
พาณิชย์ยูนนานบุกเจรจาโลจิสติกส์-ผลไม้
กระทรวงพาณิชย์ยูนนาน ยกทัพบุกภาคเหนือ เปิดโต๊ะเจรจาจับคู่ธุรกิจด้านโลจิสติกส์-ผลไม้ กงสุลใหญ่จีนฯ ประจำเชียงใหม่ เผยมูลค่าการค้าจีน-ไทยปี 53 สูงกว่า 52,950 ล้านเหรียญสหรัฐ ชี้เส้นทางอาร์ 3 เอ ช่วยพัฒนาการค้าจีนกับภาคเหนือของไทย แต่ยังติดอุปสรรคเส้นทางในส
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 เมษายน ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน จ.เชียงใหม่ มีการประชุมระหว่างภาคเอกชนภาคเหนือกับคณะอธิบดีกรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน และจับคู่ทางธุรกิจ ( Business Matching ) ในธุรกิจโลจิสติกส์และผลไม้ โดยมีนายวรการ ยกยิ่ง รองผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ ดร.จู้ เหวย หมิ่น กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ นายฉง ฉิง หัว ประธานกระทรวงพาณิชย์ยูนนาน นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 นักธุรกิจจากมณฑลยูนนาน และนักธุรกิจในภาคเหนือเข้าร่วมกว่า 100 คน โดยการจับคู่ธุรกิจมีการเซ็นสัญญาความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจไทย-จีน ร่วมมูลค่าการลงทุนร่วมกันกว่า 400 - 500 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายวรการ ยกยิ่ง รองผู้ว่ารราชการจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จ.เชียงใหม่และมณฑลยูนนานของ สาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมายาวนานในหลายๆมิติ ที่ผ่านมาจ.เชียงใหม่ได้ลงนามสถาปนายความสัมพันธ์เป็นบ้านพี่เมืองน้องกับหลายเมืองของจีน เช่น มหานครเซียงไฮ้ นครเมืองฉงชิ่ง และเมืองชิงเตา รวมทั้งเมืองเฉินตู และเขตปกครองตนเองชนชาติไต สิบสองปันนาน มณฑลยูนนาน ซึ่งนไปสู่ความร่วมมมือด้านการค้า การลงทุน ฯลฯ
ด้านนายจู้ เหวย หมิ่น กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ กล่าวว่า จีนและไทยมีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี เชื้อชาติ ตั้งแต่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 35 ปีแล้ว ทั้งสองประเทศปรพสบผลสำเร็จอย่างมากในทุกด้าน ทั้งการเมือง การค้า เศรษฐกิจ การทหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวัฒนธรรม ดังคำกล่าวที่ว่า"ไทย-จีนพี่น้องกัน
ส่วนยอดการค้าระหว่างทั้สองประเทศเมื่อ 35 ปีก่อนมีเพียง 24.62 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในปี 2553 ยอดการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 52,950 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 เท่าตัว โดยปี 2553 จีนส่งออกมาไทยมีมูลค่า 19,750 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากไทยเป็นมูลค่า 33,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จีนเสียดุลการค้าไทยเป็นมูลค่า 13,450 ล้านเหรียญสหรัฐ
กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนฯ กล่าวอีกว่า ตามสถิติของกระทรวงพาณิชย์จีน ในปี 2553 นักลงทุนไทยได้เข้าไปลงทุนในจีนเป็นมูลค่า 51.34 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนนักลงทุนจีนที่มาลงทุนในไทย มีมูลค่าการลงทุน 10,698 ล้านบาท หรือคิดเป็น 350 ล้านเหรียญสหรัฐ จัดอยู่ในแนดับ 5 ของแห่งทุนต่างชาติที่มาลงทุนในไทย ส่วน 2 เดือนแรกของปี 2554 ยอดการค้าจีน-ไทย มีมูลค่า 8,1000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน คาดว่าการค้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20%
สำหรับการเปิดใช้เส้นทางอาร์ 3 เอ เชื่อมจีน-ลาว-ไทย ตั้งแต่ปี 2549 เป็นเส้นทางใหม่สำหรับความร่วมมือระหว่างจีน-ไทย ปัจจุบันเส้นทางนี้ยังไม่ดีพอโดยเฉพาะในสปป.ลาว หลังเคยเดินทางสำรวจเส้นทางกับข้าราชการระดับสูงของจ.เชียงใหม่เมื่อเร็วนี้ เส้นทางใน สปป.ลาวมีระยะทางแค่ 180 กม.แต่ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสรวม 5 ชม. จึงเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ เพื่อแก้ไขสภาพถนนอาร์ 3 เอใน สปป.ลาว รวมทั้งปรับเปลี่ยนบรรยากาศการค้าระหว่าง 3 ประเทศให้ดียิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้การค้าในอนาคต
นายฉง ฉิง หัว ประธานกระทรวงพาณิชย์ยูนนาน กล่าวว่า ยูนนานและไทยมีชายแดนห่างกัน 200 กม. ในปี 2549 การเปิดเส้นทางอาร์ 3 เอ คุนหมิง-กรุงเทพฯ เสมือนเป็นสะพานเชื่อมการค้าระหว่างจีน-ไทย ในปี 2553 ปริมาณการค้าระหว่างยูนนาน-ไทยมีมูลค่าสูงถึง 4,210 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 65.9% เทียบกับปีก่อน โดยเป็นสินค้าส่งออกถึง 331 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 63.3% และเป็นสินค้านำเข้า 90.40 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเปผ็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 75.9% สินค้าส่งออกจากยูนนาน เช่น สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์เคมีฟอสฟอรัส ส่วนสินค้านำเข้า เช่น ยางพารา ดอกไม้ แร่ดีบุก และแร่ธาตุอื่นๆ
ส่วน 3 เดือนแรกของปี 2554 ปริมาณการค้าเท่ากับ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.5 เท่าตัว เติบโตอยู่ในลำดับที่ 2 ในกลุ่มคู่ค้า 10 กลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะภาคเหนือของไทยมีบทบาทสำคัยอย่างยิ่งในการ่วมมือทางการค้ากับจีน ซึ่งปี 2553 ที่ผ่านมา ด่านบ่อหานของจีนมีปริมาณการนำเข้าและส่งออกรวม 570 ล้านเหรียญสหรัฐ การค้าระหว่างยูนนาน-ไทยเพิ่มขึ้น 59.3% เส้นทางอาร์ 3 เอ จึงเป็นเส้นทางการขนส่งที่สำคัญระหว่างจีนและไทยมาก
"แม้การค้าจีน-ไทยในปี 2553 มีมูลค่าถึง 45,700 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปริมาณการค้ายูนนาน-ไทยมีสัดส่วนไม่ถึง1ๅ๔ ความร่วมมือระหว่างยูนนานและไทยภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีนยังไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ทั้งสองประเทศจึงต้องแสวงหาความร่วมมือกันมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้รัฐบาลยูนนานนำผู้ประกอบการด้านเหมืองแร่ เกษตร โลจิสติกส์ และอื่นๆรวมกว่า 50 บริษัท มาแลกเปลี่ยนข้อคิดและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการของไทยในภาคเหนือ"ประธานกระทรวงพาณิชย์ยูนนาน กล่าว
นอกจากนี้มีการลงนามความร่วมมือในการดำเนินการค้าระหว่างสองประเทศโดยอาศัยระเบียบข้อบังคับการตรวจสอบและกักกันโรคพืชและผลไม้ในการนำเข้าและส่งอกของเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ โดยกระทรวงพาณิชย์ยูนนานได้เสนอแนวทางการดำเนินงาน ประการแรก ขอให้กระชับความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อลงนามการส่งเสริมและคุ้มครอง"ในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าข้ามแดนในเขตอุนภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประการที่สอง ส่งเสริมความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมพิเศษ ประการที่สาม ผลักดันการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการอำนวยความสะดวก โดยเน้นส่งเสริมการเจรจาการค้า การไฟฟ้า และศุลกากรเป็นหลัก ประการที่สี่ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโดยการจัดนิทรรศการ ฯลฯ



