
"มาร์ช"เล็งปรับราคาคันละหมื่นส.อ.ท.ขอยืดปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์อีก1ปี
นิสสันเตรียมปรับราคาขาย "มาร์ช" คันละ 1 หมื่นบาท เดือนมิถุนายนนี้ รับเริ่มรับผลกระทบจากชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นลดทำงานโอที ชี้หากมีปัญหาส่งมอบช้ากว่าปกติแค่ 20% ด้าน ส.อ.ท.ขอยืดเวลาปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์อีก 1 ปี
นายประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กล่าวว่า นิสสันมีแผนปรับราคารถยนต์อีโคคาร์ "มาร์ช" เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเดิมบริษัทมีแผนจะขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ด้วยยอดจองที่มีจำนวนมาก ทำให้บริษัทเลื่อนการปรับราคาออกไป เพราะต้องเคลียร์ยอดจองให้ลูกค้าก่อน ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ราคาใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้
สำหรับการผลิตของนิสสันนั้น ยังคงอยู่ภาวะปกติ ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด มีเพียงแต่การลดการทำงานล่วงเวลา (โอที) และเพิ่มให้พนักงานมีวันหยุดบ้างเท่านั้น เพราะที่ผ่านมานิสสันได้เร่งทำการผลิตรถเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า โดยเฉพาะมาร์ช ทำให้พนักงานต้องทำงานล่วงเวลามาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ลดการทำงานล่วงเวลามาสู่ภาวะปกติ เป็นจังหวะที่มีปัญหาซัพพลายชิ้นส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์พอดี
“ปัจจุบันหากจองนิสสัน มาร์ท จะใช้เวลาส่งมอบประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งการส่งมอบในระยะดังกล่าวไม่เกี่ยวกับผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วน แต่หากได้รับผลกระทบก็จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ของเวลาปกติเท่านั้น” นายประพัฒน์กล่าว
แหล่งข่าวจากผู้แทนจำหน่ายนิสสันกล่าวว่า บริษัทจะส่งมอบรถให้แก่ผู้จองภายในระยะเวลา 1 เดือน แต่ต้องขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์ด้วย ซึ่งราคาตัวรถยนต์จะปรับเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นบาท ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยจะเริ่มปรับราคาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกรมสรรพสามิต และผู้ประกอบการรถยนต์ทุกค่ายว่า ได้มาหารือกันถึงแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ซึ่งภาคเอกชนได้เสนอให้เลื่อนการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ออกไปอีก 1 ปี เพื่อศึกษาอย่างรอบคอบก่อน เนื่องจากเกรงว่าอาจจะกระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งระบบ โดยกรมสรรพสามิตรับจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือกับนายกรัฐมนตรีต่อไป
ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมีตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ ส.อ.ท. กรมสรรพสามิต สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เพื่อศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีโดยละเอียด คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี หรืออาจจะเสร็จเร็วกว่านั้นก็เป็นได้ เพราะเห็นตัวอย่างจากหลายๆ กรณีแล้วว่า การรีบออกประกาศในเชิงนโยบายมาแล้วตามแก้กฎหมายภายหลังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ดังนั้น จึงต้องการให้ศึกษาทุกด้านอย่างรอบคอบก่อนแล้วค่อยออกประกาศจะดีกว่า อีกทั้งไม่ว่าใครเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ขอให้ผลักดันเรื่องนี้ต่อ แค่ขอให้มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น



