
ผลิตไบโอดีเซลสนองพระราชดำริ?
ท้ายรายการข่าวเที่ยงของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมสปริงนิวส์ เป็นช่วง เล่าเม้าท์ข่าว ที่เขาเชิญคอลัมนิสต์จากหนังสือพิมพ์ต่างๆ ไปร่วมรายการ ผมได้รับเชิญในฐานะคอลัมนิสต์จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก รายวันให้ไปแสดงความคิดเห็นกรณีที่รัฐบาล ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลเ
ผมน่ะไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีการดังกล่าวอยู่แล้ว...คือเหมือนรัฐบาลสักแต่ว่า “ปัดสวะ” ให้พ้นตัวไปชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งๆ ที่ปัญหาน้ำมันมีราคาแพงนั้น เป็นปัญหาอมตะนิรันดร์กาลอีกปัญหาหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าหากมีการวางแผนกันดีๆ น่าจะแก้ได้ ไม่ใช่แก้ปัญหากันลวกๆ มาทุกยุค คือทุกรัฐบาลว่างั้นเถอะ เท่าที่ผมทราบ รัฐบาลชุดนี้เชิญนักวิชาการและผู้ชำนาญการด้านพลังงานมาเป็นที่ปรึกษาเพียบ และคงมีการประชุมเพื่อรับมือเรื่องน้ำมันมาหลายครั้งแล้ว แต่รัฐบาลคงไม่สนใจในคำเสนอแนะของที่ปรึกษาด้านพลังงานน้ำมันซะมากกว่า พอเจอปัญหาซึ่งหน้า รัฐบาลจึงไม่ต่างไปจากลิงที่นั่งแก้แห คือยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งอย่างที่เห็นนี่แหละครับ
รัฐบาลกล้าตรึงราคาน้ำมันดีเซลเอาไว้ 5 เดือน ทั้งๆ ที่รู้ว่ารัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีน้ำมันดีเซลถึง 4.4 หมื่นล้านบาท ทั้งๆ ที่ไม่รู้หรอกว่าเมื่อครบกำหนด 5 เดือนแล้ว สถานการณ์น้ำมันโลกจะดีขึ้นคือ ราคาลดลงจนสามารถขายได้ในราคาไม่เกิน 30 บาทได้ต่อไป การแก้ปัญหาของรัฐบาลจึงไม่ต่างไปจากการ “วางระเบิดเวลา” เอาไว้ ไม่รู้ว่าให้ใครหรือวางเอาไว้ให้ตัวเอง...
5 เดือนนับจากนี้เราก็จะมีรัฐบาลใหม่พอดี ผมพูดในรายการวันนั้นว่า หากรัฐบาลไม่เห็นแก่ได้ ควรกล้าบอกประชาชนว่า ตอนนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกมันแพงด้วยสาเหตุใด ไม่ใช่ชวนชาวบ้านวิ่งหนีปัญหา ผมตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่เคยคิดถึงเรื่องใกล้ตัว มองแต่เรื่องไกลตัว เช่น จะสร้างทางรถไฟความเร็วสูงลงทุนเป็นแสนล้าน โดยไม่เคยคิดล่วงหน้าว่าหากน้ำหลากท่วมรางรถไฟที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปภาคใต้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ในสถานการณ์นี้รัฐบาลควรทุ่มงบประมาณเพื่อการเกษตรให้เต็มที่ วางแผนในการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ดังที่ในหลวงทรงมีพระราชดำริเอาไว้หลากหลายโครงการ เพื่อให้ไทยก็จะกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารป้อนชาวโลก รัฐบาลกลับไม่สนใจรับไปดำเนินการ
ผมพูดถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งและการพาณิชย์ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันดีเซลแพงว่า รัฐบาลควรจัดสรรน้ำมันดีเซลเป็นสองส่วน เหมือนการช่วยเหลือชาวประมง คือ ขายน้ำมันดีเซลสีเขียวให้แก่ธุรกิจขนส่งและบริการ เช่น รถ บขส. รถทัวร์ รถบรรทุก 10 ล้อ 18 ล้อ ขายน้ำมันดีเซลสีม่วงให้แก่รถกระบะที่ขายผักปลา หรือขายโชห่วย หรือรถสองแถว และอีกส่วนหนึ่งปล่อยราคาดีเซลให้เป็นไปตามกลไกตลาดให้ผู้ใช้รถกระบะส่วนตัวเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว รัฐบาลต้องยกเรื่องการผลิตไบโอดีเซลให้เป็น “วาระแห่งชาติ” คือ ผลิตอย่างจริงจัง วันนี้เรามีผลผลิตปาล์มน้ำมันอย่างเหลือเฟือ วันนั้นผมได้บอกกับผู้ชมทางบ้านว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตั้งระบบผลิตเอทธิลเอสเตอร์ ไว้ในสวนจิตรลดาเป็นโครงการส่วนพระองค์มาตั้งแต่ปี 2547 และทรงขยายไปเป็นโครงการล้านนาฟ้าใสไบโอดีเซลที่ภาคเหนืออีก 15 สถานี.. ผมตั้งคำถามว่าเคยมีใครคิดถึงเรื่องเหล่านี้บ้างไหม...
แล้วผมก็ฝากให้ทุกพรรคการเมืองกำหนดเรื่องนี้เอาไว้ในนโยบายพรรคด้วย...ผมเชื่อว่าหากเราสามารถผลิตไบโอดีเซลได้พอใช้ภายในประเทศ ยังไม่จำเป็นต้องส่งออก.. ก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้สนองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงแล้วนั่นเอง
ภาณุมาศ ทักษณา



