ข่าว

กต.คาดสื่อสารคลาดเคลื่อนเหตุปะทะ

กต.คาดสื่อสารคลาดเคลื่อนเหตุปะทะ

23 เม.ย. 2554

"ปณิธาน" เผย "กษิต"รายงานสถานการณ์ชายแดนกับนายกฯ ระบุ นายกฯให้ดูแลความปลดภัยประชาชน วอนอย่าตระหนก คาดเหตุปะทะเพราะสื่อสารคลาดเคลื่อน ด้าน“สุเทพ”ซัดกัมพูชาเปิดฉากยิงปืนใหญ่ถล่มไทยอีกระลอก ชี้เป็นผลสืบเนื่องจากข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร คาดใช้เวลาอีกสักระยะถึง

(23เม.ย.) นายปณิธาน  วัฒนายากร  รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวเนชั่นถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ว่า นายกษิตเข้ามารายงานสถานการณ์จากเหตุปะทะให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องอพยพ และไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนก กำลังมีการประสานงานกับพื้นที่ว่าจะต้องมีการอพยพประชาชนเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนสาเหตุการปะทะนั้นยังไม่มีความชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะเป็นการเคลื่อนกำลังในพื้นที่แล้วมีความผิดพลาดในการสื่อสาร

 อย่างไรก็ตามภายหลังภารกิจ เวลา 11.30 น. ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะหารือข้อราชการกับผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล และจะประสานกับนายกฯเพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาที่บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ว่า ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 23 เม.ย. ได้เกิดการปะทะกันอีกรอบ เพราะทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่เข้ามายังฝั่งไทย จึงต้องตอบโต้ ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการปะทะกันเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ทั้งนี้เราพยายามไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย พยายามเจรจาหยุดยิง แต่กัมพูชายังยิงปืนใหญ่ใส่ไทยอีกเมื่อเช้าวันที่ 23 เม.ย. เป็นธรรมดาที่บริเวณพื้นที่ปะทะกันกว่าจะเจรจาหยุดยิงกันได้ คงต้องใช้เวลา ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตฝ่ายไทย ขณะนี้มี 3 นาย ในจำนวนนี้ยังนำศพลงมาไม่ได้ 1 นาย 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ปะทะกันที่ จ.สุรินทร์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาชายแดนปราสาทพระวิหารหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ระหว่างที่ยังมีปัญหาการปักปันเขตแดนให้ถูกต้อง ต่างฝ่ายต่างอ้างว่า เป็นพื้นที่ของตัวเอง ย่อมมีโอกาสจะกระทบกระทั่งกันได้ อยู่ที่รัฐบาลสองประเทศต้องหาทางแก้ปัญหาโดยไม่ให้มีการสู้รบกัน

 ต่อข้อถามที่ว่า ดูเหมือนกัมพูชาไม่ยอมเจรจากับฝ่ายไทยเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาท นายสุเทพตอบว่า ต้องพยายามต่อไป ไม่มีอะไรที่จะทำให้สำเร็จภายใน 1-2 วัน สงครามที่ใหญ่กว่านี้ยังเจรจาให้สงบกันได้ เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเจรจาโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทหรือยัง นายสุเทพตอบว่า นายกฯแสดงท่าทีชัดเจนว่า ประเทศไทยมีความปรารถนาดีที่จะอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ หากขัดข้องหมองใจกันก็อยากให้เจรจากัน ส่วนที่กัมพูชาพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงตามแนวชายแดน เพื่อให้ประเทศที่สามเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่นั้น ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศต้องคุยกันเอง แต่เวลาพูดคุยปัญหาเรื่องนี้ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะถ้าพูดไปแล้วตีความผิดจะยิ่งหมองใจกันยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้นำทั้งสองประเทศต้องอดทน ใช้การเจรจาโดยสันติวิธี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีชาวบ้านบางส่วนไม่ยอมออกจากพื้นที่การปะทะกัน นายสุเทพตอบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ชาวบ้านอาจลังเลใจเรื่องการอพยพ เนื่องจากเห็นว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย และจะยุติได้เร็ว แต่มาวันนี้ที่มีการปะทะกันอีกรอบ ก็จำเป็นที่ทางการต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งปืนใหญ่ที่ยิงเข้ามาก็มาเกือบถึงโรงพยาบาลในอำเภอ จึงต้องดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนเป็นพิเศษ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและแม่ทัพภาคมีแผนรองรับไว้แล้ว