
โฆษกกห.ยันทหารไทยไม่ได้ยิงก่อน
"โฆษกกห."ยันไทยยึดหลักสหประชาชาติรักษาอธิปไตยแนวชายแดนไทย ยันทหารไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน ด้าน"สรรเสริญ" แจงไทยยอมให้เกิดปัญหาตอนนี้ ดีกว่าให้ปราสาทตาควายถูก"เขมร"ยึด เหมือนกรณีเขาพระวิหารที่ผ่านมา ลั่นฝ่ายไทยไม่เคยใช้อาวุธเคมีถล่มฝ่ายตรงกันข้าม แถม
(24เม.ย.) ที่สถานนีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจง " ข้อเท็จจริง เหตุการณ์ปะทะระหว่าง"ไทย-กัมพูชา" ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ตนขอชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา รวมทั้งแนวทางการปฎิบัติที่ถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงกลาโหม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีกรอบนโนยบายที่ชัดเจน เกี่ยวกับนโยบายในการปฎิบัติในเรื่องดังกล่าวนี้ โดยการรักษากฎบัตรขององค?การสหประชาชาติในการดูแลรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ในการดูแลรักษาอธิปไตยไม่ให้ใครมาย่ำยีได้ จากการรักษากรอบกฎหมายของเรา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น กระทรวงกลาโหมขอยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นริเริ่ม หรือเข้าไปโจมตีก่อนแต่อย่าางใด แต่เราเป็นฝ่ายตอบโต้ และสิ่งที่เราตอบโต้ไปนั้นก็เป็นการตอบโต้ไปเท่าที่จำเป็น โดยไม่ได้มุ่งหวังไปยังพื้นที่ของพลเรือนแต่อย่างใด ส่วนที่มีหลายฝ่ายได้ให้ข้อคิดเห็น รวมทั้งมีการกล่าวอ้างว่ามีการใช้กำลังทางอากาศ ตนยื่นยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด ส่วนข้อเท็จจริงนั้น คือ เราได้ใช้อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ เพื่อขนย้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การปะทะที่เกิดขึ้นเท่านั้น
" ข้อเท็จจริง และสิ่งที่เราได้ยึดมั่นเป็นหลักสำคัญ คือ หลัดสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย " โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยงานหลักในการป้องกันอธิปไตยบริเวณตามแนวชายแดนที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกับฝ่ายกัมพูชานั้น ซึ่งตนมีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงใน 3 สาเหตุหลักสำคัญ คือ 1. เหตุการณ์ปะทะได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา 2. รายละเอียดการปฎิบัติ และ 3. หลักการปฎิบัติในอนาคต โดยตามหลักของการปะทะเรามีข้อตกกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ปราสาทตาควาย เพราะเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีความชัดเจนของหลักเขตแดน ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวได้มีข้อตกลงของทหารทั้งสองฝ่ายว่าให้บริเวณปราสาทตาควายเป็นพื้นที่โนแมนสแลนด์ หรือที่เรียกว่าเขตปลอดทหาร ซึ่งจะไม่มีทหารของทั้งสอฝ่ายขึ้นไปยึด หรือไปดัดแปลงเป็นฐานที่มั่น รวมทั้งห้ามนำเอาอาวุธเข้าไป ซึ่งหากจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะขึ้นไปจะต้องมีการประสานกันอย่างใกล้ชิด และจะต้องเข้าไปพร้อมๆกัน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงเหตุการปะทะกัน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราทั้งสองฝ่ายต่างยึดกฎกติกาตรงนี้มาโดยตลอด และที่ผ่านมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ปรากฎว่ามีทหารกัมพูชาได้ขึ้นไปดัดแปลงที่มั่นแข็งแรงบริเวณปราสาทตาควาย ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารของฝ่ายเราที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้เข้าไปแจ้งเตือน แต่ปรากฎว่าทางฝ่ายทหารกัมพูชายิงกลับมา ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มของเหตุการณ์ปะทะ ตรงนี้ทำให้ฝ่ายเรามีความจำเป็นที่จะต้องตอบโต้กลับไป โดยการตอบโต้ในเบื้องต้นเราได้ตอบโต้ด้วยกระสุนปืนเล็ก จนมีการพัฒนาเป็นกระสุนปืนใหญ่
"ขอยืนยันว่าโดยระหว่างที่มีการปะทะกันผู้บังคับบัญชาทหารของเราทุกระดับหน่วยในพื้นที่ ได้พยายามติดต่อประสานงานกับผู้บัญชาการทหารฝ่ายกัมพูชา เพื่อขอให้มีการหยุดยิง แม้กระทั่งรายงานล่าสุดในวันนี้ เราได้รับทราบมาว่าทางฝ่ายทหารกัมพูชาได้พยายามรวบรวมกำลัง โดยได้โยกย้ายกำลังหน่วยรถถังจากพื้นที่เขาพระวิหาร ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่มีการปะทะใน 2 - 3 วันที่ผ่านมา มาใช้ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ใช้กำลังที่จะพยายามยึดปราสาทตาควายให้ได้ แต่กองกำลังฝ่ายไทยได้ควบคุมพื้นที่เอาไว้ได้แล้ว นอกจากนี้ทางฝ่ายทหารกัมพูชาได้พยายามจะแจ้ง และประสานว่าพื้นที่อื่นจะมีการปะทะกันก็ไม่เป็นไร แต่ว่าขอพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารอย่าให้มีการปะทะกันเลย วิธีลักษณะนี้คล้ายๆกับทางฝ่ายกัมพูชามีความต้องการจะดึง หรือโยกกำลังจากปราสาทเขาพระวิหารมาที่ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย นอกจากนี้ได้พยายามเอาราษฎร โดยผู้หญิง และเด็กเข้าไปไว้ในพื้นที่ที่มีการวางกำลังที่บริเวณเขาพระวิหาร เพื่อที่เวลามีอะไรเกิดขึ้นก็นะใช้กล่าวอ้าง ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนฝ่ายกัมพูชาต้องการยั่วยุให้เกิดการปะทะกันตามแนวชายแดน " พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 ตนยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ยึดมั่นในบันทึกข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชาที่มีมาโดยตลอด ไว่าจะเป็นข้อตกลงระดับประเทศ หรือข้อตกลงพันธะสัญญาต่างๆ ตลอดมา นอกจากนี้ผบ.ทบ.ได้ยึดมั่นในหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ 1. เราจะไม่เป็นฝ่ายริเริ่มก่อน 2. ตอบโต้เท่าที่จำเป็น 3. จำกัดพื้นที่ปะทะในอยู่ในพื้นที่ เพื่อไม่ประชาชนได้รับผลกระทบไปมากกว่าที่เป็นอยู่ และ4. เป้าหมายการตอบโต้ เราจะตอบโต้เฉพาะพื้นที่ทางการทหารเท่านั้น โดยจะใช้ปืนเล็ก ปืนเล็กกล ปืนใหญ่ ไม่มีการใช้กระสุนที่เป็นแก๊สพิษ หรือบินเข้าไปรุกล้ำตาที่เป็นข่าว และประเด็นสุดท้าย คือ รัฐบาลได้ให้เสรีในการปฎิบัติกับกองทัพในการใช้กำลังในการป้องกันอธิปไตยอย่างเต็มที่ โดยไม่มีขีดจำกัด แต่ทั้งนี้การปฎิบัติทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงที่ไทยมีกับกัมพูชา อย่างไรก็ตามเหตุการปะทะที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียของชีวิตเจ้าหน้าทหารไม่มากน้อยไปกว่ากัน ซึ่งฝ่ายไทยมีทหารเสียไปจำนวน 4 นาย ซึ่งทางกองทัพไทยถือว่าทหารเราที่เสียชีวิตไปได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ และทางกองทัพจะเข้าดูแลครอบครัวของทหารที่สูญเสียชีวิตไปอย่างเต็มที่ รวมทั้งขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวทหารที่เสียชีวิตทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา
"การสูญเสียชีวิตที่เกิะขึ้นเราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากฝ่ายกัมพูชาได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นขึ้นก่อน เพราะหากฝ่ายเราไม่เข้าไปแจ้งเตือนก่อนเหตุการณ์ปะทะ ก็จะทำให้ฝ่ายทางกัมพูชาเข้าไปยึดคุมพื้นที่เหมือนเขาพระวิหาร ดังนั้นการเกิดปัญหาในวันนี้ดีกว่าที่จะทำให้ปัญหานี้บานปลายลุกลาม กลายเป็นปัญหาเรื้อรังไปในอนาคตข้างหน้า " โฆษกกองทัพบก กล่าว และว่า ส่วนที่มีข่าวออกมาระบุว่ากองกำลังทหารฝ่ายไทยขาดแคลนเสบียงอาหารนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อาหารการกินมีครบถ้วนบริบูรณ์ และไม่มีขาดแคลนตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด ส่วนขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายเรามีความพร้อม และมีกำลังใจที่ดี ดังนั้นตนจึงขอยืนยันให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่าทหารไทยทุกใายมีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่



