
"กษิต"โต้เขมรไทยไม่เคยใช้F6โจมตี
"กษิต"โต้เขมรปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยัน ไม่เคยใช้เอฟ-16 แก๊สน้ำตาโจมตี มีเพียง เฮลิคอปเตอร์ บินรับผู้ป่วยจากพื้นที่ส่งโรงพยาบาล
(23เม.ย.) เวลา 16.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศจะออกหนังสืออีกฉบับเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอีกในวันที่ 23 เมษายน และจะส่งเวียนไปให้กับประเทศอาเซียนรวมถึงเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆเพื่อประกอบการชี้แจงต่อไป
นายกษิต กล่าวว่า ขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาต่างๆของฝ่ายกัมพูชา ทั้งที่ระบุว่าไทยใช้เครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าแต่มีแค่เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ขนผู้ที่ได้ร้บเจ็บในพื้นที่ซึ่งไกลจากชายแดน รวมทั้งข้อกล่าวหาว่าไทยได้ใช้ก๊าซพิษซึ่งไม่มีมูลใดๆทั้งสิ้น เราไม่ได้เริ่มก่อนแต่ปกป้องอธิปไตยของไทย หากเราเป็นผู้รุกรานเรื่องคงไม่ยุติแค่นี้ ถ้ารุกรานคงไม่ยุติเพียงแค่นี้ และหากโจมตีจริงเราจะมุ่งเป้าที่ทหารมากกว่าพลเรือน
นายกษิต ยังกล่าวถึงท่าทีของอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนที่เรียกร้องให้สองฝ่ายเจรจาทวิภาคีกันว่า เห็นด้วยอย่างเต็มที่กับท่าทีดังกล่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยยืนยันมาตลอด ซึ่งตนได้สั่งการให้นายสมปอง สงวนบรรพ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ทาบทามไปยังฝ่ายกัมพูชาเพราะอยากจับเข่าคุยกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา โดยตนพร้อมจะไปพูดคุยที่ไหนก็ได้ซึ่งหวังว่าจะได้พบกันในโอกาสแรก อย่างไรก็ดีตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาหลีกเลี่ยงที่จะประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(อาร์บีซี) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี)ไทย-กัมพูชา มาตลอด ทั้งที่หากมีความปรารถนาดีก็ต้องมาเจรจากัน เพราะไม่มีเหตุผลที่จะไม่เจรจาสองฝ่ายซึ่งแสดงให้เห็นมิตรจิตรมิตรใจ ทั้งยังตอบสนองความปรารถนาของอาเซียนและประชาคมโลกด้วย
"ขอย้ำว่าเราดำเนินความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยยึดความสุขและผลประโยชน์ของประชาชนสองประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่เคยมุ่งร้ายหรือให้ร้าย จึงหวังว่ารัฐบาลของสมเด็จฯฮุน เซน ก็จะมีความคิดเช่นเดียวกัน ไม่เล่นพรรคเล่นพวกหรือมีอะไรซ่อนเร้น ขอเรียกร้องผู้นำกัมพูชาให้กลับสู่โต๊ะเจรจา และวิงวอนผู้นำกัมพูชาอย่าก่อเรื่องอีกเลย อยากให้ตระหนักว่าไม่ควรจะดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ทั้งในเรื่องของอาเซียนและสหประชาชาติที่ไม่เป็นสันติสุขต่อประชาชนสองประเทศ" นายกษิต กล่าว
นายกษิต กล่าวด้วยว่า ไทยปกครองด้วยประชาธิปไตย มีรัฐสภาและภาคส่วนต่างๆ การดำเนินการต่างๆก็ใช้เวลามาก แต่ทั้งหมดรัฐบาลไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะทำให้มันล่าช้า เรามีระบอบการปกครองไม่เหมือนกัมพูชาที่อาจง่ายในการตัดสินใจคือเสนอให้สมเด็จฯฮุน เซน ตัดสินใจก็ตอบรับได้ทันทีมันก็ดูดี แต่ของไทยตนต้องปรึกษาหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วยความระมัดระวังจึงใช้เวลา เราไม่ใช่ประเทศเด็กหนุ่มใจร้อน แต่เป็นประเทศผู้หลักผู้ใหญ่ มีกระบวนการต่างๆ และทำด้วยความโปร่งใส หลังจากที่กระทรวงกลาโหมส่งหนังสือตอบกลับมาแล้ว คาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะมีหนังสือตอบไปยังอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนเรื่องทีโออาร์คณะผู้สังเกตการณ์ได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ปรึกษาหารือกันเพื่อวิเคราะห์ว่าเราจะดำเนินความสัมพันธ์กับกัมพูชาในภาพร่วมอย่างไรในสภาพการณ์เช่นนี้ ซึ่งยืนยันว่าเราต้องยึดกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และต้องไม่โยงเอาเรื่องหนึ่งไปยังอีกเรื่องหนึ่ง เช่นเกิดการปะทะกันตรงนี้แล้วไปปิดชายแดนซึ่งกระทบกับชาวบ้าน ทั้งยังยืนยันความตั้งใจของรัฐบาลที่จะลดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างสองประเทศต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกษิตจะเดินทางไปลงพื้นที่จ.สุรินทร์ในวันที่ 25 เมษายนนี้ เพื่อเยี่ยมทหารและดูสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่



