
มาร์คใช้สูตร3-1-5สนธิกำลังปราบยาบ้า
"นายกฯ" สั่งเดินหน้ายุทธการ "3-1-5" สนธิกำลังพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร เร่งรัดปราบปรามยาเสพติด เล็งพื้นที่เป้าหมายแรก"กทม.-ปริมณฑล" เผยนโยบาย 5 รั้ว พบรั้วชุมชนเป็นจุดอ่อน ด้านการบำบัดผู้เสพ ทำให้ยังกลายเป็นตลาดรองรับผู้ค้า
(24เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงรัฐบาลเปิดยุทธการ "3-1-5" สนธิกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า การดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้ลักษณะการทำงานอย่างครบวงจรภายใต้นโยบาย 5 รั้ว
ซึ่ง สามารถจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้มากขึ้น ตลอดจนแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนตามที่มีการร้องเรียน ซึ่งได้เร่งรัดเป็นการเฉพาะตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา พบว่า ยาเสพติดยังเกี่ยวโยงกับปัญหาอบายมุขอื่นๆ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน ตู้ม้า จึงยังต้องเสริมความเข้มข้นเรื่องรั้วชุมชนให้มาก ซึ่งยังเป็นรั้วที่ยังไม่เข้มแข็ง เนื่องจากแม้จะจัดการจับกุมผู้ค้าได้ แต่หากผู้เสพยังไม่ได้รับการบำบัดอย่างเข้มข้นพอ ก็จะหวนกลับไปเป็นตลาดรองรับกลุ่มผู้ค้าอยู่ ปัญหาจึงไม่จบ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในระยะนี้อีก โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมาย คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีก 5 จังหวัด ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของตลาดยาเสพติดทั้งประเทศ ภายใต้แนวคิด "ยุทธการ 3-1-5"
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงยุทธการ 3-1-5 ว่า "3" เป็นการปฏิบัติการร่วมกันของ 3 ฝ่าย คือ พลเรือน ตำรวจ ทหาร "1" คือ พื้นที่กรุงเทพ และ "5" คือ 5 จังหวัดปริมณฑล พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีโครงสร้างใหม่เพื่อปฏิบัติการเฉพาะกิจอย่างเข้มข้น โดยในกรุงเทพมหานคร สถานีตำรวจนครบาล 88 แห่ง จะมีชุดเคลื่อนที่ รวม 88 ชุด ลงเอ็กซเรย์ ตรวจสอบพื้นที่ชุมชน สถานแหล่งบันเทิงทุกวัน ส่วนพื้นที่ที่มีสถานบันเทิงมาก จะมีอีก 28 ชุดเข้าเสริมการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมี ชุดใหญ่จากกองกำกับการตำรวจนครบาลทั้ง 9 นครบาล รวม 18 ชุด และมีชุดกลางอีก 2 ชุด คือ ชุดหาข่าว และชุดเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการพิเศษ ส่วนในพื้นที่ปริมณฑลจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่มุ่งเน้นเฉพาะพื้นที่สีแดง ทั้งหมดรวมใช้กำลัง 2,114 นาย
ายชาติชาย สุทธกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ปัญหานักโทษค้ายาเสพติดและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกแก้ไขด้วยการทำให้เรือนจำมีความมั่นคงยิ่งขึ้น เริ่มจากเรือนจำประมาณ 7-8 แห่งก่อน และนำเครื่องตัดสัญญาณการใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางในการกระทำความผิด ซึ่งจะแนวทางที่เหมาะสมและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ประกาศนโยบายเร่งรัดยาเสพติดในช่วง 3 เดือนของรัฐบาล ป.ป.ส. ได้ยึดอายัดทรัพย์สินผู้กระทำผิดกว่า 500 ราย และยึดทรัพย์ได้มูลค่า 250 ล้านบาท ขณะที่การทำงานป้องปรามยาเสพติดในระยะหลังจากนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวจะมีบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งในการประชุม ป.ป.ส. วันที่ 26 เมษายนนี้ จะเสนอออกบัตรเจ้าหนักงานให้กับกำลังที่เป็นทหารหรือพลเรือนซึ่งไม่มีบัตรให้ได้นับการอนุมัติ รวมประมาณ 200 คน



