ข่าว

มาร์คชี้ปกติกองทัพฮึ่มเหตุมีหมิ่นสถาบัน

มาร์คชี้ปกติกองทัพฮึ่มเหตุมีหมิ่นสถาบัน

21 เม.ย. 2554

นายกฯอภิสิทธิ์ชี้กองทัพฮึ่มเป็นเรื่องปกติ เหตุมีการละเมิดสถาบัน มั่นใจไม่มีปฏิกิริยาอะไร เพราะคุยกับผบ.ทบ.เกือบทุกวัน แนะให้เป็นไปตามกลไกของกม. “ชวรัตน”ไม่หวั่นทหารตบเท้าป้องสถาบัน อ้างคนไทยทุกคนเอาด้วย “บูรพาพยัคฆ์”รวมพลังปชช.ปกป้องสถาบัน

 เมื่อเวลา 13. 45 น.  วันที่ 21 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงปฏิกิริยาของกองทัพในปัจจุบันว่า ไม่มีอะไร ตนก็ประชุมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเกือบทุกวัน ส่วนความไม่พอใจกรณีมีการไปก้าวล่วงสถาบันฯนั้น ก็มีคนไม่พอใจจำนวนมากซึ่งเป็นเรื่องปกติ

   “ประชาชนที่มีความจงรักภักดีเวลาที่เห็นสถาบันฯถูกพาดพิงในทางที่เสียหาย ถูกละเมิดก็ไม่มีใครพอใจ แต่ก็ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่ากลไกตามกฎหมายมีการดำเนินการกันอยู่ และการจัดการปัญหาต่างๆที่ผิดกฎหมายก็มีการดำเนินการตามกฎหมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 เมื่อถามว่าการแสดงออกของกองทัพในขณะนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ผบ.ทบ.ก็พยายามทำให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม มีการแสดงท่าทีที่ชัดเจนและได้บอกกับตนเช่นนั้น

ชวรัตนเตรียมถกกกต.ประเด็นหาเสียงหมิ่นเหม่สถาบัน

 นายชวรัตน์  ชาญวีรกูล  รมว.มหาดไทย  ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการสนับสนุนของกระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่ประชาชนในหลายจังหวัด ออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบันที่ศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอว่า คงไม่มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นการเคลื่อนไหวของภาคเอกชนของรัฐบาลนั้น กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายปกป้องสถาบันอยู่แล้ว เป็นนโยบายข้อที่หนึ่ง ส่วนที่ว่าจะจัดอาสาสมัครปกป้องสถาบันมาร่วมหรือไม่นั้น ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้จากผู้ว่าฯ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมปกป้องสถาบันที่ตนเคยจัดนั้นก็ติดลมไปแล้วไม่ได้ช้าไปแต่อย่างใด

 ส่วนการที่ทหารออกมาแสดงท่าทีเรื่องการปกป้องสถาบันบ่อยครั้ง จะส่งผลต่อบรรยากาศกิจกรรมทางการเมือง เช่น หาเสียง หรือไม่อย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เลือกตั้งมีกลยุทธ์ มีการวางแผน ตอนนี้ปี่กลองเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น  

 เมื่อถามว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย เน้นเรื่องการปกป้องสถาบัน การแสดงท่าทีของทหารจะทำให้การหาเสียงลำบากขึ้นหรือไม่นั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า  ไม่ลำบาก ยิ่งจะเป็นกองเชียร์มากกว่า เพราะประชาชนทุกคนทั้งประเทศนิยมเรื่องปกป้องสถาบันและปฏิบัติตามนั้น การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาบอกว่า อย่าเอาเรื่องสถาบันมาหาเสียง ก็ไม่ได้เกี่ยวกัน

 ต่อข้อถามที่ว่า  ทหารหลายหน่วยออกมาตั้งแถวฝึกกำลังพลเตรียมการรบ   เป็นห่วงว่าจะไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ทหารต้องฝึก ถ้ามีการฝึก ทหารต้องมีการตบเท้าอยู่แล้ว

 ส่วนคิดว่านโยบายปกป้องสถาบันของพรรคภูมิใจไทย จะขัดกับกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ที่จะออกมาหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า กกต.กำลังจะเรียกผู้แทนพรรคการเมืองไปชี้แจงว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ คาดว่าน่าจะต้นเดือนหน้าซึ่งพรรคก็จะสอบถามกกต.ด้วยว่าสิ่งไหนทำได้ไม่ได้เพราะกลัวถูกยุบพรรค

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่า เหมาะสมหรือไม่ กับการเทิดทูนสถาบันแล้วจะมีผลถึงขั้นยุบพรรค นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังต้องดูว่าทำอะไรได้ อย่างที่เคยพูดคือหากนำพระรูปของพระราชวงศ์มาวางใกล้ ๆ เวลาหาเสียง   ไม่เหมาะสม  ในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่เราทำเหมาะสม คือการจัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแจกจ่ายประชาชน ไม่น่าจะมีอะไรผิด เพราะเราได้ขออนุญาตและได้รับการอนุมัติแล้ว   ส่วนที่ว่าการที่สำนักเลขาธิการสำนักพระราชวังทำหนังสือมาถึงคณะรัฐมนตรี ทั้งที่ได้ขออนุญาตไปแล้ว เกิดจากความผิดพลาดตรงไหนนั้นตนไม่ทราบ นอกจากนโยบายปกป้องสถาบัน เรามีนโยบาย 8-9 ข้อ ที่เคยชูไว้แล้วเพื่อใช้ในการหาเสียง แต่ละพรรคต้องมีจุดขาย ไม่อย่างนั้น ประชาชนไม่ทราบจะลงคะแนนอย่างไร

 นอกจากนี้นายชวรัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี ที่จะแยกตัวออกไปตั้งพรรคพลังชลว่า  หลังเลือกตั้ง กลุ่มนายสนธยาจะมาจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยังเป็นเรื่องของอนาคต แต่ที่ออกไป ไม่ได้เกิดความขัดแย้ง เพราะเขาให้เหตุผลแล้วว่าที่ออกไป เพราะได้รับความนิยมในเรื่องตัวบุคคล และตัวนามสกุลเขา 

“บูรพาพยัคฆ์”รวมพลังปชช.ปกป้องสถาบัน

 เมื่อเวลา10.30 น ลานเอนกประสงค์ หน้ากองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร2.รอ.)ค่ายพรหมโยธี ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พลตรีพิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล ร.2 รอ.)เป็นประธานในพิธีการตรวจความพร้อมของ พล ร 2 รอ. ทั้งนี้ได้มีการกำหนดตรวจความพร้อมรบของกำลังพลและยุทธโทปกรณ์ในหน่วยขึ้นตรงและหน่วยขึ้นกองบัญชาการ (นขต.) กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก โดยมี กำลังหน่วยขึ้นตรง รวม 12 กองพัน (1,600 คน ) และ 4 ชุดปฏิบัติการพิเศษ (24)คน

 ทั้งนี้หน่วยขึ้นตรงประกอบด้วยหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบครบทุกเหล่า(นขต.) โดยเฉพาะการแสดงแสนยานุภาพ กำลังรถรบถังยานเกราะ ปืนกลเบา –อาวุธประจำกาย ปืนใหญ่ รวมถึงรถถังเขี้ยวเล็บ รุ่นล่าสุดจากยูเครน ตลอดจนระเบียบวินัย ความกล้าหาญทหารหาญ ความเป็นเอกแห่ง”บูรพาพยัคฆ”โดยได้ขึ้นแท่นรับการเคารพและให้โอวาทกำลังพลก่อนเดินพบปะตรวจสภาพความพร้อมกำลังพล อาวุธยุทโทปกรณ์

 พล.ต.พิสิทธิ์ กล่าวให้โอวาท กล่าวว่าในฐานะผบ.พล.ร.2 รอ.เป็นประธานตรวจความพร้อมของกำลังพลใน พื้นที่จ.ปราจีนบุรี (พล.ร2 รอ.)พร้อมผู้บังคับหน่วยทุกหน่วยที่มาทั้งหมด สิ่งแรกที่ต้องการเห็นคือความมั่นใจของกำลังพลทุกคนที่ยืนต่อหน้าผบ.พลฯและต้องการเห็นการปฏิบัติได้จริงหรือไม่ เรามีตามภารกิจที่กองทัพที่ 1 มอบหมายให้ในส่วนกองร้อยเตรียมพร้อม เรามีกำลังเตรียมพร้อม เรามีกำลังเตรียมพร้อม เราต้องพร้อมภายใน 48 ชมและเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ได้ภายใน 12 ชม นั่นคือภารกิจความพร้อม

 "ผบช.จึงมีดำริอยากพบปะตรวจเยี่ยมพวกเราในความเป็นทหาร มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและประเทศชาติและภารกิจสำคัญที่สุดและนโยบายข้อแรกที่ให้คือ คือการถวายความปลอดภัย และถวายความจงรักภักดีในองค์พระเจ้าอยู่หัวด้วยชีวิต พวกเรานอกจากเป็นทหารและยังเป็นทหารรักษาพระองค์ ติดพระปรมาภิไธยย่อด้านขวาทุกคน เพราะฉะนั้นกำลังพล พล ร 2 รอ. ต้องยึดมั่นเชิดชูสถาบันด้วยชีวิตเป็นภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิต"พล.ต.พิสิทธิ์ กล่าว

 จากนั้นได้ลงจากแท่นรับการเคารพตรวจแถว-ตรวจความพร้อมและให้สัมภาษณ์ “การที่มีการล่วงเกินสถาบัน อันนี้เป็นอาชีพของเรา ถ้าเป็นคนไทยสถาบันกษัตริย์อยู่ในสายเลือด ผมได้ให้โอวาทกำลังพลไปว่า เราคิดเหมือน ผบ.ทบ.ต้องปกป่องเชิดชูสถาบัน ทุกคนถ้าเป็นคนไทย"

 "ด้านความพร้อมกำลังพลในวันนี้มี (นขต. ) 12 กองพันในพื้นที่ของค่ายพรหมโยธี ต้องการดูความพร้อม มีกองร้อย 4 กองร้อย ต้องพร้อมภายใน 3 ชม.และ กรม ร.2 เฉพาะกิจต้องพร้อมภายใน 48 ชม.และเข้าพื้นที่ได้ภายใน 12 ชม.มั่นใจว่าทำได้ โยบายจะปกป้องสถาบันชั่วชีวิต เราติดภปร. และสก. เราจะปกป้องสถาบันด้วยชีวิต" พล.ต.พิสิทธิ์ กล่าว


 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.ได้มีการรวมพลังจากประชาชนในทุกอำเภอกว่า 1,500 คน ที่หน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ต.ไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายกฤษณะ วงษ์กู้ยืม นางนิตยาเรืองสวัสดิ์ เป็นแกนนำ นางนิตยาได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกให้กับนายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผวจ.ปราจีนบุรี ในการแสดงเจตนารมณ์รวมพลังปกป้องสถาบัน พร้อมร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณปกป้องสถาบันฯ

 นางนิตยา กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยแตกแยกเยอะอยากให้สามัคคี จึงได้รวมกันมายื่นหนังสือต่อต้านสิ่งไม่ดี

 ด้านนายศิริพงษ์ กล่าวว่า จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทย –นายกรัฐมนตรีให้รับทราบถึงความตื่นตัวของชาวบ้าน ความจงรักภักดี ต้องกระจายความคิดนี้ของประชาชนต่อไปให้ทราบ ด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นสิ่งถูกกฎหมาย เพราะคนไทยจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน