
สั่งปิดด่านช่องสะงำด่วนหลังทหารปะทะอีก
หน่วยความมั่นคงศรีษะเกษส่งปิดด่านช่องสะงำ หลังให้เปิดตลาดค้าขายเพียง 5 ชั่วโมง หวั่นสถานการณ์ปะทะบานปลาย ประชาชนจะได้รับอันตราย หลังมีเหตุยิงปะทะกันอีก
จากเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลเกิดความสูญเสียชีวิตของหทหารทั้งสองฝ่าย ทางหน่วยความมั่นคงจังหวัดศรีษะเกษ จึงมีคำสั่งปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ภายหลังได้ประเมินสถานการณ์ของหน่วยความมั่นคงเห็นว่าเหตุการณ์ความรุนแรงด้านการปะทะไม่รุนแรงและไม่ขยายวงกว้าง จึงมีคำสั่งให้มีการเปิดจุดผ่านแดนช่องสะงำ
ทำให้ช่วงเช้าวันที่ 24 เมย. มีประชาชนชาวกัมพูชากว่า 100 คน มายืนออนำรถเข็น บรรทุกผลผลิตทางการเกษตรมาขาย บางคนนำรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซด์ รถเก๋งส่วนบุคคล ข้ามพรมแดน ไปค้าขายสินค้า และไปซื้อสินค้าสำหรับการอุปโภคบริโภค จากการปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ส่งผลกรทบต่อเศรษฐกิจด้านการค้าการท่องเที่ยว วันละกว่า 10 ล้านบาท
บรรยากาศที่ตลาดฝั่งเขมร มีเจ้าหน้าที่ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านศุลการกร ด่านจรอกเจือม อำเภออัลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย เข้ามาปฏิบัติงานตามปกติ สำหรับประชาชนฝั่งตลาดกัมพูชาที่อยู่ตรงข้ามจุดพรมแดนฝั่งไทย เดินเข้ามาเลือกซื้อหาสินค้าเป็นจำนวนมาก
นายคูณ คงตางาม อายุ 55 ปี พ่อค้าขายของชำตลาดสะงำ กล่าวว่า การปิดจุดผ่านแดนช่องสะงำที่ผ่ามานนั้น เวลาประมาณ3วัน จากผลการปะทะของทหารไทยกับกัมพูชาด้านจังหวัดสุรินทร์ ทางการได้สั่งปิดพรมแดนสะงำทันที ส่งผลกระทบต่อด้านการค้าการท่องเที่ยว วันละ 10 ล้านบาท วันนี้นับเป็นเรื่องที่ดีที่ทางการได้มีให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรตามปกติ ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนคนกัมพูชายืนรอออการเปิดพรมแดน เพื่อเตรียมข้ามพรมแดน หลังการเปิดประตูด่านคนกัมพูชาเฮเข้าตลาดฝั่งไทยทันที
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าฝั่งไทย มาค้าขายไม่มากนักไม่ถึง 10 ร้าน จึงฝากให้รัฐบาลควรมีการเจรจากันในระดับทวิภาคีทั้ง2 ชาติ เพื่อประโยชน์ต่อด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว สร้างสันติภาพสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจของ 2 ชาติ
นางอรวรรณ บุญสร้าง นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ หัวหน้าด่านพรมแดนช่องสะงำ ด่านศุลการกร กล่าวว่า วันเปิดด่านถาวรช่องสะงำเป็นวันแรกเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. มีประชาชนคนกัมพูชาข้ามพรมแดนประมาณ 100 คน เชื่อว่าเป็นการเปิดจุดผ่านแดนตามปกติ เพราะเหตุการณ์การปะทะเริ่มคลี่คลายแล้ว
สั่งปิดด่านช่องสะงำด่วนหลังทหารปะทะอีก
เมื่อเวลา14.00น. หน่วยความมั่นคง จ. ศรีษะเกษ ได้มีคำสั่งให้ปิดพรมแดนที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ทันที หลังจากมีรายงานว่าเกิดการปะทะของทหารทั้งสองฝ่ายที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ อีกครั้ง ส่งผลให้จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำเงียบเหงาลงทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ผลการสั่งปิดพรมแดน ที่ตลาดการค้าตลาดไทยช่องสะงำ ส่งผลกระทบต่อการค้าขาย พ่อค้าแม่ค้าต่างรอให้เหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปรกติโดยเร็ว โดยต้องการให้ผู้นำทั้งสองประเทศเร่งเจรจายุติหยุดยิง เพื่อเกิดสันติสุขโดยเร็ว
สื่อเขมรประโคมข่าวทหารไทยเสียชีวิต13ศพ
ส่วนหนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชา ฉบับประจำวันที่ 24 เม.ย. 54 ซึ่งมีวางจำหน่ายในตลาดปอยเปต ของกัมพูชา ได้เสนอข่าวและลงภาพข่าวหน้า 1 เป็นภาพกำลังทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธครบมือ กำลังเดินทางไปเสริมที่บริเวณชายแดน จ.อุดรมีชัย ตรงข้าม จ.สุรินทร์ ของไทย ซึ่งเป็นที่สนใจของชาวกัมพูชาแห่หาซื้อมาดูและติดตามข่าวสารจนหนังสือพิมพ์กัมพูชาขายดีและหมดในเวลาไม่ถึง 3 ชม.
นอกจากนี้ น.ส.พ.รัศมีกัมพูชาฯยังได้เสนอข่าวการปะทะกันระหว่างทหารไทย-ทหารกัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย ว่าสาเหตุเกิดจากทหารไทยยกกำลังบุกเข้ามาเพื่อจะยึดปราสาทตาควาย ซึ่งอยู่ในเขตกัมพูชา และยิงทหารกัมพูชาก่อนจนทำให้เกิดการยิงปะทะกัน ซึ่งจากการประทะกันทำให้ ร.อ. ปล เรียม ผบ.ร้อย ร.(ผู้บังคับกองร้อยทหารราบ) ในสังกัด พล. น้อย ร.42 (กองพลน้อยทหารราบที่ 42 )ที่ ประจำการในพื้นที่ปราสาทตาควายเสียชีวิต และมีทหารกัมพูชาเสียชีวิตอีก 2 นาย รวม เป็น 3 นาย บาดเจ็บ 6 นาย และสื่อเขมรยังโวอีกว่าทหารกัมพูชาสามารถสังหารทหารไทยเสียชีวิตไป 13 ศพ บาดเจ็บอีก 20 คน และนายเบจ โซะคิน ผวจ.อุดรมีชัย ได้อพยพ ประชาชนกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้จุดปะทะจำนวน 413 ครอบครัว ประมาณ 1,600 คน อพยพ ออกจากที่อยู่อาศัย ไปอยู่ในจุดอพยพชั่วคราวแล้ว



