
ทร.ฟื้น"แผนป้องกันประเทศ"
กองทัพเรือ (ทร.) ได้ปฏิบัติการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554 เพื่อบูรณาการการฝึกของหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือ โดยนำสาขาการปฏิบัติการต่างๆ ทั้งในส่วนกำลังรบ และการปฏิบัติ การสนับสนุนของกรมในส่วนบัญชาการ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554
พล.ร.อ.นิพนธ์ระบุว่า การฝึกในปีนี้จะเน้นไปที่การทดสอบ "แผนเผชิญเหตุ" ที่ ทร.ได้อนุมัติไว้แล้ว รวมทั้งทดสอบขีดความสามารถของหน่วยต่างๆ ที่จัดกำลังไว้รองรับสถานการณ์อันจะเกิดได้ในปัจจุบัน หรือการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุได้ รวมไปถึงการทดสอบระบบการควบคุมระบบการบังคับบัญชาของกองทัพเรือ การสั่งการอำนวยการด้านการส่งกำลังบำรุงตามสถานการณ์ในการฝึก
พล.ร.อ.นิพนธ์ย้ำว่า การฝึกครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมการฝึกทุกคน "ฝึกให้เหมือนจริง และปฏิบัติให้เหมือนฝึก" เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยทั้งการควบคุมบังคับบัญชา ระบบสื่อสาร การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นใจ และมีความพร้อมเผชิญเหตุ
สำหรับการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์-29 เมษายน 2554 โดยแบ่งการฝึกเป็น 2 ส่วน คือ
1.การฝึกปัญหาที่บังคับการ ทำการฝึกระหว่างวันที่ 1-18 มีนาคม 2.การฝึกภาคสนามทางทะเล ทำการฝึกระหว่างวันที่ 21-28 เมษายน ทั้งนี้ การฝึกภาคสนามทางทะเลนั้น มีหัวข้อการฝึกที่สำคัญ คือ
-การฝึกต่อต้านการก่อการร้ายบริเวณแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ของบริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง จัดกำลังที่เข้าร่วมฝึก ได้แก่ เรือหลวงกันตัง เรือ ต.11 เครื่องบินลำเลียง แบบ เอฟ 27 เอ็มเค 400 (ฟอกเกอร์) เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล แบบ ดีโอ 228 (ดอร์เนีย) เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ เอส 76 บี ชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ และชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน
-การฝึกคุ้มกัน และปราบปรามโจรสลัด ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณอ่าวไทยตอนบน จัดกำลังที่เข้าร่วมฝึก ได้แก่ เรือฟริเกต 2 ลำ เรือหลวงสิมิลัน เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ เบลล์ 212 และชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ การฝึกยุทธวิธีทางบก ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณสนามฝึกยิงอาวุธกองทัพเรือ บ้านจันทเขลมและบ้านพังงอน กิ่ง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี จัดกำลังที่เข้าร่วมการฝึกจากกรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
-การฝึกสาขาปฏิบัติการทางเรือ มีการฝึกการควบคุมทะเลการรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล การปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง กับกำลังทางเรือ การปฏิบัติการตามลำน้ำ การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกป้องกันพื้นที่ทัพเรือภาค การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี การฝึกยิงปืนรักษาฝั่ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ใช้พื้นที่ฝึกทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
พล.ร.อ.นิพนธ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ผบ.ทร.มุ่งเน้นเกี่ยวกับปฏิบัติการ "การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง" (Network Centric Warfare) ผ่านมาระบบควบคุมสั่งการ (Command Control Communication Intelligence) หรือ C3I
ผู้อำนวยการการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2554 กล่าวว่า การฝึกในปีนี้มีความตั้งใจให้กำลังพลทุกคนมีประสบการณ์ในการฝึก โดยรวบรวมกำลังพลทางเรือได้มากกว่าทุกปีทำให้มีความพร้อมในการฝึกมากกว่าที่ผ่านมา โดยได้นำ "แผนป้องกันประเทศ" มาใช้ฝึกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการ "ฝึกชายแดนทางบก" ด้วย โดยกำลังพลของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งมีการฝึกยิงปืนจากกระสุนจริง และหน่วยต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งมีการฝึกยิงปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร ที่ฐานทัพเรือพังงา
ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวเหมือนเป็นการป้องกันประเทศเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และยังไม่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากยังขาด "เรือดำน้ำ" อยู่
“การป้องกันประเทศจะต้องดูรอบบ้านของเรา เหมือนกับมวย ถ้าเป็นมวยหมัดหนักก็ถือว่าได้เปรียบ การเจรจาก็จะได้เปรียบขึ้น ส่วนโครงการซื้อเรือดำน้ำจากกองทัพเรือเยอรมนี 6 ลำ งบประมาณ 7,600 ล้านบาท จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหมเพื่อขอแจ้งเป็นวาระเพื่อทราบ ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยด้านงบประมาณแล้วมีโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะได้ เพราะเป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กที่สามารถปฏิบัติการในอ่าวไทยได้ดี ในวงงบประมาณที่เราสามารถจัดซื้อได้” รอง ผบ.ทร.ย้ำถึงความจำเป็นของเรือดำน้ำ
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เข้าร่วมในการฝึกด้วยระบุว่า การซ้อมรบครั้งนี้เป็นการริเริ่มระบบการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (network centricearfare) ในการบัญชาการรบให้สมบูรณ์แบบที่สุด
"เพื่อให้ 3 เหล่าทัพปฏิบัติร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถมองเห็นภาพการรบเป็นภาพเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในปฏิบัติการร่วมเพื่อรักษาแผ่นดินไทย รักษาผลประโยชน์ทางทะเล การปฏิบัติงานครั้งนี้จะนำไปศึกษาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตให้เหมาะสมกับการจัดกองทัพสมัยใหม่ต่อไป" ผบ.ทหารสูงสุด ย้ำถึงความสำคัญของการฝึกในครั้งนี้
ทีมข่าวความมั่นคง



