ข่าว

“เครือข่าย”เงื่อนไขความสำเร็จขององค์กรชุมชน

“เครือข่าย”เงื่อนไขความสำเร็จขององค์กรชุมชน

25 เม.ย. 2554

หากพิจารณาจากมติของสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูปที่ระบุว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มบทบาทภาคประชาชนในการบริหารจัดการและพัฒนาชุมชนตนเอง โดยคืนและถ่ายโอนอำนาจการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ สังคม

และทรัพยากรธรรมชาติ จากภาครัฐและการเมืองกลับคืนไปสู่ชุมชน ให้ชุมชนโดยองค์กรชุมชนระดับตำบลมีอำนาจหน้าที่ในการคิด ตัดสินใจและบริหารจัดการโครงการของรัฐและท้องถิ่นเพื่ออนาคตชุมชนตนเอง ตามความหลากหลายของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน ปฏิรูประบบการบริหารจัดการภาครัฐให้เอื้อต่อการเพิ่มบทบาทภาคประชาชน และมีกระบวนการปฏิรูปที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนโดยมีองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก เป็นข้อเสนอที่ท้าทายทั้งต่อโครงสร้างอำนาจส่วนบนรวมถึงภาคประชาชนเองด้วย

 แน่นอนว่าการพัฒนาความสำเร็จไม่อาจมองแบบแยกส่วนเพราะภาคประชาชนเองก็ต้องหลุดพ้นกับดักความสำเร็จในเชิงตัวเลขด้วย

 ยกตัวอย่างการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนนั้นโดยหลักการไม่มีใครปฏิเสธเพราะการจัดระบบสวัสดิการที่ชุมชนเป็นแกนหลักในการดำเนินงานต้องครอบคลุมรอบด้านและแก้ปัญหาตอบสนองได้ตรงจุดมากกว่าที่รัฐบาลกลางจะเข้าใจความแตกต่างหลากหลายในทุกพื้นที่ของประเทศ

 ความสำเร็จของเรื่องนี้ถ้าฟังข้อมูลจาก นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. พบว่ารัฐบาลจัดงบประมาณเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนในปี 2553 จำนวน 727.3 ล้านบาท และปี 2554 จำนวน 800 ล้านบาท

 เข้าใจว่าล่าสุดคณะอนุกรรมการโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ครั้งที่ 5/2554 อนุมัติงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จำนวน 545 กองทุน วงเงินรวม 115.7 ล้านบาท โดยเป็นการสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ยังไม่ได้รับการสมทบจำนวน 304 กองทุน งบประมาณจำนวน 27.6 ล้านบาท และสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชนรอบสอง จำนวน 241 กองทุน งบประมาณรวม 88.1 ล้านบาท ซึ่งรวมตัวเลขได้อนุมัติและมอบเงินสมทบกองทุนไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 ครั้ง ก็เป็นจำนวน 2,331 กองทุน เป็นเงิน 341.04  ล้านบาท

 ในวันที่ 29 เมษายนนี้ จะมีอีกงานใหญ่นั่นคือการที่รัฐบาลเตรียมมอบเงินสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) และมอบนโยบายสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด

 ขณะที่ภาคประชาชนอย่าง “แก้ว สังข์ชู” กรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป ก็เตรียมที่จะมอบข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้เป็นฐานของระบบสวัสดิการสังคม โดยต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งแล้ว การขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมกว้างขวาง พร้อมพัฒนาแหล่งทุนที่ใช้ในการจัดสวัสดิการให้สอดคล้องตามบริบทท้องถิ่น การเชื่อมโยงสวัสดิการชุมชนกับฐานพัฒนาด้านต่างๆ ของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อการจัดระบบสวัสดิการชุมชนที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

 ถ้าพิจารณาจะเห็นว่าเม็ดเงินที่กำลังทยอยลงไปนั้นหากบริหารจัดการไม่ดีก็อาจทำให้โครงการดีๆ ต้องพังพาบเช่นกัน
 สิ่งที่ภาคประชาชนจะต้องตระหนักซึ่งก็เข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่จะลงไปทำงานเชิงความคิดและงานจัดขบวนกับชาวบ้านนั่นก็คือเป้าหมายของการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการไม่ควรจบเพียงแค่การได้รับอนุมัติเงินสมทบจากรัฐบาลตามสัดส่วน 1 : 1 เท่านั้น สำคัญที่สุดคือเนื้อหาของการจัดการก็ไม่ควรจำกัดแคบเฉพาะพื้นที่โดยขาดการเชื่อมโยงเป็นพลังของเครือข่าย

 แน่นอนว่า การจัดระบบสวัสดิการโดยชุมชนเป็นแกนหลักนั้นเริ่มต้นจากการดูแลตั้งแต่เกิดจนตายซึ่งจากรายงานผลการจัดสวัสดิการชุมชนจำนวน 2,646 กองทุน พบว่ามีการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก 13 ประเภท ครอบคลุมเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย การศึกษา ที่อยู่อาศัย การพัฒนาอาชีพ การช่วยเหลือภัยพิบัติและสาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยมีสมาชิกที่ได้รับสวัสดิการชุมชนแล้วกว่า 2.5 แสนราย รวมเงินที่จ่ายสวัสดิการ 285.39 ล้านบาท ทั้งนี้มีผู้รับประโยชน์จากค่าใช้จ่ายในเรื่องการรักษาพยาบาลมากที่สุดคือร้อยละ 47.41% รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายกรณีเสียชีวิต

 วันนี้สังคมมีความซับซ้อนมากขึ้นระบบสวัสดิการอาจไม่ได้หมายความแค่เรื่องของความมั่นคงด้านสุขภาพเท่านั้น ในหลายพื้นที่ซึ่งกองทุนสวัสดิการชุมชนมีความก้าวหน้าระบบคิดได้ยกระดับไปในเรื่องของสวัสดิการในเชิงการดำรงชีพอาทิเช่นการนำเงินกองทุนไปซื้อที่ดินแล้วนำมาจัดสรรให้สมาชิกที่ไม่มีที่ดินทำกิน

 เหล่านี้หากกองทุนสวัสดิการไม่มีความเป็นเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมถึงพลังก็จะไม่เกิดซึ่งก็ย่อมหมายถึงการเริ่มนับถอยหลังเสียมากกว่า

 ดูเหมือนว่าการมีส่วนร่วมปฏิรูปประเทศขององค์กรชุมชน ไม่ใช่เรื่องพูดง่ายเพราะในการปฏิบัติต้องทำอย่างจริงจัง

สถิตย์ วิริยะประพันธ์