
"พท."แจกไอโฟน4หวังส.ส.สไกป์คุย"ทักษิณ"
เพื่อไทยแจกไอโฟน 4 ให้ส.ส.ใช้สไกป์คุยกับทักษิณ เสียวหลังทักษิณวีดีโอลิงค์นำแถลงนโยบาย หวั่นถูกยุบซ้ำซาก ตท.10เพื่อไทยจวกทหารตบเท้าป้องผบ.ทบ. ปชป.ตั้งเป้าเจาะอีสานเน้นเขตเมืองเชื่อแข่งเดือด-รุนแรง
(22เม.ย.) แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้จะมีการยุบสภาซึ่งจะทำให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเวลาไม่นานต่อจากนี้ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงได้แจกโทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 ให้กับส.ส.ของพรรคทุกคน โดยขณะนี้มีส.ส.ทยอยมารับไปบ้างแล้ว ทั้งนี้โทรศัพท์ไอโฟน 4 ที่ส.ส.ได้รับแจกไปนั้น พรรคได้ลงโปรแกรมสไกป์ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถเห็นหน้าและได้ยินเสียงคู่สนทนาในขณะเดียวกันไว้ให้กับส.ส.ทุกคนด้วย ดังนั้นส.ส.ทุกคนจะต้องลงทะเบียนสมัครใช้บริการโปรแกรมสไกป์ไว้ด้วย เพื่อที่จะได้สามารถติดต่อและพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โดยตรงด้วย และพ.ต.ท.ทักษิณได้บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของเครื่องไอโฟน 4 ที่แจกให้กับส.ส.ทุกคนไว้แล้ว เพื่อที่จะได้สามารถติดต่อโดยตรงกับส.ส.ได้ทันทีอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ส.ส.ทุกคนที่มารับโทรศัพท์ไอโฟน 4 จากพรรคนั้น จะต้องหาเวลาเพื่อมารับการอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้โปรแกรมสไกป์เพื่อที่จะได้สามารถนำไปใช้งานจริงได้ด้วย
เสียวทักษิณวีดีโอลิงค์นำแถลงนโยบาย
นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งได้มีการพูดคุยและมีความวิตกกังวลถึงการวีดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ในการจัดงานเปิดตัวนโยบายหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 23 เม.ย.นี้เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ ยังถูกตัดสิทธิ์ ทางการเมืองอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงมาก เพราะถ้าเป็นการนำแถลงนโยบายพรรคเอง จะทำให้มองได้ว่าทำตัวเป็นกรรมการบริหารพรรค หากทำเช่นนั้นจะผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะได้ระบุไว้แล้วว่าผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจะทำหน้าที่คล้าย ๆ เป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ได้
ทั้งนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องดูเป็นกรณีไป หากเป็นการเสนอความคิดเห็นให้พรรคตัดสินใจก็ไม่ผิดอะไร
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยควรจะก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณได้แล้วหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ยังก้ามข้ามไม่ได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีบารมีอยู่มาก และต้องยอมรับว่าเป็นผู้ก่อตั้งพรรคด้วย เพียงแต่ต้องคำนึงว่าจะสามารถมีบทบาทได้มากน้อยแค่ไหน แต่จะให้ไม่พูดถึงเลยก็เป็นไปไม่ได้
ตท.10“เพื่อไทย”จวกทหารตบเท้าป้องผบ.ทบ.
พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะเตรียมทหารรุ่น 10 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายทหารผนึกกำลังกันออกมาปกป้องสถาบันว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้คิดเรื่องนี้ ทหารออกมาทำเช่นนี้อยากถามว่าออกมาปกป้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ใช่หรือไม่ เหมือนเป็นการออกมาขู่ประชาชนมากกว่า ใครหมิ่นสถาบันหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของศาลที่จะตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก แต่เรื่องนี้เป็นการพูดของคนเพียงคนเดียวบนเวทีชุมนุม ดังนั้นหากจะเอาผิดก็ต้องเอาผิดที่คนเพียงคนเดียวไม่ใช่พรรค เพราะพรรคไม่ได้เข้าไปรู้เรื่องอะไรด้วย และตนยืนยันว่าจะไม่ลาออกตามพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย อย่างแน่นอน
ด้านพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะจปร. 7 กล่าวว่า ยืนยันว่าตนจะไม่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยตามพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน เพราะตนเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ดังนั้นเวลาที่พรรคเกิดปัญหาขึ้นตนก็พร้อมที่จะยืนหยัดร่วมแก้ไขปัญหากับพรรคต่อไป และตนจะเดินทางไปร่วมงานเปิดตัวนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 23 เม.ย.ที่ศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตด้วย
ขณะที่พล.ท.พิรัช สวามิวัศน์ คนสนิทพล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ยืนยันว่านายทหารในพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ไม่คิดที่จะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน เพราะนายทหารเหล่านี้เป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 กับพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะลาออกจากพรรค ส่วนกรณีที่พล.อ.ชวลิตตัดสินใจลาออกนั้น เป็นเหตุผลส่วนตัว แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบให้นายทหารคนอื่นๆ ลาออกตามอย่างแน่นอน
ส่วนกระแสข่าวว่า พล.อ.ชวลิตจะแถลงข่าวชี้แจงเหตุผลของการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 24 เม.ย.นั้น พล.ท.พิรัชกล่าวว่า เดิมพล.อ.ชวลิตเตรียมที่จะแถลงข่าวในวันที่ 24 เม.ย.จริง แต่เมื่อคิดทบทวนอีกครั้งแล้ว พล.อ.ชวลิตเห็นว่าควรจะอยู่เงียบ ๆ จึงจะดีกว่า เพราะเกรงว่าหากออกมาชี้แจงและตอบคำถามของผู้สื่อข่าวแล้ว อาจจะทำให้เกิดคำถามตามมาอีกมากมายจนทำให้ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ตั้งใจไว้ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจยกเลิกการแถลงข่าว แต่อาจจะชี้แจงในลักษณะของเอกสารแทน
ปชป.ตั้งเป้าเจาะอีสานเน้นเขตเมืองเชื่อแข่งเดือด-รุนแรง
นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการเจาะพื้นที่เลือกตั้งในภาคอีสานว่า ครั้งนี้พรรคคาดหวังที่จะทำพื้นที่ในภาคอีสานให้ได้ส.ส.เพิ่มขึ้น เนื่องจากโพลล์ภายในที่พรรคทำขึ้นนั้นพบว่า ขณะนี้กระแสนิยมในภาคอีสานของพรรคดีขึ้นมากกว่าในอดีต แม้พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นของพรรคเพื่อไทย แต่พรรคตั้งเป้าที่จะเจาะพื้นที่ภาคอีสานโดยเน้นไปที่เขตเมืองเป็นหลัก หรือเขต 1 ซึ่งเป็นเขตเทศบาลนครหรือเทศบาลเมือง โดยในภาคอีสานมีทั้งหมด 33 เทศบาลซึ่งเป็นพื้นที่เมืองที่พรรคตั้งเป้าจะเจาะให้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเขตรอบนอกเราจะละเลย แต่เราจะดูในหลายพื้นที่ที่มีโอกาสด้วย
สำหรับผู้สมัครส.ส.ในเขต 1 หรือเขตเมืองพรรควางตัวผู้สมัครไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงกำลังคัดเลือกผู้สมัครส.ส.ในเขตรอบนอกอยู่ อย่างไรก็ตาม พรรคประเมินการเลือกตั้งครั้งนี้ในภาคอีสานว่า จะมีการแข่งขันสูงและรุนแรง เนื่องจากจะมีหลายพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครส.ส.ลงแข่งขัน อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรครวมชาติเพื่อแผ่นดิน นอกจากนี้ยังอาจจะรวมไปถึงพรรคใหม่ของพล.อ.ชวลิต ที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะตั้งพรรคใหม่อีกด้วย ดังนั้นในภาคอีสานครั้งนี้จะแข่งขันกันรุนแรงแน่นอน ไม่ใช่แค่แข่งขันกันเพียง 1 หรือ 2 พรรคอย่างในอดีต
รวมชาติเล็งตั้งกก.บห.ชุดใหม่หลังเลือกตั้ง
นายประเชิญ ติยะปัญจนิตย์ ผู้อำนวยการพรรครวมชาติพัฒนา ฐานะรองเลขาธิการ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการพรรค กล่าวถึงกรณีที่นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมชาติพัฒนา, นพ.ไกร ดาบธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และนายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร ของพรรค ได้ร่วมงานเปิดตัวสมาชิกใหม่ของพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ในทางการเมืองถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทั้งนี้นายวินัย และ นพ.ไกร ยังไม่ได้มีการลาออกจากการเป็นสมาชิก เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นภายหลังการยุบสภา
สำหรับความคืบหน้าการทำงานการเมืองในส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ อาทิ กรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้เตรียมตำแหน่งไว้ให้สมาชิกใหม่ที่มาจากพรรคเพื่อแผ่นดินด้วย ส่วนการแต่งตั้งเป็นทางการนั้น ตามกฎหมายต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ก่อนเสนอให้กกต. ทั้งนี้ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งเป็นไปได้ว่าอาจจัดการประชุมใหญ่ภายหลังจากการเลือกตั้งแล้วเสร็จ
ด้านรายงานข่าวจากพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคในส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินว่า แกนนำของพรรคเพื่อแผ่นดินประเมินแล้วว่าจะไม่ส่งคนของเพื่อแผ่นดินเข้าเป็นกรรมการบริหารหรือฝ่ายบริหารของพรรคใหม่ เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องข้อกฎหมาย หากมีการยุบพรรคเกิดขึ้น ส่วนการมีส่วนร่วมในการบริหารนั้นแม้สมาชิกเพื่อแผ่นดินไม่ได้เป็น ก็สามารถแสดงความเห็นได้เพราะการอนุมัติหรือพิจารณาเรื่องใด ตามกฎหมายต้องให้สมาชิกพรรคพิจารณาเห็นชอบก่อน
“สุวัจน์”อวยพรประดิษฐ์ไปดี
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา (รช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายประดิษฐ์ไปร่วมเปิดตัวดำเนินกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ตนและนายประดิษฐ์เป็นคนรุ่นเดียวกันในทางการเมือง รู้จักและสนิทสนมกันมานานแล้ว การตัดสินใจทางการเมืองดังกล่าวก็ถือเป็นสิทธิ์ของนายประดิษฐ์ ขอให้ท่านไปดีและประสบความสำเร็จ และเรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับนายประดิษฐ์ถึงเหตุผลที่จะไปทำงานกับพรรคการเมืองอื่นแล้ว ส่วนนายประดิษฐ์จะชวนใครไปบ้างนั้นตนไม่ทราบว่ามาจากที่ใดบ้าง แต่คิดว่าน่าจะเป็นการรวมจากหลายพรรคจึงทำให้มีจำนวนถึง 10 คน เฉพาะกลุ่มนายประดิษฐ์เองก็มีอยู่ 2-3 คน ทั้งนี้เชื่อว่าไม่กระทบกับการทำงานพรรครวมชาติพัฒนา หรือพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินที่กำลังจะมีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้มีการหาตัวเลขาธิการพรรคที่จะมาทำหน้าที่หรือยัง นายสุวัจน์ กล่าวว่า การเมืองปัจจุบันเป็นเรื่องแปลกที่มักไม่ค่อยมีการแย่งชิงตำแหน่งเลขาธิการ หรือตำแหน่งหัวหน้าพรรคกัน เพราะหวั่นเกรงในเรื่องยุบพรรค แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องหาคนมาทำงานมากกว่า ซึ่งขณะนี้นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงานก็ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคอยู่แล้ว ส่วนตัวเลขาฯ ก็ต้องหาคนมาทำหน้าที่ต่อไป
ต่อข้อถามที่ว่าการออกระเบียบกกต.ในเรื่องการห้ามนำเรื่องสถาบันมาหาเสียงนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องกติกาในการเลือกตั้งเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นเรื่องจำเป็น และกตต. ต้องมีดุลยพินิจว่าอะไรที่ทำให้การเลือกตั้งเกิดความสงบเรียบร้อย เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะจะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีความชอบธรรม ดังนั้นหากระเบียบของกกต.ออกมาบังคับใช้แล้วทุกฝ่ายต้องยอมรับและให้ความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการอายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงจะกระทบต่อบรรยากาศของการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เชื่อว่าเมื่อมีการประกาศพ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง จะพอดีกับช่วงที่อายุของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ สิ้นสุดลง ดังนั้นขณะนี้จึงยังไม่กระทบอะไร แต่เมื่อเข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้งแล้วไม่ควรจะมีพ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะแสดงให้เห็นว่ายังมีความไม่สงบเรียบร้อยหรือมีการชุมนุมอยู่ เมื่อถึงช่วงเวลานั้นควรเป็นบรรยากาศของความนิ่งสงบและมีสมาธิในการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของบ้านเมือง ถ้าบรรยากาศยังร้อนแรงอยู่ก็เหมือนกับการทำงานนอกบ้าน ไม่ปกติเหมือนการทำงานในห้องแอร์ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีการเลือกตั้งให้ได้
ต่อข้อถามว่าเกรงว่าจะไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมีข่าวลือต่าง ๆ ปรากฎออกมา ดังนั้นนายกรัฐมนตรีและทุกฝ่ายต้องยืนยันในเรื่องนี้ จากนั้นความหวั่นไหวต่างๆ จึงจะลดน้อยลง และขณะนี้ต่างประเทศก็กำลังจับตาดูเราอยู่ การเลือกตั้งเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในการแก้ปัญหาต่าง ๆ



