ข่าว

 ศึกนายห้างดูไบ

ศึกนายห้างดูไบ

25 เม.ย. 2554

บรรยากาศการเมืองเริ่มเข้มข้น คึกคักขึ้น เมื่อมีความชัดเจนแล้วว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาราววันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ก่อนเดินทางไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ภายในไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันยุบสภาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คาดว่าน่าจะเป็นประมาณปลายเดือนมิถุนายน 2554 การเมืองที่เคลื่อนเข้าเขตเลือกตั้ง จะทำให้การเมืองนอกระบบที่สร้างความเดือดร้อน วุ่นวายให้แก่สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องเบาบางลง และควรยินดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสนอบทบาทนายห้างตราดูไบเข้ามาเพื่อให้เป็นตัวเลือกของประชาชน

 ไม่ว่าจะมีคนกลุ่มใหญ่ของประเทศพึงพอใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ อย่างไร แต่การมีอยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ทำให้ภาพการเมืองชัดเจนขึ้น ครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศการันตีแบรนด์เพื่อไทย ประทับตรานโยบายพรรค โดยใช้คำว่าตรานายห้างตราดูไบ อีกทั้งเสนอนโยบาย 7 ข้อเพื่อความปรองดอง เช่น ต้องมีการเลือกตั้งที่ยุติธรรม ทุกฝ่ายต้องรับผลการเลือกตั้ง ต้องไม่มีการใช้อำนาจนอกระบบ พิทักษ์และยึดมั่นการปกครองประชาธิปไตย ไม่ใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็โหมโฆษณาหาเสียงผ่านสื่อต่างๆ โดยอิงสถานการณ์การทำงานช่วยเหลือประชาชนในเรื่องภัยพิบัติ เรื่องการศึกษา และเรื่องต่างๆ

 แน่นอนว่า ใครจะมาเป็น ส.ส.สัดส่วนเบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย เขาคนนั้นก็คือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าการเป็นเสมือนตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือที่เคยเรียกกันว่าเป็นนอมินี ตั้งแต่ยุคนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งพยายามแสดงความเป็นตัวของตัวเองมาก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีภาพนอมินีชัดเจนอย่างยิ่ง ไม่ว่าในอนาคตเพื่อไทยจะแปรรูปไปเป็นพรรคการเมืองใดอีก พรรคการเมืองที่มีรากเหง้ามาจากไทยรักไทยเหล่านี้ ก็ยังเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคนในตระกูลชินวัตร เป็นการเมืองรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องตำหนิติเตียน หรือวิพากษ์วิจารณ์กันอีกแล้ว แต่ควรสนใจว่าประชาชนควรมีเหตุผลประกอบการตัดสินใจอย่างไรในการเลือกพรรคสองรูปแบบนี้

 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชูสโลแกนหาเสียงเลือกตั้งว่า “ดูเรา และดูโลก” อธิบายว่า คือ เข้าใจตัวเอง และเข้าใจว่าโลกไปทางไหน นั่นก็เป็นจุดขายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามแสดงราคาความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ระดับสากลเหนือกว่าผู้นำคนอื่นๆ มาตั้งแต่ยุคที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ลากรองเท้าแตะไปเชื้อเชิญให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในโควตาพรรคพลังธรรม นโยบายของทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง มีทั้งขายฝันและขายความจริงที่เป็นไปได้ ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินว่าจะเลือกฝันหรือความจริง