ข่าว

ชาวอีสานค้านโรงนิวเคลียร์
ผวาเหตุระเบิด-เอ็นจีโอยุ่นยันไม่เห็นประโยชน์

ชาวอีสานค้านโรงนิวเคลียร์ ผวาเหตุระเบิด-เอ็นจีโอยุ่นยันไม่เห็นประโยชน์

22 เม.ย. 2554

ขอนแก่น-ชาวบ้านในภาคอีสานประกาศชัดไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เหตุกลัวการระเบิดเหมือนญี่ปุ่น ด้านเอ็นจีโอญี่ปุ่น เผย ทำงานเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากว่า 30 ปี ยังไม่เห็นประโยชน์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลย

 จากกรณีที่หลายหน่วยงานในภาคอีสานได้จัดเสวนาเรื่อง "ทำไมต้องคัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย" โดยมีประชาชนจาก จ.อุดรธานี กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี และจ.ขอนแก่น องค์กรพัฒนาเอกชนชาวไทย และจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมรับฟังและวางแนวทางรณรงค์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ด้วย

 นายปราการ อุตส่าห์ ส.อบจ.กาฬสินธุ์ เขตอำเภอห้วยเม็ก กล่าวว่า ที่บริเวณเกาะเสือ บ้านโนนสมบูรณ์ ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ มีหน่วยงานออกมาศึกษาสภาพพื้นที่ถึงความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งช่วงนั้นชาวบ้านยังไม่รู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า จนเกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นเกิดระเบิดจึงรู้ถึงอันตรายสารกัมมันตรังสี ชาวบ้านหวาดกลัวไม่ต้องการให้สำรวจพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า พร้อมเสนอให้รัฐบาลศึกษาผลกระทบจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เห็นผลกระทบชัดเจน พร้อมให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างทั้งหมด   

 ทั้งนี้ ชาวบ้านเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวว่า การรับฟังในเวทีเสวนาเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการติดตามเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คิดว่าไทยยังไม่จำเป็นและยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะประชาชนไม่ได้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นน่าจะทำให้ภาครัฐเห็นโทษของโรงไฟฟ้าชัดเจน จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นอีก ภาครัฐต้องรณรงค์กับโรงงานอุตสาหกรรมและห้างสรรพสินค้าให้ลดการใช้ไฟฟ้า  

 นายบัน ฮิเดยูกิ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลนิวเคลียร์เพื่อประชาชนประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นประสบปัญหาการระเบิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จนกังวลต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคต โดยเฉพาะการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ทั้งเนื้อ นม ผัก ผลไม้ เมื่อกินเข้าไปสารพิษก็จะเข้าสู่ร่างกายทำให้ชาวญี่ปุ่นเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากขึ้น ส่วนประเทศที่เตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ควรนำผลกระทบจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นเป็นกรณีตัวอย่าง เพราะถึงขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ 

 "ทำงานเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มา 30 ปี ยังไม่เห็นประโยชน์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่อการพัฒนาประเทศเลย และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 400 แห่งทั่วโลก ถึงจะมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม แต่ยังไม่มีที่ใดสามารถกำจัดสารกัมมันตรังสีและขยะจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ สารพิษเหล่านี้เมื่อแพร่กระจายแล้ว ต้องใช้เวลากว่า 1 แสนปี จึงจะเบาบางลง ทางออกที่ดีคือสร้างความตระหนักให้ประชาชนในการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด สนับสนุนให้เมืองต่างๆ ใช้พลังงานทางเลือกจากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาทดแทน" นายบัน กล่าว