ข่าว

  “ตรวจตัวเองหลังสงกรานต์”

“ตรวจตัวเองหลังสงกรานต์”

24 เม.ย. 2554

สงกรานต์ปีนี้จบลงแล้วด้วยความคึกคักของคนไทย รวมถึงข่าวคราวตามหนังสือพิมพ์ หรืออินเทอร์เน็ตที่โพสต์ภาพหญิงเปลือย ถอดเสื้อผ้าโจ๋งครึ่มเล่นน้ำอย่างไม่เหมาะสม

ก็คงได้แต่ดูเป็นอุทาหรณ์ครับ สำหรับปีหน้าฟ้าใหม่ อะไรที่ควรไม่ควร ก็ต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาให้เหมาะสม

 ยิ่งได้ยินว่ามีความพยายามจะทำให้งานนี้เป็นอีเวนท์ใหญ่ระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

 วัฒนธรรมไทยดีๆ ต้องเก็บไว้ การเล่นจะประยุกต์ได้ แต่ก็ต้องไม่ทำให้เสียขนบธรรมเนียมประเพณีที่บรรพบุรุษสร้างไว้ครับ 

 พอจบเทศกาล สิ่งหนึ่งที่ผมมักสังเกตเห็นก็คือ คนทั่วไปมักจะรีบเอารถเข้าตามศูนย์เพื่อทำความสะอาดขัดสีฉวีวรรณ ดูดฝุ่น ล้างห้องเครื่อง และอีกสารพัด

 พูดง่ายๆ ก็คือ หลังเที่ยวกันจนชุ่มปอด เอารถไปสมบุกสมบัน ตะลุยร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แล้วก็ต้องล้างสักหน่อย อาบน้ำประแป้ง เพื่อพร้อมลุยวันทำงานต่อไป

 บางคนถึงกับเอาเข้าศูนย์ด้วย เพื่อตรวจสภาพ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทำให้ครบเซ็ตไปเลย ให้ช่างเขาช่วยดู หากเจอว่ามีอะไรเสีย หรือขาดตกบกพร่อง จะได้ถือโอกาสซ่อมแซมไปในตัว

 ผมเห็นด้วยครับ เป็นแนวคิดที่ดี น่าเอาตาม เพราะเป็นการไม่ประมาท ดีกว่าปล่อยให้เสียหนัก และไปแก้เอาตอนหลัง จะเสียสตางค์เยอะกว่าเดิม

 เข้าข่าย “เสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย”

 ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมแถมอีกข้อหนึ่งครับ เสร็จจากตรวจสอบรถแล้ว ถึงภารกิจที่ต้องตรวจสอบตัวเองกันบ้าง

 ผมชวนให้ลองทำบัญชีรายจ่ายดูสักหน่อย เอาแบบไม่หลอกตัวเองนะครับ ทบทวนว่าสงกรานต์ที่ผ่านมาเราจ่ายอะไรไปบ้าง หมดไปกับค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าน้ำมัน ค่าโน่น ค่านี่สักเท่าไหร่
 
 ถ้าจำไม่ได้ทั้งหมดไม่เป็นไร เอาแบบคร่าวๆ ก็พอ แต่ต้องไม่หยาบมาก จนจับประเด็นไม่ได้

 เชื่อแน่ว่าเทศกาลอย่างนี้ หลายคนหมดค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย บางคนก็อาจมากกว่ารายจ่ายปกติถึงสองสามเท่าตัวก็มี

 ที่ต้องทำ ไม่ใช่เพราะจะหาเรื่องด่าว่าตัวเองว่าใช้สิ้นเปลือง เพราะผมไม่ได้ซ้ายจัดขนาดนั้น นานๆ จะเที่ยวหรือใช้สักที ก็ทำได้ เป็นสิทธิ์ที่พึงมีของแต่ละคน

 แต่การสำรวจตรวจสอบ อุปมาก็คล้ายๆ กับการเอารถเข้าศูนย์ครับ เพราะเราจะได้เช็กสภาพการเงินไปในตัว บวกลบคูณหาร ว่าเงินพร่องไปเท่าไหร่

 ถ้าใช้มากไป เดือนถัดๆ ไป ก็ใช้ให้น้อยลง เป็นการเฉลี่ยสุข เฉลี่ยทุกข์ จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะปกติ สร้างสมดุลในตัว

 ที่สำคัญ บัญชีนี้ยังทำให้รู้อีกว่าเงินส่วนนั้นเรากันมาจากส่วนที่ตระเตรียมไว้ล่วงหน้า หรือต้องทุบกระปุก เอาเงินออมเงินเก็บมาเที่ยวกัน

 ถ้าเป็นอย่างหลัง ก็จะได้ใช้ทฤษฎีบวกกลับ ใช้ไปเท่าไหร่ ก็หาเงินมาคืนเท่านั้น

 ลองดูนะครับ และไม่ใช่เฉพาะสงกรานต์นี้ เทศกาลไหนๆ ก็เอาแนวคิดแบบนี้ไปใช้ได้ ไม่ห้ามกัน เพราะยิ่งทำ ก็มีประโยชน์กับตัวเองครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]