
สภาไฟเขียวข้อตกลงไทย-อินโดฯชี้ช่วยเพิ่มค้าขายระหว่าง2ประเทศ
รัฐสภาไฟเขียวความตกลงทางการค้าไทย-อินโดนีเซียแล้ว "อลงกรณ์" หวังช่วยขยายการค้าขายระหว่างกัน ทั้งรองรับเป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐสภาได้ผ่านความเห็นชอบความตกลงทางการค้าระหว่างไทย-อินโดนีเซียแล้ว เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 และได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญปี 2550
ทั้งนี้ ความตกลงทางการค้าดังกล่าวจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับอินโดนีเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างเวทีทวิภาคีที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาความร่วมมือทางการค้าและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันในอนาคต เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะขยายการส่งออกไปสู่ตลาดอาเซียน สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างสมบูรณ์ในปี 2558
ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีประชากรประมาณ 240 ล้านคน เป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย และสิงคโปร์ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 9 ของไทยในตลาดโลก สำหรับการค้าของไทยกับอินโดนีเซียในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2550-2552) มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 9,668.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปี 2553 การค้ารวมมีมูลค่า 13,022.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา 53.79% โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ามูลค่า 1,670.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังอินโดนีเซีย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก สินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากอินโดนีเซีย ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ถ่านหิน น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น



