ข่าว

"เรือใบ"ไม่รอดตกรอบยูฟ่า คัพสิงห์เหนือลิ่วตัดรวมผล2นัด4-3

"เรือใบ"ไม่รอดตกรอบยูฟ่า คัพสิงห์เหนือลิ่วตัดรวมผล2นัด4-3

17 เม.ย. 2552

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ไปไม่รอดต้องกระเด็นตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า คัพ เสียแล้ว ทั้งๆ ที่เปิดบ้านเฉือนชนะ "สิงห์เหนือ" ฮัมบูร์ก ด้วยผู้เล่นในสนามเพียงแค่ 10 คน 2-1 แต่เมื่อรวมผล 2 นัดกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 4-5 ส่งผลให้เกมรอบตัดเชือกกลายเป็นศึกสายเลือดข

 ศึกฟุตบอลยูฟ่า คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดสนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "สิงห์เหนือ" ฮัมบูร์ก ทีมดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี สำหรับเกมนัดนี้เจ้าถิ่นต้องพยายามเก็บชัยชนะด้วยสกอร์ที่มีความห่างถึง 2 ลูก เพื่อลุ้นพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หลังเป็นฝ่ายบุกไปพ่ายแพ้ในเกมนัดแรก 1-3

 นัดนี้ มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือเจ้าถิ่นตัดสินใจส่ง โรบินโญ่ กองหน้าตัวเก่งที่กำลังฟอร์มตกลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ เอลาโน บูลแมร์ กองกลางตัวสำรองที่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่ มาร์ติน โยล กุนซือทีมเยือนยังคงใช้งานผู้เล่นจากเกมนัดแรกเป็นหลัก นำทัพโดย มาร์เซลล์ แยนเซน, ปิโอเตอร์ โทรชอฟสกี และ อิวิกา โอลิช 

 เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 12 นาที ฮัมบูร์ก กลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากฝีเท้าของ เปาโล เกร์เรโร แต่ทว่า แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอได้ทันควันจากการสังหารจุดโทษของ เอลาโน บูลแมร์ นาที 17 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นพยายามทำเกมรุกหวังพังประตูที่ 2 แต่กลับไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายทีมเยือนได้เสียที หมดครึ่งแรก เสมอ 1-1 

 เข้าสู่ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ จัดการซัลโวประตูขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จจากการยิงของ เฟลิเป ไซเซโด นาที 50 ส่งผลให้ "เรือใบสีฟ้า" มีความหวังในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปทันที แต่ทว่าเจ้าถิ่นกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเรื่องของตัวผู้เล่นที่ต้องเหลือเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น หลัง ริชาร์ด ดันน์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม นาที 76 หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ ต้องกระเด็นตกรอบทันที หลังรวมผล 2 นัดเป็นฝ่ายแพ้ไปแบบหวุดหวิด 3-4   

 ส่งผลให้ ฮัมบูร์ก ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปดวลแข้งกับทีมลูกหนังเพื่อนร่วมชาติอย่าง "นางนวล" แวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งเป็นคู่ปรับร่วมภาคเหนือของเมืองเบียร์ หลัง เบรเมน บุกไปเสมอ อูดิเนเซ ทีมดังแห่งศึกกัลโช่ ซีรีส์ เอ อิตาลี ถึงถิ่นฟริอูลี สเตเดี้ยม 3-3 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก กอตทาน อินแลร์ นาที 15 และ ฟาบิโอ กวายาเรลลา คนเดียว 2 เม็ด นาที 30, 38 ส่วนทีมเยือนได้ประตูจาก ดิเอโก้ คนเดียว 2 ลูก นาที 28, 60 และ เคลาดิโอ ปิซาร์โร นาที 73 แถมยังมีโอกาสเป็นฝ่ายชนะอีกด้วย แต่ทว่า ดิเอโก้ กลับสังหารลูกจุดโทษในช่วงนาที 73 พลาดเป้า จึงทำให้ ดิเอโก้ ชวดโอกาสทำ "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 ลูกในเกมนัดนี้ไปแบบน่าเสียดาย แต่ยังเพียงพอสำหรับการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป หลังรวมผล 2 นัด เบรเมน เป็นฝ่ายชนะ 6-4

 ส่วนผลที่เหลืออีก 2 คู่ ดินาโม เคียฟ ยักษ์ใหญ่จากยูเครน เปิดสนามวาเลรี โลบานอฟสกี้ ไล่ต้อนชนะ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมดังแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส 3-0 โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 3 ลูกจากฝีเท้าของ อิสมาเอล บานกูรา นาที 4, มิกกาเอล ลองโดร์ นายทวารทีมเยือนทำเข้าประตูตัวเอง นาที 16 และ ออกเยน วูโกเยวิช นาที 61 ส่งผลให้ ดินาโม เคียฟ เป็นฝ่ายเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-0 พร้อมกับตบเท้าไปเผชิญหน้ากับคู่ปรับร่วมชาติเดียวกันอย่าง ชักห์เตอร์ โดเนท์สค ที่บุกไปเฉือนชนะ "โอเอ็ม" โอลิมปิก มาร์กเซย ยักษ์ใหญ่แห่งลีกสูงสุดเมืองน้ำหอมถึงถิ่นสตาด เวโลโดรม 2-1 โดยทีมเยือนได้ทั้ง 2 ประตูจาก แฟร์นันดินโญ่ นาที 30 และ หลุยส์ อาเดรียโน นาที 90 ส่วนเจ้าถิ่นได้ประตูจาก อาเต็ม เบน อาร์ฟา นาที 42 ส่งผลให้ ชักห์เตอร์ โดเนท์สค เป็นฝ่ายเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-1

 สำหรับเกมการแข่งขันรอบรองชนะเลิศทั้ง 2 คู่ ระหว่าง ฮัมบูร์ก ที่เตรียมเปิดสนามเอโอเอล อารีนา รับการมาเยือนของ เบรเมน และ ชักห์เตอร์ โดเนท์สค ที่ต้องเปิดสนามอาร์เอสซี โอลิมปิสกี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ดินาโม เคียฟ จะลงสนามฟาดแข้งเกมนัดแรก ในคืนวันพฤหัสบดี 30 เมษายนนี้