
ซิ่งไปดั่งใจ "พัม" พามงคล ฉายาวิจิตรศิลป์
มักจะได้ยินหลายคนพูดว่า สิ่งที่ชอบจะสะท้อนตัวตนของคนนั้นๆ
ยังไม่ค่อยอยากจะปักใจเชื่อ จนเมื่อได้นั่งคุยกับหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของธุรกิจโรงแรมออล ซีซั่น สไตล์บูทิค ย่านสาทร วัย 24 ปี อย่าง "พัม" พามงคล ฉายาวิจิตรศิลป์ ที่บอกความเป็นตัวตนผ่านกิจกรรมของผู้ชายอย่างแท้จริง ทั้งกีฬาที่เกิดจากความเร็ว ทั้งขับรถสปอร์ต ขี่ซูเปอร์ไบท์ และเล่นเรือใบ
"พัม" ทายาทของ ร.ต.อ.นพ.มนัส เจ้าของธุรกิจความงาม เมโกะคลินิก และ วรรณภา นักลงทุนชื่อดังด้านอสังหาริมทรัพย์ เล่าย้อนให้ฟังว่า เขาเริ่มสนใจเรื่องความเร็วตั้งแต่สมัยเด็กๆ เฉกเช่นเดียวกับเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป แต่ขณะนั้นสิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงเกาะหน้าตู้ทีวีชมและเชียร์รายการแข่งขันสุดโปรดอย่าง เอฟวัน และโมโตจีพี เท่านั้น
จวบจนเมื่อเติบใหญ่วัย 19 ปี ขณะที่กำลังร่ำเรียนวิชาด้านการเงินอยู่ที่ฝั่งอเมริกา ด้วยหนึ่งสมองบวกกับสองมือของเขา โดยการนำเงินที่ได้รับจากคุณพ่อจำนวนเพียง 30,000 บาทไปต่อยอดทำธุรกิจขายของในอีเบย์ และผลจากการลงทุนก็ได้สานฝันตัวเองจนสำเร็จ ได้เป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์คันแรกยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู
ตามสไตล์ของนักลุงทุน พามงคลเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยฝันอยากจะเป็นนักกีฬาแข่งรถ แต่เมื่อหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาบวก ลบ คูณ หาร อยู่หลายรอบ เขาจึงเลือกเดินทางกลับบ้านมาทำงานตามถนัด แล้วเก็บความฝันไว้เพียงแค่เป็น...กิจกรรมสุดโปรด!!
"เคยคิดอยากจะเป็นนักแข่งมืออาชีพ แต่ดูจากฝีมือของตัวเองแล้ว รู้ตัวว่าเราคงไม่สามารถพัฒนาไปถึงขั้นระดับโลกได้ จึงถอยออกมา แล้วเลือกที่จะทำธุรกิจตามความถนัดให้ประสบความสำเร็จเสียก่อน รอจนมีเงินมีทองแล้วค่อยมาทำในสิ่งที่ชอบทีหลัง เพราะรู้สึกว่ามันเป็นไปได้มากกว่าที่จะทนฝึกซ้อมเพื่อเป็นนักแข่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งหากฝืนทำอย่างนั้นกว่าจะเทียบชั้นเป็นมือหนึ่งของโลกได้อย่าง ชูมาร์คเกอร์ ผมก็คงแก่ซะก่อน แถมยังจะได้กินแต่แกลบแทนข้าวอีกซะด้วย" พัมเล่าพร้อมเสียงหัวเราะร่วน
ด้วยเหตุนี้หลังจบจากมหาวิทยาลัยออริกอน สเตท สหรัฐอเมริกา คณะบริหารธุรกิจ การเงินและการธนาคาร เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หนุ่มพัมก็หอบใบปริญญากลับมาให้สมาชิกในครอบครัวฉายาวิจิตรศิลป์ได้ชื่นใจ และไม่รอช้าที่จะก้าวตามฝันของตัวเองทันที ด้วยการลงทุนทำกิจการโรงแรมตามที่ร่ำเรียนมา และเมื่อต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้แก่การลุยงานอย่างใกล้ชิดทุกวัน จึงเป็นเหตุให้ต้องขาดหายไปจากกิจกรรมท้าความเร็วนานพอดู จนเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่จึงเริ่มหยิบจับขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง แต่เมื่อต้องทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน พัมก็เลือกที่จะวางแผนในการดำเนินชีวิต ทั้งงานประจำและกิจกรรมยามว่าง
"ผมจะวางแผนการใช้ชีวิตที่ชัดเจน อย่างเช่นวันทำงานจะใส่สูทผูกเน็กไททำงานเต็มที่ตลอด 5 วัน ไม่เที่ยวที่ไหน แต่พอถึงวันพักผ่อนก็จะออกลุยอย่างเต็มกำลังเช่นกัน ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนเด็กแว้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่ชอบทั้งขี่ซูเปอร์ไบค์ ขับรถสปอร์ต หรือเล่นเรือใบ เพราะผลพลอยได้นอกจากความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจแล้ว ยังจะได้การจัดตารางชีวิตของเป็นของแถมด้วย เพราะทุกๆ กิจกรรมที่ทำก็ต้องแพลนทุกครั้งนับตั้งแต่การโทรนัดแนะเพื่อนๆ การศึกษาเส้นทาง" หนุ่มรักความเร็ว กล่าวเสียงหนักแน่น
แม้จะชื่นชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ แต่หนุ่มพัมก็ยังอยากฝากบอกผู้ที่ชอบความเร็วเช่นเดียวกับเขาว่า นอกเหนือจากสติ ความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเรื่องความปลอดภัยและการวางแผน
"ถ้าใครที่ชื่นชอบการขับรถ ทุกครั้งก่อนที่จะสตาร์ทต้องตรวจเช็กความพร้อมของรถก่อน เช่นเดียวกันหากจะขี่ซูเปอร์ไบท์ก่อนจะก้าวขาขึ้นค่อมไปนั่งอยู่บนอาน ต้องไม่ลืมหยิบอุปกรณ์เซฟตี้มาสวมใส่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก เสื้อเซฟตี้ รองเท้าเซฟตี้ และถ้าหากใครคิดเล่นเรือใบก็ต้องศึกษาเรื่องเส้นทางลมเป็นอย่างดี เพราะเรือชนิดนี้ไม่มีเครื่องยนต์ หากปราศจากการวางแผนที่ดีลมหมดหรือลมเปลี่ยนทิศทุกอย่างก็เกมโอเวอร์" พัมแนะนำ
และก่อนที่จะบิดคันเร่ง บรื๊นนนน...บรื๊นนนน...โชว์เสียงหวานๆ ของรถซูเปอร์ไบท์ขนาดเครื่องยนต์ 1,000 ซีซี พร้อมกับลีลาการขับขี่แบบสราญลมให้เราได้ชม นักบริหารหนุ่มได้เตือนสตินักบิดทิ้งท้ายไว้อีกว่า
"ถ้าอยากแข่งรถหรือทดสอบความเร็วความแรงของเครื่องยนต์ ควรใช้พื้นที่ในสนามจะดีกว่า เพราะความสนุกไม่ควรทำลายคนอื่น"
นี่แหละค่ะ เลือดนักแข่งตัวจริง...
เรื่อง... "กอบแก้ว แผนสะท้าน"
ภาพ... "กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร"



