ข่าว

"ผีแดง"เฉือนชนะ"ทอฟฟี่สีน้ำเงิน"1-0

"ผีแดง"เฉือนชนะ"ทอฟฟี่สีน้ำเงิน"1-0

23 เม.ย. 2554

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ลุ้นหนักก่อนได้ "ชิชาริโต้" โหม่งประตูชัยพิชิต "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน หวุดหวิด 1-0 เข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ชิพไปอีกก้าว

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันเสาร์ที่ 23 เมษายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ"ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟ เวอร์ตัน ที่ฟอร์มดีในช่วงหลัก โดยเกมนี้เจ้าถิ่นมีการพักผู้เล่นหลักอย่าง เนมันยา วิดิช, ไรอัน กิ๊กส์ และไมเคิล คาร์ริค แต่ยังมี เวย์น รูนีย์ กับ "ชิชาริโต้" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ เป็นหัวหอกคู่กัน

 เริ่มเกมขึ้นมา แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลบุกได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาทีที่ 25 มีลุ้นครั้งแรก อันแดร์สัน แทงบอลให้ เฮอร์นันเดซ หลุดไปทางซ้ายของเขตโทษก่อนตัดสินใจยิงที่เสาแรก แต่ ทิม โฮเวิร์ด ปัดออกไป จากนั้นนาทีที่ 31 รูนีย์ ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจ่ายเร็วให้ เฮอร์นันเดซ ยิงตามน้ำ แต่ โฮเวิร์ด ก็ยังปัดเอาไว้ได้อีก

 อีก 7 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นพลาดการเสียประตูอย่างน่าเสียดายเมื่อ อันโตนิโอ บาเลนเซีย หลุดเข้าเขตโทษทางขวา และไหลเข้ากลางให้ นานี เข้ายิงเหน่งๆ แต่ไปติดขาของ เฮอร์นันเดซ ที่ล้มอยู่หน้าประตูอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

 เข้าครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตัน เปลี่ยนเกมก่อนด้วยการส่ง ทิม เคฮิลล์ กับ วิคเตอร์ อนิเชบี ลงมาทำให้เกมรุกดีขึ้นมาบ้าง นาทีที่ 69 มีลุ้นประตูเหมือนกัน แจ็ค ร็อดเวลล์ ยิงไกลแฉลบ จอนนี อีแวนส์ บอลจะเสียบเสา แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ปัดออกไปหวุดหวิด แต่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด บดหนักนาทีที่ 75 ฟาบิโอ ผ่านบอลให้ ไมเคิล โอเวน ตัวสำรองยิงที่เสาแรกบอลแฉลบไปชนเสาออกมาอย่างน่าเสียดาย

 นาทีที่ 81 อันโตนิโอ บาเลนเซีย เปิดบอลจากทางขวามาเสาสอง เฮอร์นันเดซ ได้โขกเหน่งๆ แต่ โอเวิร์ด ปัดข้ามคานออกไปได้ แต่อีก 4 นาทีต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูชัยจนได้ บาเลนเซีย กระชากบอลเข้าเขตโทษทางขวา ก่อนเปิดมาเสาสองอีกครั้งคราวนี้ เฮอร์นันเดซ โหม่งเบียดเสาเข้าไป จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะหวุดหวิด 1-0 มีเพิ่มเป็น 73 แต้ม ขอชนะอีก 2 นัดจาก 5 นัดที่เหลือจะคว้าแชมป์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ทันที

      ด้านเกม"ซูเปอร์ซันเดย์" คืนวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายนนี้ โบลตัน จะเปิดสนามรีบอค ของตัวเอง ต้อนรับการมาเยือนของอาร์เซนอล ที่เพิ่งตกจากตำแหน่งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเช่นกัน เวลา 22.00 น. โดยเกมนี้เจ้าถิ่นไม่มีพอล โรบินสัน แบ็กซ้ายตัวจริง ซึ่งติดโทษพักแข้ง 2 นัด มาร์กอส อลอนโซ ที่จะลงเล่นแทน ขณะที่แดนกลางยังขาด สจวร์ต โฮลเดน ที่เจ็บ แต่แดนหน้าจะได้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาล่าประตูอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ลงเล่นในเอฟเอ คัพ ทำให้จะปรับมาเล่นเป็น 4-3-3 อีกครั้ง

 ฝั่งอาร์เซนอล จำเป็นต้องได้ 3 แต้ม เพื่อลุ้นแย่งแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศกลับมาให้ได้ หลังจากห่างหายไปนานถึง 7 ปีแล้ว แถมล่าสุดเพิ่งโดนทั้ง ทอตแนม ฮอตสเปอร์ กับ ลิเวอร์พูล คู่ต่อสู้ในกลุ่ม 6 อันดับแรก ตีเสมอมา 2 เกมรวด ทำให้ 2 เกมหลังสุด เก็บได้เพียง 2 แต้ม แต่ยังดีที่เกมนี้แนวรุกลงสนามได้ครบทั้ง เชส ฟาเบรกาส, อังเดร อาร์ชาวิน, ซาเมียร์ นาสรี, ธีโอ วัลคอตต์ และโรบิน ฟาน เพอร์ซี แต่มีปัญหาในแดนกลาง อาบู ดิยาบี มีอาการบาดเจ็บที่น่องลงสนามไม่ได้แน่นอน และแดนกลางยังต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ โทมัส โรซิคกี อยู่อีกราย