ข่าว

คลังรับรีดภาษีใหม่พุ่งเป้าสกัดบุหรี่ถูกรอรัฐบาลใหม่เคาะ

คลังรับรีดภาษีใหม่พุ่งเป้าสกัดบุหรี่ถูกรอรัฐบาลใหม่เคาะ

22 เม.ย. 2554

คลังรอรัฐบาลใหม่สานต่อภาษียาสูบหลัง ครม.ไฟเขียว ยันเก็บภาษีเชิงปริมาณ 1.10 บาทต่อมวนหรือซองละ 22 บาทเหมาะสม หวังสกัดบุหรี่ราคาถูกขยายตัว

 นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาสูบเพื่อทำให้เกิดความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการจัดเก็บ โดยเปลี่ยนฐานการจัดเก็บภาษีเชิงราคาจากการคำนวณราคาหน้าโรงงานเป็นการจัดเก็บตามราคาขายปลีก และปรับฐานภาษีเชิงปริมาณจากเดิมที่คิดการบาทต่อกรัม มาเป็นบาทต่อมวนหรือกรัม โดยจะกำหนดกำแพงเพดานการจัดเก็บไว้ที่มวนละ 3 บาทนั้น ในส่วนของการออกประกาศอัตราการใช้จริงยังต้องรอให้กฎหมายแม่มีผลใช้บังคับก่อน จึงจะดำเนินการออกประกาศอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคงรอหลังการเลือกตั้งและให้รัฐบาลใหม่มาผลักดันต่อ

 สำหรับการออกประกาศส่วนของการปรับฐานเชิงปริมาณนั้น มีการกำหนดอัตราเบื้องต้นแล้วที่ 1.10 บาทต่อมวน โดยคำนวณจากบุหรี่ระดับล่างที่มีการขายมากที่สุดของโรงงานยาสูบ (วันเดอร์) ซึ่งหากใช้อัตราเชิงปริมาณจะทำให้มีภาระภาษีเพิ่มขึ้น 22 บาท รวมกับราคาบุหรี่ปัจจุบันที่ 42 บาททำให้ราคาบุหรี่หลังใช้อัตราใหม่จะอยู่ที่ 64 บาท มีเป้าหมายทำให้บุหรี่ราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เพื่อไม่ให้ตลาดเติบโตสูงเหมือนที่ผ่านมา แต่ที่ยังไม่เสนอเข้าครม. เพราะมีหลายคนเป็นห่วงว่าจะทำให้บุหรี่ราคาถูกปรับราคขึ้นมาใกล้เคียงกับบุหรี่แพงและจูงใจให้คนหันไปสูบบุหรี่แพงแทนที่จะลดการสูบลง

 “การปรับวิธีการจัดเก็บใหม่เชิงปริมาณเป็นแพ็กเกจเดียวกับการปรับปรุงกฎหมายยาสูบให้แก้กฎหมายแม่มีผลบังคับใช่ก่อน ซึ่งจะทำให้บุหรี่ตลาดล่างมีราคาแพงขึ้น และกรมสรรพสามิตก็จะมีรายได้มากขึ้นจากส่วนนี้ โดยการจัดเก็บภาษีของไทยก็ยังคงเป็นระบบ 2 เลือก 1 ซึ่งจากที่ฟังความเห็นของหน่วยงานอื่นก็เสนอว่าไทยควรจะใช้ระบบผสมทั้ง 2 วิธีเหมือนประเทศอื่นๆ ก็ต้องมาดูว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และจากจำนวนบุหรี่ในระบบ 1,400 ล้านซองนั้น ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าจะมีผลให้จำนวนการบริโภคลดลงหรือไม่” นายมั่น กล่าว