
เขมรยิงใส่ทหารไทยอีกระลอกเช้าวันนี้
กองทัพภาค 2 เผย เขมรเปิดฉากยิงเข้าใส่ทหารไทยอีกระลอก บริเวณปราสาทตาควาย เบื้องต้นมีรายงานทหารไทย เจ็บ 4 สั่งระดมจิตแพทย์ดูแลชาวบ้านศูนย์อพยพ ด้านจ.สุรินทร์เร่งอพยพแล้ว 2.5 หมื่นคนหนีเหตุปะทะ
(23เม.ย.) เวลา 06.15 น. เกิดเหตุปะทะอีกระลอกระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ตลอดแนวชายแดนที่บริวณทิศตะวันตก ปราสาทตาเมือนธม บ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุริทร์ ขยายพื้นที่มาทางทิศตะวันออก ปราสาทตาควาย บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยเสียงปืนกลเล็ก และปืนใหญ่ ยังดังอยู่ต่อเนื่อง
ล่าสุดจนถึงขณะนี้ เวลา 10.00 น. ยังได้ยินเสียงปืนของทหารทั้ง 2 ฝ่าย ยิงต่อสู้เสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องและมีรายงานว่าทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากปะทะกันถูกนำตัวส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลพนมดงรัก แล้ว 4 นาย สาหัส 1 นาย บาดเจ็บเล็กน้อย 3 นาย ทั้งหมดถูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์
พ.อ.ประวิทย์ หูแก้ว โฆษก กองทัพภาค 2 กล่าวว่า หลังเกิดการปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีการหยุดยิ่งเมื่อเวลา 10.20 น. ของเมื่อวานนี้ บริเวณ ปราสาทตาความยาวตลอดแนวชายแดนมาถึง ปราสาทตาเมือนธม กระทั่งเวลา 06.15 น.วันนี้ (23เม.ย.)ทหารเขมรได้เปิดฉากยิงเข้าใส่ที่ตั้งทหารไทยอีกครั้งบริเวณปราสาทตาเมือนธม ยาวตามแนวชายแดนมาจนถึงพื้นที่ปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่มีการปะทะกัน โดยขณะนี้ยังคงมีการยิงปะทะกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาวุธที่ทางกัมพูชายิงเข้าใส่จะเป็นปืนใหญ่และปืนเล็กสลับกันไป แต่ถือว่ามีความถี่การยิงลดลงน้อยกว่าเมื้อวันที่ 22 เม.ย.
ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการปะทะช่วงเช้าแล้ว 4 นาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหารายชื่อ สังกัดของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อที่จะยืนยันให้แน่ชัดมากขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิตในขณะนี้ยังไม่มีรายงานเข้ามา ส่วนหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายมี 2 พื้นที่ อยู่ที่ ม.8 บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก และ บริเวณ หมู่ 12 สายโท ต.บักได อ.พนมดงรัก โดยพื้นที่ได้รับความเสียหายถูกระสุนปืนใหญ่ 130 ยิงเข้าใส่
"ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับลงมาในพื้นที่ถึงทหารที่อยู่หน้าแนวรบ โดยขอให้ทหารทุกนาย ปกป้องอธิปไตยอย่าให้เขมรรุกล้ำเข้าพื้นที่รวมทั้งดูแลความปลอด ภัยให้กับประชาชน และให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่โดยเร็ว" พ.อ.ประวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ทางจังหวัดสุรินทร์ได้ตั้งศูนย์อพยพผู้ประสบความเดือดร้อนจากการปะทะกันขึ้น 8 ศูนย์ มีจำนวนผู้อพยพกว่า 14,000 คน โดยทหารได้ส่งชุดแพทย์ทางด้านจิตวิทยา จากค่ายวีรวัฒน์โยธิน จอ.เมือง จ.สุรินทร์ และจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ เข้าไปประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจสถานการณ์ นอกจากนี้มีชุดครัวสนามเข้าไปช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน อีกทั้งยังมีหน่วยงานของรัฐและเอกชนเข้าไปช่วยเหลือในด้านอื่นๆอีก
ส่วนการรักษาความปลอดภัยบ้านเรือนประชาชนที่อพยพมาอยู่ที่ศูนย์พังพิงชั่วคราว ทางทหารได้มีการจัดชุดคุ้มครองหมู่บ้านนำร่อง(ชคบ.) เจ้าหน้าอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน ชุดปฏิบัติการพลเรือน 206-207 คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ในหมู่บ้านขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุปะทะระหว่างทหารไทย-ทหารกัมพูชา ที่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปราสาทตาควาย ตำบลบักได และตามตะเข็บแนวชายแดนไปจนถึงปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เช้าวันนี้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเปิดฉากปะทะกันขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่เวลา 06.00 น. ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม และเริ่มหนักขึ้นจนมีการใช้อาวุธหนักตอบโต้กันตั้งแต่ปราสาทตาควาย ไปจนถึงปราสาทตาเมือนธม
ในขณะเดียวกันชาวบ้านที่หมู่บ้านที่อยู่ใกล้แนวชายแดน ทั้งในอ.พนมดงรัก และอ.กาบเชิง ก็ยังคงอพยบออกจากหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากว่าในวันนี้มีเสียงอาวุธหนักตอบโต้กันได้ยินอย่างชัดเจนและหนักขึ้น ทำให้ศูนย์อพยพทั้ง 6 แห่ง ที่จังหวัดได้จัดตั้งขึ้นประกอบด้วยศูนย์อพยพโรงเรียนบ้านโคกกลาง บ้านโนนสมบูรณ์ บ้านโคกโบสถ นิคมสร้างตนเองปราสาท โรงเรียนประสาทวิทยาคารและโรงเรียนโสตศึกษาสุรินทร์ มีชาวบ้านอพยพมาอยู่เพิ่มขึ้นจำนวนมากกว่า 25,000 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลอำนวยความสะดวกมากขึ้น
นอกจากนี้ที่อำเภอกาบเชิง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทางอำเภอเตรียมอพยพชาวบ้านใน 5 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 15,000 คน ออกไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ 2 แห่ง คือที่โรงเรียนสังขะ อ.สังขะ และที่โรงเรียนบ้านคูตัน เนื่องจากว่าอาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจ.สุรินทร์ ในขณะเดียวจาการปะทะกันที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมาส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ทั้งหมดถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนมดงรัก และส่งต่อเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์



