ข่าว

ยุทธศาสตร์พรรคตัวแปร

ยุทธศาสตร์พรรคตัวแปร

25 เม.ย. 2554

การเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างแน่นอนว่า จะเป็นการช่วงชิงของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พรรคเพื่อไทย" ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ "พรรคขนาดกลาง" และ "พรรคเล็ก" ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้เข้าร่วมรัฐบาล

เช่นเดียวกับ "พรรคภูมิใจไทย-พรรคชาติไทยพัฒนา-พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และ พรรครักษ์สันติ" ที่มี "ยุทธศาสตร์" ของตนเองในการที่จะเป็น "ตัวแปร" ร่วมรัฐบาล
  
 "ภูมิใจไทย" : งัดตำราแยกกันเดิน-เพิ่มอำนาจต่อรอง

 “ภูมิใจไทย” ได้ซุ่มซ้อมเลือกตั้งซ่อมหลายจังหวัด กลยุทธ์ที่ลับ-ที่แจ้ง จะถูกใช้กับ “พื้นที่เป้าหมาย” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยสังเคราะห์จากหมากเกม “เนวิน ชิดชอบ” ที่ “เนวิน” วางเกมส่งส.ส.-ผู้สมัคร ระดมลงพื้นที่มาแรมปี หวังเพิ่มความนิยมไปที่ตัว ส.ส.มากที่สุด

 มีการประเมินว่า “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” มีกลุ่มสนับสนุนประมาณพรรคละ 12 ล้านคน ประเมินจากผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 30-35 ล้านคน ส่วนต่างอีก 6-11 ล้านคน เป็นตัวเลขที่ “ภูมิใจไทย” หวังเพิ่มมือในสภา

ด้านกลยุทธ์เดินเกมจับขั้วการเมืองหลังปิดคูหา “ภูมิใจไทย” งัดตำราแยกกันเดิน หนีบพรรคร่วมสมัย “ชาติไทยพัฒนา” แพ็กเกจพันธมิตร เพิ่มอำนาจการต่อรองตั้งรัฐบาล โดยคาดว่าเก้าอี้ส.ส.พรรคพี่-น้องไม่ต่ำกว่า 70 คน

ผนวกกับส.ส.พรรคน้องใหม่ “พรรคพลังชล” สลักยี่ห้อ “สนธยา คุณปลื้ม” อดีตสายสัมพันธ์ดีเอ็นเอ “กลุ่ม 16” จะร่วม “ภูมิใจพัฒนาพลังชล” ใส่สูทแต่งตัวเป็นพรรคตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า รอพรรคเสียงข้างมากแห่ขันหมากสู่ขอ “แย่งซีน” พรรคควบรวม-เกิดใหม่ ทั้ง "ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน"- "รักษ์สันติ" หรือ "มาตุภูมิ" ขณะที่เกมต่อรองเจรจาร่วมทัพรัฐบาลคงไม่แตกต่างจากเดิม

 ไม่ว่าผลการนับคะแนนเสียงจะออกหน้าไหน ประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทยจะเป็นพรรคเสียงข้างมาก แต่ “ภูมิใจไทย” รอเพียงสยายปีกต่อรอง วางเกมเป็น "พรรคตัวแปร" หวัง “เข้าเป้า” ตามที่กำหนดไว้


 "ชาติไทยพัฒนา" : แบ่งสายขยายขั้ว-เข้าได้ทุกทาง

 พรรคน้องใหม่อย่าง “พรรคชาติไทยพัฒนา” ก่อตั้งมา 3 ปี แต่ฝีไม้ลายมือเป็น "ขุนศึกกล้า" ไม่เพียงแต่นโยบายพรรค ที่เจาะตลาดภาคการเกษตร ชาวนาในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง แต่ด้านยุทธศาสตร์การเมือง ยังเดินเกมจับมือเป็นมิตรกับทุกพรรค

 แถมใช้สโลแกนเดิมของพรรคชาติไทย คือ “ไม่มีศัตรูแท้และถาวรในวงการเมือง” แม้ฉากหน้า พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีหุ่นเชิด นำทีมด้วย “ชุมพล ศิลปอาชา” น้องชายสุดเลิฟหลงจู้เติ้ง และ “เสธ.หนั่น” สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำสนามบินน้ำ จระเข้เฒ่าแห่งเมืองชาละวัน

 แต่หลังฉากนั้น “บรรหาร ศิลปอาชา” ขนทีมขุนศึกปลาไหลใส่สเกตมากันแบบเต็มทีม แถมเดินเกมต่อสาย-จับมือ-เข้าบ้าน ซี้เก่าการเมืองกันแบบต่อหน้าและลับหลังทุกพรรค ทุกขั้วการเมือง ตั้งแต่พรรคเล็ก พรรคก่อตั้งใหม่ ยัน 2 พรรคการเมืองใหญ่เลยทีเดียว
 หากรักษาเก้าอี้เดิมไว้ได้ 25 เสียง บวกลบได้ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 5 เสียง เอามารวมกับกลุ่มประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ที่ย้ายเข้ามา น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 30 เสียงแน่นอน 

 การันตีได้เลยว่า ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ "มังกรเติ้ง" แห่งเมืองสุพรรณ จะไม่ยอมให้พลพรรคอดอยากปากแห้งด้วยการเป็นฝ่ายค้านแน่
 จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐบาลครั้งหน้า ย่อมมีชื่อ “พรรคชาติไทยพัฒนา” ติดโผ นั่งแท่นเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแบบ “แบเบอร์” กันเลยทีเดียว !!!!!!


  “ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” : ใช้จุดขายไม่เลือกข้าง

 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับพรรคทางเลือกที่สาม “ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ต่อหน้านักเลือกตั้งทุกรุ่นและสาธารณชน ในงานระดมทุนพรรค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 ในวันงาน “นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค” ประกาศพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่เรือนตาย...โคราช, ภาคอีสาน, ภาคตะวันออก, ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมใช้ยุทธศาสตร์ "รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย" เป็นเครื่องมือยุติความขัดแย้งในสังคม

 หวังใช้จุดขายไม่เลือกข้าง เป็นตัวแปร-เข้าขั้วรัฐบาล

 งานนี้ “คีย์แมนชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” จึงได้เปิดตัว คนกีฬา “บอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสชื่อดัง เรียกกระแสความสามัคคีในสังคม

 “นพ.วรรณรัตน์” เปิดกับ "สำนักข่าวเนชั่น" ว่า ยุทธศาสตร์รับสมาชิกใหม่มาเป็นส.ส.จากพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สะสมกำลังก่อนพิชิตเก้าอี้รัฐมนตรี แม้ตอนนี้กะเกณฑ์จำนวนผู้แทนในนามพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ “9 เสียง” อย่างแน่นอน

 กำลังหลักที่คีย์แมนชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินประเมินอยู่ที่ประชาชนในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะโคราช ประชาชนเทิดทูนตัวบุคคล-พรรคการเมืองที่ทำงานให้เขาได้จริงๆ และชัดเจนที่จะออกมาใช้สิทธิ์แบบเลือกข้าง ไม่แทงกั๊ก

 ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ-จังหวัดที่พลังเงียบแอบแฝง “ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ประเมินว่า กลุ่มเหล่านี้ ครึ่งหนึ่งเป็นสายเยาวชนที่เพิ่งมีสิทธิ์รับเลือกตั้ง ดังนั้นการดึงนักกีฬาขวัญใจอย่าง “เจ้าบอล ภราดร-น้องวิว เยาวภา บูรพลชัย” และอีกส่วนหนึ่งเป็นเหล่าไฮโซ ที่ไม่ค่อยสนใจการเมือง จึงดึง “น้องฟ้า" นาตาลี เกลโบวา อดีตภรรยา เจ้าบอล มาเป็นพลังดูด

 ดังนั้นหนทางเดียวที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาล ต้องสะสมกำลังคน...ให้พอเหมาะที่จะมีกำลังสร้างโอกาสเข้าร่วมรัฐบาล-ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีได้ แต่ความหวังของพรรคจะเป็นไปได้มากน้อย...ขึ้นอยู่กับประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

 “รักษ์สันติ” : หวังปาร์ตี้ลิสต์บวกสัมพันธ์ลึกทหาร

 แม้จะเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ แต่มิอาจมองข้าม “รักษ์สันติ” ไปได้ง่ายๆ ด้วยยี่ห้อ “ไม้บรรทัด” อย่าง “ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์” ผู้ก่อตั้งพรรค ยังขายดีเสมอในตลาดการเมือง

 โดยเฉพาะในช่วงที่บ้านเมืองกำลังจัดระบบ เกิดความขัดแย้งแบ่งฝักฝ่ายเช่นทุกวันนี้ การมีภาพลักษณ์ที่ดำรงไปด้วยความซื่อสัตย์ อีกทั้งประกาศตัวเป็น “ทางเลือกที่สาม” น่าจะทำให้ “รักษ์สันติ” มี “แรงบวก”

 โดยนโยบายจะเน้นเรื่องทำผังประเทศใหม่เพื่อรับมือกับภัยพิบัติ ส่วนใดที่ยังทำไม่ได้ก็จะมีมาตรการเพื่อควบคุมไม่ให้มากขึ้นกว่าเดิม พร้อมไปกับการจัด “โซนนิ่งการเกษตร” ทั้งการวางแผนปลูกพืชที่เหมาะสม การหามาตรการที่จะไม่ให้มีการรุกล้ำพื้นที่การเกษตรให้มากขึ้นกว่าเดิม

 ขณะที่นโยบายในด้านการศึกษา สาธารณสุข หวังจะใช้เป็น “จุดแข็ง” โดยเฉพาะนโยบายในเชิงสังคมที่งานนี้ “มือปราบสายเดี่ยว” ขอการันตีเอง แต่พื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ที่หวังจะเจาะทำแต้ม “แน่น” ไปด้วย ส.ส.เก่า จากค่ายใหญ่

 “รักษ์สันติ” จึงหมายมั่นในระบบบัญชีรายชื่อ หวังกระแสพรรคใหม่น่าจะได้ ส.ส.ในระดับ 4-5 ที่นั่ง ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
 คงต้องจับตาวันเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้งหมดอีกครั้ง จะมี “ไพ่เด็ด” อะไรที่จะทำให้ป้ายของ "พรรครักษ์สันติ" ถูกติดตั้งในรัฐสภา


ทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น