
"แพนเค้ก"มอบเงินช่วยตร.เหยื่อหนุ่มคลั่ง
ดาราน้ำใจงาม "แพนเค้ก" หอบเงินจัดกิจกรรม "Family Lo ve Family Race" 5 หมื่นบาท โผล่มอบครอบครัวตำรวจ" ปพนพัชญ์ บุญทองคำ"ที่ รพ.ตำรวจ เผยสะเทือนใจ ระบุคนอยู่หลังต้องช่วยเหลือ พร้อมส่งกำลังให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้างาน ด้านเมียเหยื่อกระสุนดีใจถึงกับน้ำตาไหลอ
ที่รพ.ตำรวจ วันที่ 21 เมษายน เมื่อเวลา 13.00 น.น.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ หรือแพนเค้ก นักแสดงสาวชื่อดัง เดินทางเข้าเยี่ยม ด.ต. ปพนพัชญ์ บุญทองคำ อายุ 41 ปี ผบ.หมู่งานจราจรสน.พญาไท ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าสกัดจับหนุ่มคลั่งที่ใช้อาวุธปืนยิงตำรวจและโชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดีเสียชีวิต พร้อมนำเงินสดจำนวน 50,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจัดกิจกรรม Family Love Family Race มามอบให้กับ ด.ต.ปพนพัชญ์ด้วย โดยมีนางธัญญพัทธ์ บุญทองคำ ภรรยาด.ต.ปพนพัชญ์รับมอบแทน โดยขณะที่รับมอบเงินนั้น นางธัญญพัทธ์ ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจด้วย นอกจากนี้น.ส.เขมนิจยังได้มอบตุ๊กตาหมีให้กับ ด.ญ.พิชญนันท์ บุญทองคำ หรือน้องยาหยี อายุ 7 ปี บุตรสาวของ ด.ต.ปพนพัชญ์ ไว้เป็นที่ระลึก โดยระหว่างรับมอบ มีพล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพทย์ ชัยจินดา ผบช.น พล.ต.ท. นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ร่วมเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แด่ น.ส.เขมนิจ ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการตำรวจ
น.ส.เขมนิจ กล่าวว่า การนำเงินจากการจัดกิจกรรมมามอบให้กับด.ต. ปพนพัชญ์ ถือเป็นความตั้งใจที่จะช่วยตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกสะเทือนใจมาก และในฐานะที่เราเป็นคนที่อยู่ข้างหลังก็ควรที่จะต้องมีหน้าที่ช่วยเหลือด้วย ซึ่งเงินที่นำมามอบในครั้งนี้อาจเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่น่าจะเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของ ด.ต. ปพนพัชญ์เข้มแข็งมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้กำลังใจด.ต.ปพนพัชญ์กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงแลหายเร็ว ๆ อีกทั้งขอฝากให้กำลังใจตำรวจทุกนายที่ทำงานอย่างเต็มที่
ด้านนางธัญญพัทธ์กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของสามีว่า วันนี้แพทย์ได้นัดผ่าตัดบริเวณคอให้กับสามี เนื่องจากกระดูกต้นคอชิ้นที่ 6 แตก และไปกดทับเส้นประสาททำให้สามีมีอาการปวดและชาบริเวณแขนข้างขวา นิ้วขวา และบริเวณต้นคอ แพทย์ได้นัดผ่าตัดให้กับสามี โดยได้เข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่เวลา 10.00 น.จนถึงขณะนี้ยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัด แต่แพทย์ระบุว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หลังผ่าตัดจะรอดูอาการอีกครั้ง ตอนนี้ไม่ทราบว่าจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ แต่คาดว่าจะใช้เวลาในการพักฟื้นระยะหนึ่ง ส่วนอาการอื่น ๆ มีเข้าเฝือกที่ขา
ด้านพ.ต.อ.นพ.สุพล จงพาณิชย์กุลธร รองโฆษก รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดและเข้าเฝือกบริเวณลำคอเพื่อเป็นการยึดกระดูกคอข้อที่ 6 ,7 และ8 ให้ติดแน่นกันมากขึ้น หลังการผ่าตัดอาการจะดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่การผ่าตัดลักษณะนี้จะได้ผลดี ประกอบกับคนไข้อายุไม่มาก ทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น แต่ยังต้องระวัง และเฝ้าดูอาการติดเชื้อที่อาจตามมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 เม.ย. นี้ เวลา 15.00 น. บช.น.ได้จัดกิจกรรมกำลังใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ร่วมกับ บริษัทซันเทค คอร์ปเปอร์เรชั่น จำกัด บ.ทีโอที จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดังอย่าง เอไอเอส ดีแทคและทรูมูฟ เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมส่งข้อทความให้กำลังใจผ่านทาง เอสเอ็มเอส หมายเลข 4567891 ระหว่างวันที่ 25เม.ย.-31 พ.ค.เพื่อนำรายได้จาการส่งเอสเอ็มเอสทั้งหมด มอบให้กับครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ด.ต. ปพนพัชญ์ และครอบครัวนายอำนาจ พวงสูงเนิน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจและพลเมืองดีต่อไป โดยจะมีการเปิดตัวกิจกรรมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดย พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย ประธานบริษัทซันเทค จะมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 2 ล้านบาทให้กับครอบครัวของด.ต.ลิขสิทธิ์ และนายอำนาจ ครอบครัวละ 1 ล้านบาทด้วย
อาการแพทย์หญิงดีขึ้นเดินในห้องพักได้บ้างแล้ว
เมื่อเวลา 12.30 น.พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี เผยความคืบอาการ พญ.พิภัทรา สายโลหิต หรือหมอกวาง แพทย์โรงพยาลค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ที่ยังพักรักษาตัวที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยเดี่ยว ข ห้อง 102 โรงพยาบาลราชวิถี หลังผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่หลังและเศษไยที่แขนซ้ายออกเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่า อาการ พญ.พิภัทรา นั้นดีขึ้นตามลำดับ สามารถเดินภายในห้องพัก หรือลุกขึ้นมานั่งคุยกับแม่และเพื่อนได้ แต่ยังมีอาการเจ็บบาดแผลที่ผ่าตัดอยู่บ้าง คาดว่าประมาณ 3-4 วัน แพทย์จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ต้องรอทางตำรวจมาสอบปากคำหมอกวางให้ครบทุกขั้นตอนเสียก่อน ส่วนจะไปพักฟื้นต่อที่โรงพยาลค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา หรือพักฟื้นต่อที่บ้านนั้น ขึ้นอยู่กับคนไข้ ขณะนี้ทางโรงพยาบาลราชวิถีดูแลอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว
กรมคุ้มครองสิทธิฯเร่งพิจารณาจ่ายเงินชดเชย
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาจ่ายค่าชดเชยผู้เสียหายในคดีอาญากับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายคลั่งยิงตำรวจและแท็กซี่เสียชีวิตว่า เบื้องต้นกรมคุ้มครองสิทธิฯได้รับคำขอรับค่าชดเชยจากญาติผู้เสียชีวิตแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะนำเสนอเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการพิจารณาจ่ายค่าชดเชย ในวันที่ 27 เม.ย. นี้
อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยจะพิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการจะพิจารณาจากพฤติการณ์ของคดี และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงโอกาสที่จะได้รับการเยียวยาทางอื่น เช่น รายของด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่จราจร สน.ดุสิต คาดว่าจะได้รับค่าตอบแทนจากการเสียชีวิตเป็นเงินไม่เกิน 100,000 บาท เนื่องจากค่าขาดอุปการะและจัดการศพ จะได้รับจากหน่วยงานในสังกัดอยู่แล้ว ส่วนของนายอำนาจ พวงสูงเนิน แท็กซี่พลเมืองดี คาดว่าจะได้รับค่าชดเชยเต็มจำนวนจากทั้ง ค่าชดเชยในฐานะเป็นพลเมืองดีจำนวน 100,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท และค่าขาดอุปการะอีก 30,000 บาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 150,000 บาท ส่วนกรณีของพญ.พิภัทรา สายโลหิต แพทย์ที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้น เนื่องจากเอกสารประกอบคำร้องยังไม่เรียบร้อย เพราะต้องรอเอกสารเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลารวบรวมเอกสารให้สมบูรณ์อีกสักระยะก่อนส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาต่อไป



