
ผ่านสงกรานต์เขมรสาดปืนใหญ่ใส่คนไทย
การปะทะตามแนวชายแดน บริเวณปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม ในช่วงเช้าวันที่ 22 เมษายน 2554 สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสัญญาณบอกเหตุใดๆ เลย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่ปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีการจัดงาน“เยี่ยมเยือนปราสาทตาเมือน เดือนเมษา ครั้งที่ 10” ขึ้น บริเวณแห่งนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งชาวไทยและกัมพูชากว่า 2 หมื่นคนที่เข้ามาร่วมงาน ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งสองประเทศที่ต่างรอคอยได้ร่วมสนุกในงานประเพณีนี้
วันนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น คนของทั้งสองประเทศ รวมทั้งทหารที่ประจำการดูแลรักษาพื้นที่ตามแนวชายแดน ต่างก็เดินทางมาร่วมกันฉลองรดน้ำสงกรานต์ตามประเพณี พบปะกันฉันมิตรประเทศ มีเสียงหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่วันนี้บรรยากาศกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง...
งานประเพณีเยี่ยมเยือนปราสาทตาเมือน เดือนเมษายนทุกปี ครั้งล่าสุดก็มีชาวกัมพูชา มากกว่า 1 หมื่นคน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ แข่งขันชกมวยไทย-กัมพูชา คนของทั้งสองประเทศต่างนำสินค้าพื้นบ้านมาจำหน่ายและแลกเปลี่ยนกัน โดยไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด
หลังจากงานเทศกาลเยี่ยมเยือนปราสาทตาเมือน เดือนเมษา เสร็จสิ้นไปเพียง 3-4 วัน บรรยากาศในหมู่บ้านหนองจูบ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากแนวชายแดนเพียง 10 กิโลเมตร รวมถึงหลายหมู่บ้านตามแนวชายแดน เริ่มมีเหตุการณ์ผิดสังเกตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นางอริสา ปฏิตั้ง ชาวบ้านหนองจูบ หมู่ 1 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เล่าถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน ทหารฝ่ายกัมพูชาได้ลาดตระเวนเข้ามาประชิดตามแนวชายแดน แต่ไม่ยอมถอนกำลังกลับฐานที่ตั้ง ทำให้ทหารไทยได้ผลักดันให้ถอยออกไป แต่ทางฝั่งกัมพูชาไม่ปฏิบัติตาม ตั้งแต่นั้นทหารไทยจึงนำกำลังลาดตระเวนเข้าไปประชิดตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก โดยกองกำลังทหารและอาวุธพร้อมมือเข้าประชิดพื้นที่ โดยไม่มีการถอนกำลังสับเปลี่ยนเหมือนที่เคยทำ นอกจากนี้มีทหารระดับสูงเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่บ่อยครั้งจนผิดสังเกต
กระทั่งคืนวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน ทราบข่าวจากผู้นำหมู่บ้าน รวมทั้งชาวบ้านพูดคุยว่า ทหารทั้งสองฝ่ายเตรียมปะทะกัน จนเช้าวันศุกร์ที่ 22 เมษายน ก็ได้ยินเสียงปืนปะทะกันดังเข้าใกล้หมู่บ้าน
ขณะที่ นายดอก ยั่วยวนดี ผู้ใหญ่บ้านบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ต.บักได อ.พนมดงรัก ซึ่งอยู่ห่างชายแดน 6 กิโลเมตร เล่าว่า ระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สถานการณ์ในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก จากที่ชาวบ้านของทั้งสองประเทศ มาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ กลับเป็นความตึงเครียดขึ้น เมื่อมีทหารหน่วยลาดตระเวนของกัมพูชาเข้ามาประชิดตามแนวปราสาทตาควาย สัญญาณก่อนการปะทะที่สังเกตเห็นคือมีกองกำลังทหารฝ่ายกัมพูชา ถืออาวุธปืนอาก้า อาร์พีจี เข้ามาในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงห้ามพกพาอาวุธ ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน
“ไม่มีสัญญาณบอกเหตุที่ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าว่าจะมีการปะทะกันอย่างรุนแรงเกิดขึ้น เพราะสถานการณ์เป็นปกติ เงียบสงบ คิดว่าการเข้ามาประชิดตามแนวชายแดนเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามปกติที่ชาวบ้านคุ้นเคย จึงไม่ได้เตรียมการอพยพ ไปอยู่นอกหมู่บ้าน เหตุการณ์ปะทะกันเพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก” ผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้ กล่าว
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ผู้ประกอบการค้าชายแดนช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า สาเหตุการปะทะในครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากกองกำลังกัมพูชามีความพยายามที่จะเร่งตัดถนนเลียบชายแดน เส้นที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อน ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง มีการห้ามทหารไทยติดอาวุธเข้ามาวางกำลังในบริเวณปราสาทตาควาย แต่ทหารไทยยืนยันว่าปราสาทตาควายเป็นพื้นที่ของไทย พร้อมส่งสัญญาณเตือนตลอด ทันทีที่เทศกาลสงกรานต์สิ้นสุด ทหารกัมพูชาได้นำรถปืนใหญ่เข้ามาประชิดพื้นที่ พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ ทำให้วันที่ 21 เมษายน ทหารฝ่ายไทยจึงได้ยิงเตือนให้ทหารฝั่งตรงข้ามถอยออกจากพื้นที่
อีกประเด็นที่น่าสังเกตคือ การปะทะในครั้งนี้ ทหารที่เข้ามาตรึงกำลัง และนำอาวุธเข้ามาครบมือ ไม่ใช่ทหารในพื้นที่ประจำการ แต่เป็นทหารจากหน่วยรบพิเศษ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของพล.ท.ฮุน มาเนต บุตรชายของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.สส.กัมพูชา และรอง ผบ.หน่วยองครักษ์ฮุน เซน ได้ส่งทหารพร้อมอาวุธ สนับสนุนการตรึงกำลังในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการยอมรับของประชาชน และผู้ใต้บังคับบัญชา
“การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จะมีอย่างต่อเนื่อง อาจจะพักไป 2-3 เดือน ก็จะมีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน โดยให้จับตาพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนใน จ.สระแก้ว ที่เคยมีกรณีพิพาทกันเรื่องเขตแดน มีชาวไทย 7 คนถูกจับตัว อาจจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก” นายหัตถชัย ระบุ
กวินทรา ใจซื่อ



