ข่าว

ทร.ฟื้น"แผนป้องกันประเทศ"

ทร.ฟื้น"แผนป้องกันประเทศ"

25 เม.ย. 2554

กองทัพเรือ (ทร.) ได้ปฏิบัติการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554 เพื่อบูรณาการการฝึกของหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือ โดยนำสาขาการปฏิบัติการต่างๆ ทั้งในส่วนกำลังรบ และการปฏิบัติ การสนับสนุนของกรมในส่วนบัญชาการ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา

 พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554

 พล.ร.อ.นิพนธ์ระบุว่า การฝึกในปีนี้จะเน้นไปที่การทดสอบ "แผนเผชิญเหตุ" ที่ ทร.ได้อนุมัติไว้แล้ว รวมทั้งทดสอบขีดความสามารถของหน่วยต่างๆ ที่จัดกำลังไว้รองรับสถานการณ์อันจะเกิดได้ในปัจจุบัน หรือการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุได้ รวมไปถึงการทดสอบระบบการควบคุมระบบการบังคับบัญชาของกองทัพเรือ การสั่งการอำนวยการด้านการส่งกำลังบำรุงตามสถานการณ์ในการฝึก

 พล.ร.อ.นิพนธ์ย้ำว่า การฝึกครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมการฝึกทุกคน "ฝึกให้เหมือนจริง และปฏิบัติให้เหมือนฝึก" เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยทั้งการควบคุมบังคับบัญชา ระบบสื่อสาร การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นใจ และมีความพร้อมเผชิญเหตุ

 สำหรับการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์-29 เมษายน 2554 โดยแบ่งการฝึกเป็น 2 ส่วน คือ

 1.การฝึกปัญหาที่บังคับการ ทำการฝึกระหว่างวันที่ 1-18 มีนาคม 2.การฝึกภาคสนามทางทะเล ทำการฝึกระหว่างวันที่ 21-28 เมษายน ทั้งนี้ การฝึกภาคสนามทางทะเลนั้น มีหัวข้อการฝึกที่สำคัญ คือ

 -การฝึกต่อต้านการก่อการร้ายบริเวณแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ของบริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง จัดกำลังที่เข้าร่วมฝึก ได้แก่ เรือหลวงกันตัง เรือ ต.11 เครื่องบินลำเลียง แบบ เอฟ 27 เอ็มเค 400 (ฟอกเกอร์) เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล แบบ ดีโอ 228 (ดอร์เนีย) เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ เอส 76 บี ชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ และชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน

 -การฝึกคุ้มกัน และปราบปรามโจรสลัด ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณอ่าวไทยตอนบน จัดกำลังที่เข้าร่วมฝึก ได้แก่ เรือฟริเกต 2 ลำ เรือหลวงสิมิลัน เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ เบลล์ 212 และชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ การฝึกยุทธวิธีทางบก ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณสนามฝึกยิงอาวุธกองทัพเรือ บ้านจันทเขลมและบ้านพังงอน กิ่ง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี จัดกำลังที่เข้าร่วมการฝึกจากกรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

 -การฝึกสาขาปฏิบัติการทางเรือ มีการฝึกการควบคุมทะเลการรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล การปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง กับกำลังทางเรือ การปฏิบัติการตามลำน้ำ การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกป้องกันพื้นที่ทัพเรือภาค การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี การฝึกยิงปืนรักษาฝั่ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ใช้พื้นที่ฝึกทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

 พล.ร.อ.นิพนธ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ผบ.ทร.มุ่งเน้นเกี่ยวกับปฏิบัติการ "การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง" (Network Centric Warfare) ผ่านมาระบบควบคุมสั่งการ (Command Control Communication Intelligence) หรือ C3I

 ผู้อำนวยการการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554 กล่าวว่า การฝึกในปีนี้มีความตั้งใจให้กำลังพลทุกคนมีประสบการณ์ในการฝึก โดยรวบรวมกำลังพลทางเรือได้มากกว่าทุกปีทำให้มีความพร้อมในการฝึกมากกว่าที่ผ่านมา โดยได้นำ "แผนป้องกันประเทศ" มาใช้ฝึกด้วย

 นอกจากนี้ ยังมีการ "ฝึกชายแดนทางบก" ด้วย โดยกำลังพลของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งมีการฝึกยิงปืนจากกระสุนจริง และหน่วยต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งมีการฝึกยิงปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร ที่ฐานทัพเรือพังงา

 ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวเหมือนเป็นการป้องกันประเทศเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และยังไม่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากยังขาด "เรือดำน้ำ" อยู่

 “การป้องกันประเทศจะต้องดูรอบบ้านของเรา เหมือนกับมวย ถ้าเป็นมวยหมัดหนักก็ถือว่าได้เปรียบ การเจรจาก็จะได้เปรียบขึ้น ส่วนโครงการซื้อเรือดำน้ำจากกองทัพเรือเยอรมนี 6 ลำ งบประมาณ 7,600 ล้านบาท จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหมเพื่อขอแจ้งเป็นวาระเพื่อทราบ ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยด้านงบประมาณแล้วมีโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะได้ เพราะเป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กที่สามารถปฏิบัติการในอ่าวไทยได้ดี ในวงงบประมาณที่เราสามารถจัดซื้อได้” รอง ผบ.ทร.ย้ำถึงความจำเป็นของเรือดำน้ำ

 พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เข้าร่วมในการฝึกด้วยระบุว่า การซ้อมรบครั้งนี้เป็นการริเริ่มระบบการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (network centricearfare) ในการบัญชาการรบให้สมบูรณ์แบบที่สุด

 "เพื่อให้ 3 เหล่าทัพปฏิบัติร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถมองเห็นภาพการรบเป็นภาพเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในปฏิบัติการร่วมเพื่อรักษาแผ่นดินไทย รักษาผลประโยชน์ทางทะเล การปฏิบัติงานครั้งนี้จะนำไปศึกษาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตให้เหมาะสมกับการจัดกองทัพสมัยใหม่ต่อไป" ผบ.ทหารสูงสุด ย้ำถึงความสำคัญของการฝึกในครั้งนี้

ทีมข่าวความมั่นคง