือประชุมที่อื่นๆก็ต้องเป็นการประชุมระหว่างไทยและกัมพูชาไม่เกี่ยวกับประเทศอื่น ดังนั้นจะจัดการประชุมที่ไหนคงไม่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามสัญญาที่เคยตกลงกันไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องในพื้นที่ เพราะจะมีเหตุสุดวิสัยหรืออย่างไรก็ต้องพูดจากัน ซึ่งตนและแม่ทัพภาคที่ 2 และหน่วยทหารในพื้นที่ก็พร้อม ส่วนเหตุการณ์ปะทะในครั้งนี้จะมีเรื่องการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ตนไม่ทราบ คงต้องพิจารณากันเอาเอง
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยใช้อาวุธเคมีในการตอบโต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่าไม่มี ตนขอยืนยัน และในกองทัพก็ไม่มีอาวุธแบบนี้ใช้ ตนได้ให้นโยบายกับทางกองทัพไปว่า อาวุธที่กัมพูชาใช้มาอย่างไรเราก็ตอบโต้ไปอย่างนั้น เราตอบโต้ไปเฉพาะที่หมายทางทหารเท่านั้น เราจะไม่ทำอะไรที่เกินเลยไป
ส่วนที่มีการมองว่าประเทศไทยไม่ค่อยมีความเด็ดขาดทำให้กัมพูชาไม่มีความเกรงใจนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่างนี้ก็เด็ดขาดอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่แค่ 2 ประเทศ เราอยู่ในสมาคมอาเซียน มีอะไรก็จะต้องใช้เวทีอาเซียนพูดคุยกัน ดังนั้นมีทางเดียวคือจะต้องพูดจากัน ไม่มีวิธีการอื่น การสู้รบไม่สามารถจะจบลงได้นอกจากพูดจากัน



