
พณ.ตั้งทีมสอบราคาสินค้า3ชนิดชี้ส่อพฤติกรรมขายพ่วงลูกไก่-อาหารสัตว์แพงเกินจริง
พาณิชย์ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงราคาสินค้าแพง 3 ชนิด ทั้งไข่ไก่-ไก่เนื้อ-เนื้อหมู เบื้องต้นพบพฤติกรรมขายพ่วงลูกไก่กับอาหารสัตว์ เตรียมงัดกฎหมายแข่งขันทางการค้าเอาผิดต่อไป พร้อมชงครม.เสนองบ 900 ล้านบาทจัดมหกรรมลดค่าครองชีพคนไทย
นายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง และพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบการสินค้า ไข่ไก่ ไก่เนื้อ และสุกร กล่าวว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานย่อย 3 ชุด คือชุด ไข่ไก่ ไก่เนื้อ และสุกร ซึ่งจะมีตัวแทนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเร่งศึกษาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพฤติกรรมทางการค้าของผู้ค้าในตลาดว่ามีการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม หรือมีการฮั้วกันจนทำให้ราคาสินค้าทั้ง 3 รายการแพงขึ้นหรือไม่ หรือมีการลักลอบส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านจนส่งผลกระทบต่อราคาและปริมาณหรือไม่
ทั้งนี้ จากการให้คณะทำงานย่อยติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการค้าในสินค้า 3 กลุ่ม และได้มีการประชุมคณะทำงานเบื้องต้นพบว่า ผู้ประกอบการหลายรายมีพฤติกรรมเข้าข่ายการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยมีการขายพ่วงลูกไก่กับอาหารสัตว์ รวมถึงมีการขายอาหารสัตว์ในราคาที่แพงเกินจริง ทั้งอาหารไก่ไข่ อาหารหมู และอาหารไก่เนื้อ ซึ่งขณะนี้คณะทำงานย่อยกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดตาม พ.ร.บ.ว่าแข่งขันทางการค้าต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือเอ๊กบอร์ด และกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องเข้ามาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องผลผลิตไข่ไก่ที่ลดลง รวมทั้งเรื่องของโรคระบาดที่เกิดขึ้นภายในฟาร์ม ไม่ใช่ให้กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น
นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ในวันที่ 26 เมษายนนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอโครงการการจัดงาน มหกรรมลดค่าครองชีพคนไทยเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะขอจัดสรรงบประมาณจำนวน 900 ล้านบาท มาใช้ดำเนินโครงการจัดหาสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยจะเน้นสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ ผัก ผลไม้ ปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น
รวมทั้งเพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าที่เข้าร่วมงานมหกรรมได้ขายสินค้าในราคาถูกตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยและโอท็อปที่มีต้นทุนการจำหน่ายที่สูงกว่าผู้ค้ารายใหญ่ กระทรวงพาณิชย์จะให้บริการขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตไปจำหน่ายยังสถานที่ต่างๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่งหาก ครม.มีมติอนุมัติจะเริ่มดำเนินโครงการได้ทันทีไปจนถึงสิ้นปีนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าจะจัดงานให้ได้ตำบลละ 2 ครั้ง อำเภอละ 1 ครั้ง



