ข่าว

ทบ.ยันไทย-เขมรปะทะ2วันดับ4เจ็บ17

ทบ.ยันไทย-เขมรปะทะ2วันดับ4เจ็บ17

23 เม.ย. 2554

โฆษกทบ.แจงเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ผ่านเครือข่ายวิทยุ ทบ. 126 สถานี ยันทหารเขมรยิงไทยก่อน วอนประชาชนมั่นใจในศักยภาพของกองทัพที่ปกป้องอธิปไตยไม่ให้เขมรรุกราน “ประยุทธ์” กำชับกำลังพลให้ตอบโต้ในพื้นที่ที่มีปัญหาอย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อน ระบุหยุดยิงถาวรได้ต้องเปิด

(23เม.ย.)  พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงสถานการณ์เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ทางสถานีวิทยุเครือกองทัพบก 126 สถานี ในเวลา 12.40 น. ว่า ทหารไทย-กัมพูชา ยังปะทะกันอยู่ โดยเริ่มเปิดฉากตั้งแต่เวลา 06.15 น. จนถึงปัจจุบัน แต่ขณะนี้เสียงปืนก็ค่อนข้างจะห่างไปเล็กน้อย จุดที่ปะทะกันยังคงเป็นจุดเดิมคือตลอดแนวชายแดนที่บริเวณทิศตะวันตก ปราสาทตาเมือนธม บ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และพื้นที่ทางทิศตะวันออก ปราสาทตาควาย บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

 จากเหตุปะทะวานนี้ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีก 13 คน  วันนี้ทหารเสียชีวิตอีก 1 นาย บาดเจ็บอีก 4 นาย อยากก้าวข้ามผ่านตัวเลขผู้เสียชีวิต หากบอกตัวเลขผู้เสียชีวิตกับบาดเจ็บ ก็จะเกิดความเครียดกับคนไทย แล้วก็อยากรู้ว่ากัมพูชาตายเท่าไหร่ แต่อยากเรียนกว่ากัมพูชาก็สูญเสียไม่น้อยไปกว่าเรา แต่ไม่สามารถบอกตัวเลขได้ชัดเจน บางคนฟังแล้วเชื่อก็จะมีความรู้สึกว่าทำไมต้องไปข่มกัมพูชาหรือยั่วยุเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่จะต้องโต้ตอบให้สูญเสียมากขึ้น หรือบางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าเราไปหยิบยกตัวเลขมาหรือไม่

          “ขอให้รับทราบว่าด้วยศักยภาพ และขีดความสามารถของกองทัพ ทั้งกำลังพล และ อาวุธ กัมพูชาไม่ได้สูญเสียน้อยไปกว่าเรา แต่เราจะไม่พยายามให้ข่าวเหมือนเป็นการยั่วยุหรือให้บานปลายออกไป ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีนโยบายชัดเจน คือ พยายามจำกัดการปะทะให้อยู่ในเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นปัญหา เพราะปัจจุบันประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนมากพอสมควรอยู่แล้ว อย่าให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากไปกว่านี้ ในขณะเดียวกันเป้าหมายในการโต้ตอบของเราคือเป้าหมายที่ตั้งอาวุธยิงของกัมพูชาเพียงเพื่อให้กัมพูชาสงบการยิง และยุติการยิง แต่ขอเรียนให้ทราบว่ากองทัพเราไม่ได้เป็นรองกัมพูชา และการเจรจาติดต่อก็มีความพยายามทุกระดับ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ แต่ก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการของทั้งสองฝ่ายในการเจรจาเพื่อให้ยุติการยิง ไม่ใช่เป็นความพยายามของฝ่ายเราเพียงฝ่ายเดียวที่ต้องการให้หยุดยิง ถ้าเป็นความพยายามของเราฝ่ายเดียว และกัมพูชานิ่งเฉย มันจะไม่ใช้วิถีทางการหยุดยิงหยุดนั้นเกิดความถาวร” พ.อ.สรรเสริญ ระบุ

           ระหว่างที่มีการปะทะกันก็มีความพยายามในการติดต่อทุกระดับส่วนเหตุการณ์จะยุติได้ภายในวันนี้หรือไม่ คงตอบไม่ได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ แต่กองทัพมีความพยายาม คือ 1. สมรรถนะอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เรามั่นใจว่า เราเหนือกว่า และ 2. ความพยายามติดต่อประสานงานกัน จะต้องมีความพยายามของกัมพูชาที่จะต้องแสดงออกด้วยไม่ใช่ฝ่ายเราฝ่ายเดียว และสิ่งหนึ่งอยากให้ประชาชนมั่นใจว่ากองทัพมีศักยภาพในการดูแลพื้นที่ของเราไม่ให้ใครมารุกรานได้ เราไม่เป็นรองกัมพูชา และที่ผ่านมากองทัพได้ชี้แจงกับสังคมโลกตลอดเวลาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เริ่มก่อนเป็นความจริงทุกอย่าง  ตนอยากอธิบายเป็นเครื่องยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน หลักการสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นเราอยากคุยกันในสองประเทศ แต่กัมพูชาอยากให้มีประเทศอื่นเข้ามาด้วยเฉพาะหลักการสำคัญใหญ่ ๆ   ก็พอรู้ว่าใครเป็นผู้เริ่มก่อน

          เมื่อช่วงเช้าที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารซึ่งเป็นพื้นที่กับเหตุการณ์ปะทะกันมีทหารหัวหน้าชุดประสานงานของไทยที่ปฏิบัติงานอยู่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ได้รับโทรศัพท์จากทหารหัวหน้าชุดประสานงานของกัมพูชา ได้โทรศัพท์มาหาในเวลา 06.00 น. มีการแจ้งว่ามีเหตุการณ์ปะทะกันที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม กับปราสาทตาควาย แต่หลังจากตรวจสอบก็ไม่พบการปะทะกัน แต่หลังจากการวางโทรศัพท์ไปเพียง 15 นาที หรือ ประมาณ 06.15 น. ก็มีเหตุการณ์ปะทะกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า กัมพูชารู้ตัวก่อนว่าจะมีการปะทะกัน เราไม่มีทางเลือกอย่างอื่นมาเขาเปิดฉากยิงเราก็ต้องยิงตอบโต้ตามกฎกติกาที่เราได้ตกลงกันไว้ เพราะในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ทหารในพื้นที่ได้มีการตกลงกันไว้ว่า หากยังไม่ชัดเจนก็ขอให้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการไปดัดแปลงที่มั่น ถ้าเข้าไปต่างฝ่ายต้องแจ้งเตือนกัน และเข้าไปแบบไม่มีอาวุธทั้งคู่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุของการปะทะกัน แต่กัมพูชาผิดกฎกติกาไปดัดแปลงที่มั่น ทหารไทยจึงจำเป็นต้องไปแจ้ง แต่วิธีการเข้าไปแจ้งไม่สามารถเข้าไปได้ 1-2 คน จำเป็นจะต้องส่งชุดลาดตระเวนเพื่อแจ้งเตือน   แต่ทหารกัมพูชากลับยิงทหารไทยก่อน ทำให้เราต้องตอบโต้ เพราะหากปล่อยให้เขาเข้ามาดัดแปลงที่มั่นและเราไม่ตอบโต้ไม่เตือน กัมพูชาก็จะเข้าแล้วเข้าเลยโดยไม่ยอมถอนออกไป ซึ่งลักษณะเหมือนกับบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร จึงทำให้เกิดปัญหาในวันนี้ดีกว่าจะปล่อยให้ปัญหารื้อรังใหญ่โตในวันข้างหน้า

            เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะชี้แจงให้กับประชาคมโลกให้รับทราบกรณีที่กัมพูชาฟ้องสหประชาชาติ หรือ ฟ้องประเทศที่ 3 ว่าไทยรุกล้ำ แต่ในส่วนของกองทัพก็ได้ประสานงานกับทางรัฐบาลเพื่อนำเรียนข้อมูลได้ให้รับทราบ ส่วนการประท้วงไปยังประเทศต่าง ๆ ถือเป็นหลักการสากลของทางการทูตทุกประเทศก็ทำ ที่ผ่านมากัมพูชาก็ไม่เคยรับว่ายิงเข้ามาในประเทศไทยก่อน แต่ว่าด้วยเหตุผลต่าง ๆ สังคมโลกเข้าใจได้ โดยเฉพาะคนไทยเข้าใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

 พ.อ.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ก็พยายามช่วยกันทุกฝ่าย แม้ว่าจะไม่สามารถทำให้ประชาชนสะดวกสบายได้ แต่ก็พยายามช่วยเหลือประชาชนในการบรรเทาความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด และขณะนี้ ผบ.ทบ. ให้แนวทางที่ชัดเจนคือเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง การดูแลประชาชนเราจึงทำเต็มที่ ปัจจุบันมีประชาชนผู้อพยพประมาณ 15,000 คน อยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ 12-13 แห่ง ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ มีอยู่ 2 แห่ง กองทัพพยายามดำเนินการเต็มที่ และยังไม่ได้รับรายงานประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือ ชีวิต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนหลุมหลบภัยในพื้นที่ อ.พนมดงรัก ได้ทำไว้ตั้งแต่มีการปะทะกันที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการตั้งโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ไว้ที่โรงพยาบาลมหาราช 4 ด้วย

 “กองทัพบกขอให้ประชาชนใช้ความอดทน เราพยายามดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด เอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง และยืนยันว่ากองทัพไม่ได้เป็นฝ่ายรุกรานก่อน และพยายามติดต่อประสานงานบนพื้นฐานความพยายามของกัมพูชาด้วยว่าการหยุดยิงเกิดขึ้นอย่างถาวร เพราะไม่มีวิธีการแก้ปัญหาเป็นอย่างอื่นมีวิธีเดียวคือการเจรจาบนโต๊ะ เราก็พยายามทำ ขอให้คนไทยทั่วประเทศมั่นใจในกองทัพว่าไม่ได้เริ่มก่อน และเราไม่ได้เสียเปรียบกัมพูชา สามารถดูแลอธิปไตย และดูแลพื้นที่ได้” พ.อ.สรรเสริญ ระบุ