ข่าว

ลาวดึงดันเดินหน้าสร้างเขื่อน"ไซยะบุรี"

ลาวดึงดันเดินหน้าสร้างเขื่อน"ไซยะบุรี"

22 เม.ย. 2554

การประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำโขง 4 ประเทศ (เอ็มอาร์ซี) ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อพิจารณาโครงการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี มูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์

 สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 1,260 เมกะวัตต์ ได้ผ่านพ้นไปแล้วโดยไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมได้ รัฐบาลลาวเพียงแค่ยอมรับปากว่าจะชะลอโครงการนี้ออกไปชั่วคราวเท่านั้น

 เขื่อนไซยะบุรี ถือเป็นเขื่อนแรกในโครงการสร้างเขื่อน 10 แห่งตามลำน้ำโขงที่รัฐบาลลาววางแผนจะก่อสร้าง ไม่นับรวมเขื่อนอีกร่วม 20 เขื่อนที่จีนได้สร้างทางตอนบนของลุ่มน้ำนี้มาก่อนหน้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเปลี่ยนแม่น้ำโขงให้กลายเป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ แหล่งต่อไปของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาคมโลกเริ่มต่อต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากขึ้น อันเป็นผลพวงจากวิกฤตินิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นซึ่งยังแก้ไม่ตกจนถึงทุกวันนี้

 รัฐบาลลาวแสดงความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประเทศเช่นเดียวกับช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชน นอกเหนือจากจะผลักดันเศรษฐกิจให้การขยายตัวมากขึ้น จากรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่าโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ และเหมืองแร่ต่างๆ ของลาว อาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้พุ่งขึ้นถึง 7.7%

 แม้ว่าลาวจะยืนยันตลอดเวลาว่าเขื่อนไซยะบุรีเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภาคีกลุ่มเอ็มอาร์ซีรวมทั้งไทย ต่างไม่เห็นด้วย เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อการดำรงชีวิตของผู้คนปลายแม่น้ำมากกว่า 

 จากผลการศึกษาของเอ็มอาร์ซีเมื่อปีที่แล้วพบว่าการสร้างเขื่อนนี้อาจสร้างความเสียหายไม่ใช่น้อยต่อการผลิต และความหลากหลายของแหล่งปลาในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหาร ชลประทาน และคมนาคม ของประชากรราว 60 ล้านคนใน 4 ประเทศ นอกเหนือจากส่งผลกระทบต่อการเกษตร อีกทั้งจะขยายช่องว่างระหว่างคนจนกับคนร่ำรวยให้ถ่างกว้างมากขึ้น ที่สำคัญอาจเป็นภัยคุกคามเสถียรภาพของภูมิภาคนี้ได้

 หลายฝ่ายยังวิตกด้วยว่า โครงการนี้จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในอนาคต ภายในกลุ่มประเทศที่ใช้แม่น้ำสายนี้ร่วมกัน เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่ลาวยอมเลื่อนโครงการก่อสร้างออกไปชั่วคราว ระหว่างที่รอผลการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มเอ็มอาร์ซี ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม อย่างน้อยลาว ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กสุดในภูมิภาคนี้และต้องพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้านเกือบทุกด้าน ก็คงตระหนักถึงความสำคัญของการดำรงไว้ซึ่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีตลอดไป ไม่เช่นนั้นก็คงเหมือนกับฆ่าตัวตายตามไปด้วย