ข่าว

กต.เชิญทูตกัมพูชารับหนังสือประท้วง

กต.เชิญทูตกัมพูชารับหนังสือประท้วง

22 เม.ย. 2554

กต.เชิญทูตกัมพูชารับหนังสือประท้วงเหตุการณ์ปะทะที่ปราสาทตาเหมือนควาย พร้อมระบุกัมพูชา ละเมิดเงื่อนไขชายแดน เผยทหารเขมรดับ 3 รายบาดเจ็บ 6 ราย

 (21เม.ย.) เมื่อเวลา 12.55 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณปราสาทตาเหมือนธม ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรักจังหวัดสุรินทร์ และการดำเนินการของรัฐบาลไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ขอชี้แจงถึงเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชา ซึ่งกองกำลังของฝ่ายไทยได้ทำการลาดตะเวนบริเวณปราสาทตาควาย พบว่า กองกำลังกัมพูชาลุกล้ำเข้ามาในเขต เราจึงบอกให้ออกไป แต่กัมพูชากลับยิงสวนเข้ามา และยืนยันว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน โดยการปะทะสองรอบตั้งแต่เวลา 6.30 - 9.45 น. โดยในเช้านี้วันนี้ แม่ทัพของฝ่ายกัมพูชาได้โทรศัพท์ติดต่อมาเพื่อเจรจาหยุดยิง ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว กัมพูชาได้ทำการละเมิดข้อตกลงที่ ห้ามการวางกองกำลัง โดยจะต้องให้ห่างจากจุดที่มีปัญหาเขตแดนประมาณ 100 ม. ขณะที่ฝ่ายไทยมีความจำเป็นที่ต้องรักษาอธิปไตยของประเทศและบูรณาการเหนือดินแดนของไทย

 นายกษิต กล่าวว่า บริเวณนี้อยู่ในพื้นที่หลักเขตแดนที่ 1 - 23 อาจจะถึงหลักเขตที่ 30 หรือในพื้นที่ส่วนที่ 5 ซึ่งในร่างบันทึกผลการประชุมเจบีซี ได้ระบุให้มีการส่งเจ้าหน้าเทคนิคลงพื้นที่สำรวจและค้นหาหลักเขตในพื้นที่ดังกล่าว แต่กลับเกิดเหตุการณ์ปะทะกันเสียก่อน นอกจากนี้ พื้นที่นี้ยังห่างปราสาทพระวิหาร 190 ก.ม. โดยการปะทะขยายมาปราสาทตาควาย มายังปราสาทตาเหมือน โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการทำหนังสือประท้วง และออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อประชาคมโลก เรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่ พร้อมกับเรียกร้องฝ่ายกัมพูชากลับมาสู่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี)และ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(อาร์บีซี)ที่มีอยู่ เพื่อกระชับความร่วมมือระดับกองทัพ และหารือถึงการดูแลพื้นที่ตลอดแนวชายแดนอย่างไร ไม่ให้เกิดการปะทะกันง่าย และกระทบต่อความสงบสุขของประชาชน

 นายกษิต กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ระยะทางกว่า 800 ตารางกิโลกเมตร โดยขอย้ำว่า ไม่มีเหตุผลใดไปร้องต่ออาเซียนหรือประชาคมโลก เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาด้วยกัน โดยไม่ต้องไปรบกวนชาวบ้าน และขอยืนยันว่า อยู่วิสัยพูดจากันได้ และกลไกการหารือทวิภาคีของไทย - กัมพูชา สามารถดินหน้าไปได้

 นอกจากนี้ นายกษิต ยังเปิดเผยว่า ในวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญนางยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มารับหนังสือประท้วงจากเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้น   อีกทั้ง ในชาวงเช้านายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียก็มาหาตน เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยตนได้ชี้แจงให้ทราบว่า จุดที่มีการปะทะห่างจากปราสาทพระวิหารและไม่เกี่ยวกับเจบีซี โดยตนจะมีหนังสือเวียน เพื่อชี้แจงในเหตุการณ์ดังกล่าวไปถึงประเทศในอาเซียน โดยผ่านรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้เป็นการตอกย้ำว่า ควรต้องเร่งส่งผู้เทนจากอินโดนีเซียเข้าร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ในเรื่องรายละเอียด (ทีโออาร์) การส่งผู้เทนจากอินโดนีเซียเข้าร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่ชายแดน อยู่ในระหว่างการดำเนินการในรายละเอียด ซึ่งกำลังรอรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมลงนาม แล้วจึงส่งกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำส่งคืนไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนต่อไป โดยทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบบนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ

 ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย ได้เดินทางมารับหนังสือประท้วงเกี่ยวกับเหตุการณ์การปะทะกันในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย ตาเมือน จากนายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงข้อเท็จจริง ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1. )การปะทะกันเมื่อเวลา 6.30 น.เกิดขึ้นหลังจากชุดลาดตระเวณของทหารไทยพบทหารกัมพูชากำลังสร้างบังเก่อร์อยู่ในบริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งตั้งอยู่ในจ.สุรินทร์ โดยทหารไทย จึงแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชาทราบว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย อย่างไรก็ดีฝ่ายกัมพูชาตอบโต้ด้วยการเปิดฉากยิงใส่ชุดลาดตระเวณของฝ่ายไทย โดยปราศจากการยั่วยุใด ๆ จากฝ่ายไทย

 2 ) เมื่อเวลา 7.00 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงอาวุธหนักเข้ามาในพื้นที่ของไทย อาทิ ปืนครก และปืนใหญ่ ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นายและบาดเจ็บอีกหลายนาย นอกจากนี้ ยังส่งผลให้อาคารพลเรือนถูกทำลายหลายแห่ง รวมทั้งมีการอพยพประชาชนเกือบ 1 หมื่นคน ออกจากพื้นที่
   
         3 ) เหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้การปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ในพื้นที่ปราสาทตาควายลุกลามไปยังปราสาทตาเมือน ซึ่งฝ่ายไทยไม่มีทางเลือก นอกจากต้องปกป้องไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติและบูรณภาพเหนือดินแดนไทย โดยตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ อยู่ภายใต้กฎหมายสากล  และ 4 ) เมื่อเวลา 08.00 น. ได้มีการเจรจากันในระดับผู้บังคับการของกองกำลังทั้งฝ่ายในระดับท้องถิ่น ทำให้ได้ข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตาม ในเวลา 08.30 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มเปิดฉากโจมตีอีกรอบ ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขที่ได้ตกลงก่อนหน้านี้ โดยการปะทะเกิดขึ้นจนถึงเวลา 09.35 น.

 กระทรวงการต่างประเทศขอประท้วงอย่างรุนแรงที่สุดต่อการเปิดฉากโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ต่อกองทัพไทยและพลเรือน โดยการสร้างบังเก่อร์ดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายสากล กฎบัตรแห่งสหประชาชาติ รวมทั้งบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปี 2543 ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดน โดยการตอบโต้ของฝ่ายไทยถือเป็นการใช้สิทธิ์การป้องกันตัวตามความจำเป็นอย่างสมน้ำสมเนื้อ โดยโจมตีต่อเป้าหมายในทางการทหารกัมพูชา ในบริเวณที่กัมพูชาเปิดฉากโจมตีมาเท่านั้น

เผยทหารเขมรดับ3รายบาดเจ็บ6ราย

 นายชุห์ม โสชีต โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า ทหารกัมพูชาได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปแล้วอย่างน้อย 3 ราย และมีอีก 6 รายที่ได้รับบาดเจ็บ

 ขณะที่ "Phay Siphan" โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกมากล่าวหาว่า ทหารไทยเป็นฝ่ายเคลื่อนกำลังตรงเข้าหาที่มั่นของทหารกัมพูชาที่วัด "ตา กระเบย" ซึ่งอยู่ในเขตกัมพูชาและเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน พร้อมระบุว่าทหารไทยรุกล้ำเขตแดนของกัมพูชาเป็นระยะทางถึง 0.4 กิโลเมตรอันเป็นการกระทำที่กัมพูชา ไม่อาจยอมรับได้

 ด้านนายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนออกมาเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชา หยุดยิงในทันที และ ขอให้ไทยและกัมพูชายึดหลักสันติวิธีในการแก้ปัญหา